วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม 2555
เพราะโอกาสที่ไม่มีประมาณจากทั้งหลวงปู่และครู ทำให้หนูยังปฏิบัติบูชาฝึกฝนตนอยู่ในวัด ด้วยตั้งจิตอธิษฐานทำวัตรเช้าเย็น เดินจงกรม/วิ่งเช้าเย็น และทุกเสาร์-อาทิตย์ตลอดพรรษานี้จะมาภาวนาที่วัด วันนี้หนูได้เรียนรู้อะไรบ้าง ตื่นเช้ามาตีสามปกตินาฬิกาปลุกก็มีงอแงนานประมาณเดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ ตื่นขึ้นมาเห็นความงอแงสักสองสามลมหายใจแว๊บนึกขึ้นได้ว่า “ตั้งจิตอธิษฐานทำวัตรเช้านะ” ก้มลงกราบสามครั้งว่าจะสวดแบบสั้น นึกขึ้นกับตนเอง “อย่าประมาท” ที่มันอยากสวดสั้นเพราะขี้เกียจ มีงอแงแค่แรกๆค่ะ พอสวดไปสักพักใจก็ไม่อึดอัดงอแงเหมือนแรกๆ หลังรับข้าวครูเมตตาชี้ให้เห็น ความเห็นแก่ตัว แล้วอย่าเอาอย่าง และชี้เรื่องที่หนูละเลยคือ กราบขอขมาหลวงปู่ ศีลข้อ 4 ด่างพร้อย ให้โอกาสหนูไปซื้อวัตถุดิบมาทำกับข้าว แต่วันนี้หนูทำผิดพลาดลำบากทั้งน้องๆและเด็กต้นกล้า ศีลข้อหนึ่งด่างพร้อยเบียดเบียนผู้อื่น ศีลข้อสี่ด่างพร้อยรักษาคำพูดที่ให้ไว้ไม่ได้ ศีลข้อ5 ด่างพร้อยเพราะเผลอสติ เบียดเบียนทั้งพี่ก้อยและน้องภัสด้วย ความเมตตาต่อน้องในจิตใจหนูไม่มี แต่พอวันนี้ได้เข้าไปกราบหลวงปู่ ก็ไม่กล้าเอ่ยขอขมาแบบเต็มๆทั้งๆที่ถามและเตรียมการไว้แล้ว แรงหนุนในด้านดีเบาเหลือเกิน ตกเย็นครูเมตตาชี้ว่า “ต้องฝึกไม่งั้นจะไม่พ้นจากความเป็นเดรัชฉาน” ฟังแล้วรู้สึกกลัวจังเลยค่ะ ทั้งครูและหลวงปู่เมตตาทำให้ดูเรื่องความเมตตา จิตใจหนูหยาบกระด้างจนไม่สามารถมองเห็นได้เองแต่ครูก็เมตตาให้โอกาสชี้ให้เห็น ทำให้นึกย้อนกับตนเองว่า “ต้องปรับวิธีการสอนน้อง นี่แหละคือ โจทย์ฝึกเรื่องความเมตตากรุณากับตนเองน้องนี่แหละคือ โอกาส” ขนาดอยู่ในวัดจิตใจของหนูก็ยังเผลอขุ่นมัวบ่อย ๆ ศีลข้อ 1 ด่างพร้อย พี่ก้อยเมตตาชี้ให้มีสติดูจิต ดูสิ่งที่มันเกิดขึ้น วันนี้ได้รับความเมตตาจากทั้งหลวงปู่และครู และก็จะพยายามก้าวไปเจ้าค่ะ