..... จะต้องฝึกฟังอย่างลึกๆ ฟังด้วยความรู้สึกที่ “in” กับเรื่องนั้นอย่างเต็มที่ ฟังจนเกิดความรู้สึกเสมือนกับว่าเราได้ “หลุดเข้าไป” ในเรื่องที่กำลังฟังอยู่นั้น ทำให้ได้เห็นบรรยากาศ สามารถเข้าใจในบริบทได้เป็นอย่างดี ...
อย่างที่ผมพูดอยู่เสมอครับว่า .....ในที่สุดแล้ว ทักษะที่แสนจะธรรมดาแต่ถือว่าสำคัญที่ทำให้การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (ลปรร.) สัมฤทธิ์ผลก็คือ ทักษะการฟัง ....เป็นการฟังใน 2 ลักษณะครับ อย่างแรกผมเรียกว่า การฟังอย่างตั้งใจ หรือ Attentive Listening เป็นทักษะที่จำเป็นในช่วงฟังบรรยาย เป็นการฟังเพื่อให้เข้าใจหลักการ เป็นการฟังที่ต้องตั้งใจ ไม่ วอกแวก เป็นการฟังแบบ เปิดรับ ฟังไปโดยไม่มี คำเถียง หรือ คำถาม ใดๆ พูดง่ายๆ ก็คือ ฟังอย่าง เต็มใจ ฟังแบบ รับไว้ก่อน ไม่ต้องรีบร้อน ด่วนสรุป  ไม่ต้องตัดสินถูกผิดใดๆ ทั้งสิ้น
สำหรับการฟังอย่างที่สอง ผมเรียกว่า การฟังอย่างลึกซึ้ง หรือ Deep Listening ครับ ....ใช้ฟังตอนที่เข้ากระบวนการ ลปรร. กัน เพราะในช่วงนั้น เราจะให้ผู้พูดเล่า เรื่องราว ที่เกิดขึ้นจริง ผู้ฟังจะต้องฝึกฟังอย่างลึกๆ ฟังด้วยความรู้สึกที่ “in” กับเรื่องนั้นอย่างเต็มที่ ฟังจนเกิดความรู้สึกเสมือนกับว่าเราได้ หลุดเข้าไป ในเรื่องที่กำลังฟังอยู่นั้น ทำให้ได้เห็นบรรยากาศ สามารถเข้าใจในบริบทได้เป็นอย่างดี การฟังในลักษณะนี้จะทำให้ผู้ฟังสามารถนำสิ่งที่ได้ฟังนั้น มาประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ของตนเองได้
เห็นไหมครับว่า .....เราจะต้องไม่มองข้ามทักษะพื้นๆ เช่นเรื่องการฟังนี้ไป เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว เรื่องที่ยิ่งใหญ่ทั้งหลายก็คงจะเป็นไปไม่ได้ครับ นี่แหละครับที่เรียกว่า "หวนคืนสู่พื้นฐาน" หรือ “Back to Basics”