โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.
* ช่วงนี้หลายคนชอบกันมากเพราะเป็นวันหยุดยาว เริ่มจากวันอาสาฬหบูชา ตามด้วยวันเข้าพรรษาและ เสาร์-อาทิตย์ตามปกติ คนทำงานได้หยุดรวม ๔ วัน. ไม่นับพวกที่ชอบลาต่ออีกต่างหาก คนพวกนี้นายจ้างมักจะไม่ค่อยชอบหน้า. เข้าพรรษาทั้งที ..ถ้าไม่นำเรื่องการบวชมาลงให้สาธุชนได้อ่านกันล่ะก็..สงสัยจะไม่ได้บุญเป็นแน่ !และอย่างน้อยก็ถือว่าผู้เขียนท่านนี้..ยังมิได้เป็นคนล้าหลัง..เหมือนที่เขาแอบนินทา.
งานบวช.
ใครที่เป็นพ่อ-แม่และมีลูกชาย..พอลูกโตรู้เรื่องแล้ว แม่มักจะพูดกับลูกเสมอๆว่า “ถ้าหนูโตแล้วต้องบวชเรียนให้แม่น๊ะลูกน๊ะ” ลูกที่ดีก็รับคำเสมอ..”ครับแม่” ภาษิตนี้ยังน่าจะใช้ได้เสมอคือ “หนทางพิสูจน์ม้า เวลาพิสูจน์คน” ลูกหลายคนไม่สามารถทำตามที่รับปากกับแม่ไว้ได้ เช่น ตั้งใจหรือเผลอไปเกเรบ้าง ไปเป็นโจรโดยมิได้ตั้งใจบ้าง ประกอบอาชีพซึ่งยังทำให้ลาบวชไม่ได้บ้าง อีกหลายสาเหตุฯ บางรายผลัดผ่อนด้วยการขอไปบวชเอาหน้าศพก็มี..พ่อ-แม่จะได้หลับตาตาย..เอ๊ะหรือตายตาหลับ. พ่อ-แม่คนไทย.มักฝากความหวังไว้กับชายผ้าเหลืองของลูกชายเสมอมา เพราะถือว่าได้บุญ. ส่วนใครที่ไม่มีลูกชาย. ก็พยายามที่จะเป็นเจ้าภาพในการอุปสมบท..ให้กับนาครายที่ไม่มีทุนทรัพย์เพราะถือว่า..
คนไทยต้องไม่หนีทหารเว้ย ! - อ๋อ..ลูกครึ่งหนีได้งั้นสิ.
เป็นการทำบุญที่ยิ่งใหญ่นั่นเอง ! ผมจำได้ดีเหมือนกับเวลาเพิ่งจะผ่านไปเมื่อวานนี้เอง พอเริ่มเข้ารับราชการกันแล้วพวกเรา..มักจะไปร่วมงานบวชของเพื่อนๆบ้าง ของญาติพี่น้องบ้าง ฯ ก่อนฤดูบวชจะมาถึงครั้งใด ? เรามักจะได้รับเชิญด้วยการบอกแบบปากต่อปากบ้าง ได้รับบัตรเชิญหรือการ์ดให้ไปร่วมงานบวชด้วยเสมอๆ งานบวชนั้นปกติมักจะมีทั้งงานใกล้บ้าน และงานที่จัดขึ้นที่ต่างจังหวัด. ประเพณีดั้งเดิมของไทยนั้นมักจะให้ลูกชายเข้ารับราชการทหาร.เกณฑ์. กันก่อนเมื่ออายุครบ ๒๑ ปี.ใครที่จบมัธยมแล้ว..ไปสอบเข้ารร.ทหารได้นั้นก็ยิ่งเป็นการดีสำหรับผู้ปกครองสิครับ.เช่นผู้เขียน. ส่วนชายไทยที่จับใบดำได้และไม่ต้องเป็นทหารเกณฑ์แล้ว ผู้ปกครองมักอยากให้ลูกบวชให้อย่างน้อยเพียง ๑ พรรษา.

เพื่อนผมบอกว่า..นี่คือภาษีสังคม. - การเสียภาษีแบบนี้มักจะได้บุญเสมอ.
หลายคนบวชทดแทนพระคุณจนครบพรรษา. บางคนซาบซึ้งพอถึงเวลาแล้ว.ไม่อยากสึกก็มีครับ เช่นดาราลูกครึ่งคนหนึ่ง ท่านคงจะซึ้งในรสพระธรรม.ถึงกับยกเลิกการหมั้นไปเลย. แต่ก็มีอีกหลายคนที่บวชไม่ครบพรรษา..ด้วยเหตุผลนานาประการ.เช่น ลางานได้น้อยวัน.ประเภทนี้จะบวช เพียง ๑๕วันบ้าง หรือหนึ่งเดือนบ้าง ตามที่ได้รับอนุญาตมา..แต่ก็ถือว่าได้ทำตามที่ตั้งใจไว้ และในที่สุดถ้าไม่สามารถบวชทดแทนพระคุณให้ท่านได้..ก็คงถึงวาระสุดท้ายนั่นแหละครับ คือบวชหน้าไฟ.หลังจากท่านเสียชีวิตลง. ผมกับเพื่อนๆมักจะเดินทางไปกันทางรถยนต์บ้าง รถไฟบ้าง. สมัยนั้นเรื่องเงินยังไม่ค่อยจะมีกันเท่าไรนัก.นอกจากหาค่ารถได้แล้วก็ไปกันเลย ไปกินนอนเอาที่บ้านเพื่อนหรือบ้านงานนั่นแหละครับ !
ถือว่ามีส่วนร่วมในงานบุญครับ. - พระสงฆ์จะได้สืบทอดต่อไป.
ถ้าไปตามงาน ที่จัดขึ้นต่างจังหวัด ปกติจะเริ่มจากวันสุกดิบก่อน มีการทำกับข้าวแบบกันเองด้วยการเชิญเพื่อนแม่ครัวใกล้ๆบ้านมาช่วยกัน แม้จะยุ่งยากไปบ้างแต่ก็ประหยัด รวดเร็ว..ที่สำคัญยังเกิดความสามัคคีในหมู่เพื่อนบ้านอีกด้วย..พวกหนุ่ม-สาวๆชอบสิครับ..เพราะมีโอกาสได้พบกับคนที่คิดว่าน่าจะเป็นเนื้อคู่. ผมกับเพื่อนๆมักจะไป ช่วยแรงมากกว่าช่วยเงินเสมอ..ยี่สิบเอ็ดมิถุนา.. ขอลาบวช.สมัยก่อนนั้นแค่ได้ยินเพลงของไวพจน์ก็ถือว่า..มาถูกงานแล้วครับ.ถ้าเลยไปจะเป็นงานศพ. ช่วงนั้นเป็นยุคของเทปหรือแผ่นเสียงครับ. ผมและเพื่อนๆมักจะหลบเข้าไปช่วยแม่ครัวอยู่ในครัวนั่นแหละ ! ไม่ว่าจะให้ทำอะไร ? เช่นหั่น สับ หรือตำ. น้ำพริก. พวกเราทำได้เสมอและทำได้ดีเสียด้วย..

พอได้เวลาผู้ปกครองก็จะเริ่มตัดผมนาคทันที. - ขอบคุณภาพจากสยามดารา.
ถ้าใครเคยไปร่วมงานบวชหรืองานแต่งฯตามบ้านนอกล่ะก็..คงเคยพบกับประสบการณ์ที่..ชาวบ้านชอบมาหยิบรองเท้าไปเรียกค่าไถ่. เป็นประเพณี. ส่วนใหญ่จะเรียกพอหอมปากหอมคอครับ..มิใช่เรียกแบบเอารวยกันเลย.ผมและเพื่อนๆโดนกันบ่อยๆ..เงินก็คงไม่มีจะนำไปไถ่หรอกครับแต่ได้คืนมาเกือบทุกครั้งเพราะแม่ย่านาง.เอ๊ย ! แม่ครัวช่วยไว้เกือบทุกครั้ง..เอามาคืนเถอะคนนี้มาช่วยงานในครัวตลอด ขยันขันแข็งด้วยน๊ะ.แม่ครัวสาธยาย.ได้ผลเสียด้วยสิ !เพราะจู่จู่รองเท้ากลับมาอยู่ใต้บันไดตามเดิม..ต่อมาพอมีประสบการณ์จึงนำรองเท้าไปเก็บทุกครั้งพวกที่ชอบเรียกค่าไถ่จึงผิดหวังสิครับ !ปกติการบวชของชายไทยนั้นจะแบ่งได้หลายวิธี เช่น วิธีแรก. จัดทำพิธีขานนาคที่วัดบ้าง ที่บ้านบ้าง. แล้วแต่เจ้าภาพจะสะดวก.
พี่ครับ บวชแล้ว เขียนเรื่องเบียดต่อเลย 55555
แหม ! สมกับที่เป็นอาจารย์จริงๆ..ผมเขียนไว้แล้วเพียงแต่รอเวลาสักนิด..ขอคารวะ ๑ จอก..ทีแรกตั้งใจจะชวนแฟนไปหย่าเสียก่อนเพื่อจะได้ลงเรื่องแต่งงาน..แฟนไม่ยอมให้คำตอบคงจะต้องลงโดยไม่รอคำตอบเสียแล้ว..๕-๕-๕