ลูกชาย : แต่บางครั้งผมเห็นความชอบธรรมก็ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มที่มีอำนาจนี่ครับ
พ่อดี : ใช่ลูก แต่อำนาจโดยชอบธรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริง หรือว่าไม่มีคุณธรรม ท้ายที่สุดแล้วก็จะพังทลาย ไม่เหมือนกับอำนาจโดยชอบธรรมที่ได้มาด้วยคุณธรรมจะเกิดความศรัทธาในหมู่ประชาชนมากกว่า ท้ายที่สุดแล้วจะยั่งยืนกว่า และเครื่องมือของการใช้อำนาจเพื่อให้เกิดความชอบธรรมก็มีแตกต่างกันตามแต่ละช่วงเวลา เหมือนกับหมู่บ้านที่มีอำนาจมากกว่าย่อมได้เปรียบหมูบ้านที่มีอำนาจน้อยกว่า
ลูกชาย : พ่อหมายถึง เครื่องมือที่ใช้ในอดีตจะเป็นการทำสงครามที่ใช้อาวุธ แต่ปัจจุบันสงครามเหมือนกันแต่เป็นสงครามทางเศรษฐกิจอย่างนั้นด้วยหรือเปล่าครับ
พ่อดี: ถูกต้องลูก ในสมัยก่อนนั้นการจะสร้างอำนาจให้ประจักษ์ถึงศักยภาพของหมู่บ้านตัวเองต้องล่าเอาหมู่บ้านอื่น ๆ มาเป็นอาณานิคมของตัวเอง หรือที่เรียกได้ว่า เป็นยุคล่าอาณานิคม โดยมีทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์เป็นเครื่องมือของการแสดงอำนาจ อาจจะเป็นเพราะว่าสมัยก่อนนั้นการต่อสู้เป็นสัญชาตญาณของมนุษย์และถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต ผู้ที่แข็งแรงกว่าย่อมได้เปรียบผู้ที่อ่อนแอกว่า ทำให้ในสมัยก่อนยอมรับได้ว่าการล่าอาณานิคมโดยการใช้กำลังทหารและอาวุธไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย และป่าเถื่อนเหมือนในยุคปัจจุบัน
ลูกชาย : แสดงว่าหมู่บ้านที่มีกำลังทั้งทางด้านทหารและอาวุธมากกว่าย่อมได้เปรียบหมู่บ้านที่มีด้อยกว่า ผมเคยอ่านในประวัติศาสตร์แต่ไม่ละเอียดเท่าไร หมู่บ้านรอบ ๆ ของเราก็เคยเป็นอาณานิคมของหมู่บ้านแถบตะวันตก ยกเว้นหมู่บ้านของเรา
พ่อดี: ในสมัยก่อนนั้นการล่าอาณานิคมมีความแตกต่างชัดเจนกับในปัจจุบันมาก ซึ่งในสมัยก่อนจะมีความซับซ้อนน้อยกว่านี้มาก ถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็เหมือนกับเวลาที่ลูกดูภาพยนตร์สมัยก่อนจะรู้เลยว่าบุคลิกแบบไหนเป็นพระเอก และแบบไหนเป็นตัวร้าย แต่ปัจจุบันจะสังเกตได้ว่าบางครั้งดูจนจะจบเรื่องถึงได้รู้ว่า อ๋อไอ้นี่นี่เองตัวร้าย
ลูกชาย : แต่ถึงจะดูออกบางครั้งก็สายไปแล้วอย่างนั้นด้วยหรือเปล่าครับ
พ่อดี : ใช่ลูก ถึงจะดูออกแต่แรก บางครั้งก็ป้องกันไม่ได้เหมือนกัน มันก็เหมือนกับปลาใหญ่กินปลาน้อยนั่นแหละ ใครมีศักยภาพทางการทหารเหนือกว่าย่อมได้เปรียบ ส่วนหมู่บ้านของเราที่รอดพ้นจากการล่าอาณานิคมนั้น ก็อย่างที่ลูกหรือคนทั่วไปรับรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านเรานั่นแหละลูก คือด้วยพระปรีชาสามารถขององค์ประมุขหมู่บ้านเราที่ยอมเสียสละแผ่นดินหมู่บ้านของเราส่วนหนึ่งไปเพื่อคงไว้ซึ่งเอกราชและอธิปไตยส่วนใหญ่ไว้ ซึ่งตอนนั้นหมู่บ้านที่ล่าอาณานิคมจะเป็นหมู่บ้านทางตะวันตก เช่น หมู่บ้านสิงโต หมู่บ้านไก่ หมู่บ้านกระทิง และหมู่บ้านฝอยทอง
ลูกชาย : สิ่งที่องค์ประมุขของหมู่บ้านเราทำในขณะนั้นเปรียบเสมือนกับเป็นการเสียสละอวัยวะไปบางส่วนเพื่อรักษาชีวิตไว้เหรอครับพ่อ
พ่อดี : ใช่ลูก ตอนนั้นหมู่บ้านสิงโตเรียกได้ว่ามีอาณานิคมที่เยอะสุด เริ่มจากการเข้ามาติดต่อค้าขายกับหมู่บ้านช้างของเรา พอเห็นโอกาสเหมาะก็ออกลาย เริ่มโดยการบังคับให้เราทำสนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมทางด้านการเก็บภาษีอากร ต่อมาหมู่บ้านไก่ก็เริ่มเข้ามามีบทบาททางแถบนี้มากขึ้น ก็อาจจะเห็นโอกาสที่หมู่บ้านสิงโตเอาเปรียบเรา ก็เลยเอาบ้าง แต่เป็นในลักษณะการบังคับเอาดินแดนจากเรา ซึ่งจริง ๆ แล้วก็อยากจะได้พื้นที่ของหมู่บ้านเราทั้งหมดนั่นแหละ แต่อย่างที่พ่อบอกไว้ว่าเป็นเพราะพระปรีชาสามารถและบารมีขององค์ประมุขของหมู่บ้านเราในขณะนั้น เราจึงรอดพ้นมาได้และรักษาอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้
ลูกชาย : ทำไมหมู่บ้านแถบตะวันออกของพวกเราไม่ร่วมมือกันต่อสู้ หรือหาพันธมิตรมาช่วยหละครับพ่อ
พ่อดี : ด้วยศักยภาพและขีดความสามารถแล้วเทียบกันไม่ได้เลย รบไปก็พ่ายแพ้และที่สำคัญอาจก่อให้เกิดความสูญเสียขึ้นทั้งทางด้านชีวิตและทรัพย์สิน จริง ๆ แล้วการที่เรารักษาอธิปไตยไว้ได้ นอกจากพระปรีชาสามารถขององค์ประมุขหมู่บ้านแล้ว ยังมีพันธมิตรที่ช่วยเราในทางอ้อมด้วยก็คือ หมู่บ้านหมีขาว
ลูกชาย: หมู่บ้านหมีขาว! เป็นไปได้ไงครับพ่อ
พ่อดี : อาจจะเป็นเพราะสาเหตุทางด้านรูปแบบของการเมืองและการปกครองระหว่างหมู่บ้านที่เกี่ยวกับ ความมั่นคง หรืออะไรหลาย ๆ อย่างก็แล้วแต่จะหาเหตุผลมากล่าวอ้าง จึงมีคนรุ่นใหม่จำนวนไม่มากนักที่จะรู้ในส่วนนี้ ซึ่งตอนนั้นอย่างที่รู้ ๆ กันว่า หมู่บ้านมหาอำนาจมีอยู่สองขั้วที่ชัดเจน คือ ฝ่ายตะวันตก นำโดย หมู่บ้านสิงโตและหมู่บ้านไก่ กับ มหาอำนาจหมู่บ้านหมีขาว ซึ่งในครั้งนั้นเมื่อหมู่บ้านสิงโตและหมู่บ้านไก่เริ่มเข้ามามีบทบาทในแถบนี้มากขึ้นโดยมีเป้าหมายแสวงหาอาณานิคม โดยเฉพาะหมู่บ้านไก่หาเรื่องเอาดินแดนจากหมู่บ้านเราสารพัดแม้กระทั่งมีอยู่ครั้งหนึ่งเกิดเหตุการณ์การก่อความไม่สงบในเขตพรมแดนใกล้ ๆ กับหมู่บ้านของเราและหมู่บ้านของเราก็แค่ป้องกันอธิปไตยของตัวเองบังเอิญว่าเรายิงปืนใหญ่ไปโดนเรือของหมู่บ้านไก่เข้าซึ่งเสียหายเพียงนิดเดียว หมู่บ้านไก่ได้โอกาสปรับหมู่บ้านเราเป็นเงินหลายล้าน ซึ่งถ้าเทียบกับสมัยนี้ก็ถือว่าเยอะมาก ยังไม่พอแค่นั้นยังได้บังคับเอาดินแดนบางส่วนจากเราไปด้วย
ลูกชาย : โอ้โห เป็นการหาเรื่อง และรอโอกาสอยู่แล้วดี ๆ นี่เอง
พ่อดี : จากการที่เราเสียดินแดนบางส่วนไปทำให้องค์ประมุขของหมู่บ้านเราทรงเสียพระทัยมากถึงกับไม่ยอมเสวยอะไรเลย และทรงแต่งบทกลอนเหมือนกับเป็นการ ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านทั่ว ๆ ไปก็คือ เป็นการลาตายเลยทีเดียว แต่หลังจากนั้นเป็นเพราะพระองค์ทรงห่วงพสกนิกรหมู่บ้านช้างของเราก็เลยหาวิธีปกป้องพสกนิกรและอธิปไตยของหมู่บ้าน โดยการเสด็จประภาสเพื่อเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับหมู่บ้านแถบฝั่งตะวันตกบางหมู่บ้านเพื่อเป็นกันชนและคานอำนาจหมู่บ้านสิงโตและหมู่บ้านไก่ให้กับหมู่บ้านของเรา รวมถึงความสัมพันธ์กับหมู่บ้านหมีขาวด้วย
ลูกชาย : แล้วสมัยนั้นหมูบ้านหมีขาวมีองค์ประมุขเหมือนเราไหมครับ
พ่อดี : สมัยนั้นหมู่บ้านหมีขาวมีองค์ประมุขเหมือนเราลูก แต่รูปแบบการปกครองต่างกัน ซึ่งตอนนั้นถือได้ว่าองค์ประมุขของเรากับองค์ประมุขของหมู่บ้านหมีขาวมีความสัมพันธ์ที่เรียกได้ว่าแน่นแฟ้นมาก ซึ่งก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เรารอดพ้นจากการเป็นอาณานิคมของหมู่บ้านไก่มาได้ เพราะด้วยศักยภาพของหมู่บ้านหมีขาวในขณะนั้น ซึ่งอาจจะเหนือกว่าหมู่บ้านไก่ และหมู่บ้านสิงโตด้วยซ้ำ แต่หลังจากนั้นระบบการปกครองที่มีองค์ประมุขของหมู่บ้านหมีขาวก็ล่มสลายลงซึ่งเกิดจากปัจจัยหลายสาเหตุ โดยสาเหตุหลักเกิดจากปัญหาภายในหมู่บ้านเอง ถ้าหากว่าระบบองค์ประมุขของหมู่บ้านหมีขาวยังมีอยู่ก็ไม่แน่เหมือนกันเราอาจจะได้ดินแดนที่เสียไปกลับคืนมาก็ได้
ลูกชาย: ดินแดนที่เราเสียไปเยอะไหมครับ
พ่อดี : ดินแดนที่เราเสียไปก็หลายครั้งเหมือนกันรวม ๆ แล้วก็ใกล้เคียงกับพื้นที่ของหมู่บ้านช้างของเราในขณะนี้
******************************************************
การเมือง การปกครอง เศรษกิจ สังคมถึงจะอยู่อย่างปกติสุขนะคะ
ขอบคุณ บทความดีดีนี้นะคะ