คนจำนวนมากคิดว่าตัวเองรู้แล้ว บางคนคิดว่าไม่จำเป็นต้องรู้ บางคนไม่ให้โอกาสตัวเองที่จะเรียนรู้ จนกระทั่งบางคนดูถูกตัวเองว่าตัวเองไม่มีความสามารถในการเรียนรู้

ตั้งแต่ผมเริ่มรู้จักคำว่า "การจัดการความรู้" เมื่อหลายปีก่อน ผมก็เริ่มจัดระบบคิดของตัวเอง

ให้เข้าใจตัวเอง เข้าใจสิ่งรอบตัว และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้นเรื่อยๆ

พอรู้อะไร ผมก็จะพยายามบันทึกแลกเปลี่ยน โดยเน้นสาระสำคัญที่พบ และเป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น

เพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ และการเรียนรู้ร่วมกัน

มาตลอดกว่า 7 ปีที่ผ่านมา

ทำให้ผมมีบันทึกที่มีสาระต่างๆ ระดับหลายร้อยเรื่อง และสามารถจัดพิมพ์เป็นหนังสือได้อย่างน้อยสองเล่ม ที่ออกวางตลาดแล้ว

และอีกหลายเล่มกำลังอยู่ในกระบวนการจัดพิมพ์

ในขณะเดียวกัน ผมก็ได้ลองตรวจสอบการเข้าไปอ่านเรื่องที่ผมบันทึกไว้ จากคนที่สนใจในแต่ละประเด็น

ผมกลับพบว่า

  • คนจำนวนมากคิดว่าตัวเองรู้มากกว่าที่ผมเขียน เลยไม่อ่าน
  • บางคนคิดว่าตัวเองรู้แล้ว เลยไม่อ่าน
  • บางคนคิดว่าเรื่องดังกล่าวไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ เท่าที่รู้อยู่ก็พอใช้ หรือเกินพอ ยังใช้ไม่หมดเลย
  • บางคนบอกว่าไม่มีเวลา เพราะมีงานอื่นต้องทำอยู่ ไม่ว่าง
  • บางคนไม่คิด และไม่ให้โอกาสตัวเองที่จะเรียนรู้
  • จนกระทั่ง บางคน ดูถูกตัวเองว่าตัวเองไม่มีความสามารถในการเรียนรู้ในเรื่องดังกล่าว
  • ฯลฯ

จนเป็นเหตุให้ เรื่องที่ผมบันทึกไว้ ไม่มีโอกาสจะเข้าถึงคนเหล่านั้น

ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ควรสร้างระบบกระตุ้นการเรียนรู้ เปิดช่องให้เขาเหล่านั้นได้มาสัมผัสว่า ยังมีแหล่งความรุ้ที่สามารถคัดสรรได้อีกมากมาย มากกว่าที่เขาเคยคิด และเคยเห็น

หรืออาจจะทำวิธีอื่นๆ ที่ถ้าช่วยกันคิด น่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้

เพราะถ้าเราไม่ผ่าทางตันนี้ ผมว่าโอกาสในการเรียนรู้ของคนจำนวนมาก จะน้อยเกินไป และทำให้เขาเหล่านั้นยังดักดานอยู่กับความไม่รู้ และปัญหาตามมาอีกสารพัด ทั้วต่อตนเอง และต่อสังคม

ขอคิดดังๆครับ