ผมนึกถึงอีกสามเดือนที่ลูกของเขาจะลืมตามาดูโลก ขณะที่เขาเองตกงานแล้วเขาจะดูแลเลี้ยงดูกันยังไง

   เช้าวันนี้พอถึงเวลาแปดโมงตรง ผมก็เปิดดูรายชื่อพนักงานที่สแกนเข้างานมาตามปกติว่ามีใครหยุดบ้าง เพื่อจะได้แจ้งหัวหน้าทีมของแต่ละส่วนให้ทราบและวางแผนงานในแต่ละวัน

   และหลังจากนั้นก็จะรอรับโทรศัพท์จากพนักงานคนที่ไม่ได้ลาล่วงหน้าไว้เพื่อรับทราบว่าพวกเขาหยุดด้วยเหตุฉุกเฉินจากเรื่องอะไร หากป่วยก็จะมีใบแพทย์มายืนยัน หากฉุกเฉินเรื่องอื่นๆก็จะรับเรื่องไว้เป็นกรณีๆไป

   เช้าวันนี้ก็เช่นกันมีพนักงานคนหนึ่งชื่อ โต หยุดงานติดต่อกัน 7 วัน โดยโทรมาล่าสุดวันจันทร์ที่16 บอกป่วยปวดหลังหมอให้หยุด วันนี้เขาสแกนเข้างานมาและผมกำลังรอดูใบแพทย์ที่เขาจะต้องเอามาอ้างแน่ๆ

...............

   ช่วงที่ โต หายไปเพื่อนร่วมงานเข้าใจว่าเขาออกงานไปแล้ว หัวหน้าทีมเองก็ยุให้ผมแจ้งฝ่ายบุคคลว่าควรจะแจ้งยกเลิกสัญญาจ้างไปเลย เพราะปกติจะหยุดงานบ่อย และประวัติเก่าก่อนผมยังไม่ย้ายมาอยู่ที่แผนกนี้ก็โดนหนังสือเตือนไป 2 ครั้งแล้ว

   เอาเป็นว่าประวัติการทำงานไม่ดีเอาเสียเลย โอกาสที่จะได้บรรจุเป็นพนักงานประจำไม่ต้องพูดถึง หากทำงานแล้วหยุดบ่อยๆก็เป็นภาระต่อคนอื่นร่ำไป

   "แล้วจะเอาไว้ทำไม" ผมคิดในใจ

  "เปิดใบสมัครไว้รอเลยพี่" หัวหน้าทีมยุ

    ระหว่างที่ยืนคุยกันอยู่นั้นแฟนของโตก็เดินผ่านมาพอดี เธอท้องหกเดือนแล้ว หัวหน้าทีมกระซิบบอกผม ท้องเธอใหญ่มากจนเดินดูอุ้ยอ้ายผ่านไปอย่างเชื่องช้า

...........

   หลังแปดโมงหัวหน้าทีมก็พาโตมาพบผมที่โต๊ะ โตถือเอกสารมายื่น 2 ใบ เป็นใบรับรองแพทย์ที่กรุงเทพฯใบหนึ่ง ต่างจังหวัดอักใบหนึ่ง

   "นี่ไม่สบายยังเดินทางกลับต่างจังหวัดอีกเหรอ"ผมเริ่มซัก

   "พอดีไปทำธุระด้วยครับ"โตชี้แจง

   "หมอให้หยุดรวมสี่วันนะแต่เราหยุดเกินอีกสามวัน จะให้ทำยังไง"ผมต่อ

   "ก็แล้วแต่พี่"

   "ที่จริงพี่มีสิทธ์แจ้งยกเลิกสัญญาเราได้นะ หยุดงานติดต่อกันเกินสามวันโดยไม่แจ้ง"

   "ก็แล้วแต่พี่"

   "แล้วถ้ากลับมาทำงานจะทำไหวเหรอ ในเมื่อปวดหลังอย่างนี้ จะไปทำตรงไหนที่ไม่ต้องยกของหนัก"

   "ก็แล้วแต่พี่"โตยังพูดคำเดิม

   "ก็แล้วแต่พี่ได้ยังไง"ผมทวน "ชีวิตของเรา ลูกเมียของเราใครจะเลี้ยงดูหรือว่ารวยมีเงินเป็นถุงเป็นถัง ออกงานไปจะทำอะไรวางแผนไว้ยัง"ผมร่ายยาวและเริ่มมีอารมณ์นิดๆ  ขณะที่หัวหน้าทีมนั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ

  "แล้วลูกเราในท้องคลอดเดือนไหน" ผมต่อ

  "เดือนพฤศจิกา ครับ"

   ผมนึกถึงอีกสามเดือนที่ลูกของเขาจะลืมตามาดูโลก ขณะที่เขาเองตกงานแล้วเขาจะดูแลเลี้ยงดูกันยังไง แต่เขาอาจจะได้งานใหม่ก็ได้ รายได้ก็พอๆกันไม่น่าจะวิตกแทนเขาหรอก งานสมัยนี้หาง่ายจะตาย ผมเริ่มเถียงกับตัวเอง

   "เราเหลือวันลาพักร้อนได้กี่วัน"

    "สองวันครับ"

    ผมเปิดดูประวัติในคอมฯโตเหลือพักร้อน 4 วัน

   "เหลือสี่วันนี่ นี่แกหยุดโดยไม่รู้เลยเหรอว่าตัวเองเหลือพักร้อนกี่วัน"ผมบ่นต่อ

   "แต่คงใช้พักร้อนไม่ได้หรอก เพราะมันผิดระเบียบ สามวันที่หยุดไปคงต้องหยุดแบบยินยอมไม่รับค่าจ้าง และต้องได้รับหนังสือเตือนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และหากเกิดกรณีอย่างนี้อีกคงไม่ต้องเตือนกันอีกแล้วนะ"  

   "ก็แล้วแต่พี่"

   ผมมองหน้าหัวหน้าทีมที่นั่งอมยิ้มอยู่ข้างๆ

   หลังจากผมร่ายยาวไปพักใหญ่จนดูเหมือนผมจะเหนื่อยเพราะพูดมากเกินหรือคิดมากเกินก็ไม่ทราบ ผมบอกหัวหน้าทีมให้หางานที่เบาๆให้โตทำไปก่อน จนกว่าจะหายจากการปวดหลัง

..........

   เย็นวันนี้ผมเห็นโตเดินวางเอกสารใบคุมสินค้าตามพาเลท ใกล้ๆกับโต็ะทำงานแฟนของเขาซึ่งอยุ่อีกแผนกหนึ่ง ดูเขาเงียบกว่าวันก่อนๆที่เคยเห็น

   ผมนึกขอบคุณหัวหน้าทีมที่เข้าใจหางานที่ทำให้เขาดูมีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆลูกเมียของเขา ...