ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยชีวภาพของเราไม่ต้องซื้อ

เกษตรอินทรีย์ที่นาหนองผือ

     ก่อนปิดเรียน ๔ วันช่วงเทศกาลเข้าพรรษา ครูนิรุตบอกนักเรียนว่าได้เวลาใส่ปุ๋ยลงสู่แปลงนาแล้ว เนื่องจากโยนกล้ามาได้ ๑ เดือนและต้นข้าวก็โตพอสมควร ขณะเดียวกันครูนิรุตก็ได้สอนวิธีการทำน้ำยาป้องกันแมลง(เพลี้ย)มากัดกินต้นข้าว ซึ่งน้ำยาดังกล่าวได้หมักมา ๒ -๓ คืนแล้วด้วย

    ครูนิรุตขอแรงผู้ปกครองให้มาช่วยวิดน้ำเข้านา เพราะจะไม่อยู่หลายวัน จะรอแต่น้ำฝนคงไม่ดีแน่ ข้าวกำลังสวย โตวันโตคืน ก่อนหน้านี้ ผมรับหน้าที่ดูแลนักเรียนเตรียมปุ๋ย ซึ่งไม่ยากอะไร เพราะโรงเรียนเรามีแก๊สชีวภาพ ที่ใช้โอ่งลูกใหญ่ใส่มูลสัตว์ลงไป ใช้ระบบกาลักน้ำช่วย ด้วยกลไกภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่เราไม่ใช้ประโยชน์จากแก๊ส และใช้เศษอาหารแทน ใส่ลงไปในโอ่งพร้อมน้ำ วันเว้นวัน ทุกสัปดาห์ นักเรียนจะกระทุ้งลงไปในท่อที่อยู่ข้างโอ่ง จะมีกากแก๊สไหลออกมามากมาย เก็บใส่ถังไว้ นักเรียนจะเทน้ำหมักชีวภาพ(EM)ลงไปถังละ ๒ ขวด คนให้เข้ากันแล้วปิดฝาทิ้งไว้ ๗ วัน เป็นอันใช้ได้

     ปีที่แล้ว ก็ทำเช่นนี้ และใส่ลงนาบ่อยมาก ครูนิรุตบอกว่าควรเทลงแปลงนาเดือนละ ๒ ครั้งก็พอ ถ้าใส่มากใบข้าวจะสูงและผลิตใบมากเกินไป ส่วนน้ำหมักชีวภาพก็ใส่ลงแปลงนาได้ โดยไม่ต้องผสมน้ำ เนื่องจากในนามีน้ำอยู่แล้ว 

     ก่อนปิดเรียน ๔ วันที่ผ่านมา เด็กๆ เลยได้ใส่ปุ๋ยกันอย่างสนุก ปุ๋ยอินทรีย์หรือปุ๋ยชีวภาพของเรา ไม่ต้องซื้อและไม่มีกลิ่นเหม็น ทำจากฝีมือของนักเรียนล้วนๆ ส่วนเรื่องการฉีดยาฆ่าแมลง ครูนิรุตเป็นคนฉีด เนื่องจากถังต้องหิ้วต้องแบก หนักอยู่เหมือนกัน ส่วนตัวยานักเรียนผสมกันเอง ด้วยสูตรง่ายๆ ดังนี้

     นำใบสะเดาสด ๒ กิโลกรัม ตำให้ละเอียด ผสมกับน้ำเปล่าที่สะอาด ๑๐ ลิตร แช่ใบสะเดาไว้ ๒ คืน  ส่วนวิธีใช้เพื่อฉีดน้ำยาลงแปลงนา ใช้อัตรา ๑ ต่อ ๑ โดยใช้น้ำสะเดา ๑ ลิตรผสมน้ำ ๑ ปี๊บ ฉีดพ่นเพื่อไล่แมลงทุกๆ ๗ วัน และควรผสมนมเปรี้ยว หรือนมกล่องทั่วๆไป เพื่อใช้เป็นสารจับใบพืช ฉีดพ่นเหนือลม

     น้ำหมักใบสะเดาที่ใช้ไม่หมด ครูนิรุตให้นักเรียนกรองเอากากออกแล้วบรรจุใส่ถังสีดำเก็บไว้ในที่มืด ก่อนถึงวันแม่ คงได้ฉีดอีกสักครั้ง