ในยุคใหม่ของเทคโนโลยีทางการศึกษา เกิดปัญหามากมายสำหรับการปรับตัวทั้งในเชิงมิติของนโยบายการศึกษา กระบวนการเรียนการสอน ผู้สอน และ ผู้เรียน รวมทั้งผู้ผลิตสื่อการศึกษา นโยบายการศึกษาที่มุ่งไปสู่การปฏิรูปทั้งรูปแบบ เนื้อหา และวิธีการเรียนการสอน รวมทั้งการพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัยตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 (หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ) ยังมีคำถามข้อสงสัยมากมายหลายประการถึงผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม และความรวดเร็วทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่กำลังก้าวสู่ความร่วมมือของกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซี่ยน การสนับสนุนอุปกรณ์เทคโนโลยีทางการศึกษาทั้งทางด้าน hardware และ software โดยภาครัฐ ถูกจัดความสำคัญเป็นลำดับแรก เพื่อเป็นเครื่องมือนำไปสู่การสื่อสารทางการศึกษาในยุคใหม่ พร้อมการเสริมหนุนเทคนิควิชาการด้านไอทีอย่างเข้มข้น ปัญหาที่สำคัญคือ เนื้อหาของหลักสูตรแบบใหม่ที่เหมาะสมทั้งการเรียนรู้ตามระบบ การหาความรู้ด้วยตนเอง หรือผ่านทาง social media อื่นๆ รวมทั้ง IT Infrastructure ในการรองรับอย่างมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงไร? ปัญหาต่อมา คือ ความทั่วถึงของเครื่องใช้และอุปกรณ์เหล่านี้ กระจายมากเพียงพออย่างไร? .. นอกจากเงินอุดหนุนจากส่วนกลางแล้ว แต่ละสถานศึกษามีงบประมาณมากพอหรือไม่ ? ภาคเอกชนอื่นๆ เข้ามามีส่วนสนับสนุนด้านนี้มากน้อยเพียงไร ? และได้มีการใช้ระบบเทคโนโลยี บูรณาการเข้ากับการเรียนการสอนอย่างเต็มประสิทธิภาพเพียงไร? ผู้บริหารสถานศึกษา และครูผู้สอนบางแห่ง ยังมีปัญหาการปรับตัวเข้ากับระบบการเรียนการสอนแบบเทคโนโลยียุคใหม่ หรืออาจจะไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะขับเคลื่อนได้รวดเร็ว ซึ่งย่อมทำให้ผู้เรียนประสบความล่าช้าตามไปด้วย ผู้ปกครองมีส่วนสนับสนุนเยาวชนนอกห้องเรียนมากน้อยเพียงใด? ทั้งในเชิงเทคโนโลยีและการใช้งานอย่างมีคุณภาพ ข้าพเจ้าอยากเห็นข้อมูลที่ชัดเจนครบถ้วนในการสะท้อนปัญหาข้างต้นของภาพรวมเหล่านี้ ซึ่งย่อมจะช่วยการวิเคราะห์อย่างสมเหตุผล เพื่อนำไปสู่ข้อเสนอในการแก้ปัญหาที่เหมาะสมในแต่ละกรณีได้ มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการเขียนแบบ "หลับตาคลำหาหางช้าง".. อย่างไรก็ตาม ในฐานะที่ข้าพเจ้ามีส่วนร่วมในการพัฒนาเยาวชนเรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรเครือข่าย ได้มีโอกาสสัมผัสกับสถานศึกษาหลายแห่งของภูมิภาคต่างๆ สามารถกล่าวถึงข้อเท็จจริงในภาพย่อยว่า ความตื่นตัวของเทคโนโลยีทางการศึกษามีสูงมาก เหตุเพราะ สภาพแวดล้อมด้านนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ย่อมสร้างทางเลือกที่ดี ต่อยอดระบบเดิมในการดำรงชีวิตที่สะดวกรวดเร็ว สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงต่างๆอย่างมีคุณค่า ข้าพเจ้าเชื่อว่า หากภาครัฐมีความตั้งใจจริงในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีทางการศึกษา และสร้างการมีส่วนร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง บนข้อมูลที่ครบถ้วน ผลสำเร็จย่อมเกิดขึ้นอย่างยั่งยืน..คือ >>> การสร้างคนดี+คนเก่ง+คนมีความสุข ขอขอบคุณที่ EGA และ GotoKnow เปิดประเด็นเรื่องนี้ ให้ร่วมแสดงความคิดเห็น.. ในช่วงปัจฉิมวัยที่ใช้เวลาในโลกไซเบอร์เนตหน้าจอดิจิตอล ไม่ต่ำกว่าวันละห้าชั่วโมง ข้าพเจ้าขอให้กำลังใจทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้อย่างเต็มที่ ................................................ ขอบคุณบางภาพจาก internet
ระบบ IT หรือ เทคโนโลยีต่างๆๆ ทางการศึกษานั้น สำคัญมากนะคะ เพราะการศึกษา เปรียบเสมือน "รากแก้ว" ของการศึกษาของเด็ก เยาวชน คนไทย และสังคมไทย
ขอบคุณมาก สำหรับบทความดีดีนี้นะคะ
เด็กดอย ... คอยต่อไป
อุปกรณ์พื้นฐานอีกนานครับพี่ใหญ่
ตาบอดยังคลำช้างไม่เลิก ;)...
เยี่ยมชมบันทึกและเป็นกำลังใจ
ขอบคุณบันทึกดีดี..คะพี่ใหญ่นงนาท
" เทคโนก้าวไปว่องไว ไม่กลัว
เส้นทางห่างไกล เทคโนไม่ทั่ว หน้ากลัวกว่า"
เป็นปัญหาที่ควรได้รับการแก้ไขก่อนสิ่งอื่นใด
พร้อมเรียนรู้ พร้อมใช้ แต่เน็ตและสื่อกลางเข้าไปไม่ถึง
จะพัฒนากันอย่างไร?
แต่
น้องดร.สมศรี../น้องอาจารย์ Wasawat../น้องหมอป.../น้องดร.ขจิต
น้อง Sila../ศูนย์วิชาการเอดส์../น้องอ.นุ../น้องKrugui../น้องรศ.ดร.ชยพร
น้องชลัญธร../น้องดาวลูกไก่../ น้องหนุ่มกร../น้อง Kunrapee../น้องEGA
น้องคลินิคเทคโนโลยี่
* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกนี้ค่ะ
* น้องดร.สมศรี.. โลกเทคโนโลยี่ก้าวหน้าไปแบบรวดเร็วและต่อเนื่อง ระบบการศึกษาจำเป็นต้องปรับตัวอย่างเหมาะสมกับภูมิสังคมและความพร้อมของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องนะคะ
* น้องอาจารย์ Wasawat.. เด็กดอย..เด็กเมืองอีกหลายพื้นที่ ที่พี่ใหญ่ได้ไปเห็น ให้ความสนใจในกระแสเทคโนโลยี่มากค่ะ..ต้องสร้างโอกาสแห่งการเรียนรู้ให้มากขึ้นตามลำดับ
* น้อง EGA.. เราเห็นปัญหาเหล่านี้ตรงกันของรูปธรรมแห่งผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542
หมวดที่ 9 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา :
.......... มาตรา 63 รัฐต้องจัดสรรคลื่นความถี่ สื่อตัวนำและโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่จำเป็นต่อการส่ง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ วิทยุโทรคมนาคม และการสื่อสารในรูปอื่นเพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย การทำนุบำรุงศาสนาศิลปะและวัฒนาธรรมตามความจำเป็น
......... มาตรา 64 รัฐต้องส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาแบบเรียนตำรา หนังสือทางวิชาการ สื่อสิ่งพิมพ์อื่น วัสดุอุปกรณ์และเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาอื่น โดยเร่งรัดพัฒนาขีดความสามารถในการผลิต จัดให้มีเงินสนับสนุนการผลิต และมีการให้แรงจูงใจแก่ผู้ผลิตและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทั้งนี้ โดยเปิดให้มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม
น้องบุษยมาศ../น้องดร.ขจิต../น้องครูธนิตย์../น้องครูวุฒิ..น้องผศ.วิไล
น้องครูแดง../น้องหมอนามัยทิมดาบ../น้องปริม..หลานอักขณิช
น้องน้อย../น้องชฎารัตน์
* สวัสดีค่ะ ขอบคุณมากสำหรับกำลังใจมอบแก่บันทึกนี้ค่ะ
* น้องบุษยมาศ..เด็กๆในยุคการศึกษาแห่งเทคโนโลยี่ คงต้องเรียนรู้ในเรื่องนี้อย่างเป็นรูปธรรม ตามความพร้อมของระบบและนอกระบบการศึกษาที่เอื้ออำนวยให้..สำคัญอยู่ที่การปลูกฝังจิตสำนึกในการบริหารตนเองและการสร้างคุณค่าแก่การดำเนินชีวิตที่ดีงามจากการใช้เทคโนโลยี่เหล่านี้นะคะ
* น้องดร.ขจิต..3 P : Policy..Process..People..>>> Keys of Success Factors..รู้ข้อมูล..ร่วมกันแก้ไขและพัฒนา
*น้องครูธนิตย์..ขอบคุณค่ะที่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ขอเป็นกำลังใจแก่สถานศึกษาและบุคลากรทุกท่านค่ะ..