เมื่อวันที่ 16 ก.ค. ณ หอประชุมวิทยาลัยราชพฤกษ์ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี นางนลินี ทวีสิน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี พร้อมคณะ เดินทางไปเป็นประธานพิธีเปิดงาน “รวมพลังวัยรุ่นไทยกด like กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” และกล่าวปาฐกถาพิเศษ โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี และอธิการบดีวิทยาลัยราชพฤกษ์ ให้การต้อนรับ ซึ่งภายในงานมีนักเรียน นักศึกษา และสตรีจังหวัดนนทบุรีมาร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คน

นางนลินี กล่าวว่า ตนรู้สึกยินดีที่ จ.นนทบุรี ได้จัดงานนี้ขึ้น เพราะความจริงแล้วรัฐบาลมีนโยบายจัดตั้งกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี เพื่อให้กองทุนนี้เป็นของสตรี โดยสตรี และเพื่อสตรีทุกคน เพียงลงทะเบียนเป็นสมาชิกกองทุนฯ เพื่อรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น การช่วยเหลือ พัฒนา และสร้างศักยภาพของสตรีทุกคน รวมถึงคนในครอบครัว ชุมชน และสังคมโดยรวม โดยเปิดโอกาสให้สตรีที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป ซึ่งนับเป็นช่วงวัยที่เริ่มมีวุฒิภาวะ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และมีพลังพอที่จะช่วยขับเคลื่อนชุมชนและสังคมได้ ซึ่งที่ผ่านมาสตรีที่ลงทะเบียนส่วนใหญ่เป็นสตรีวัยแรงงานไปจนถึงผู้สูงอายุ ดังนั้น การรวมพลังของคนรุ่นใหม่ใน จ.นนทบุรี ซึ่งถือเป็นจังหวัดนำร่องในการสร้างกระแสความตื่นตัวของวัยรุ่นที่ให้ความสนใจกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีครั้งนี้จึงมีประโยชน์ในการสร้างการมีส่วนร่วมของเยาวชน นักเรียน นักศึกษา รวมทั้งจะเป็นตัวอย่างให้แก่จังหวัดอื่นๆ ด้วย

นางนลินี กล่าวอีกว่า ปัจจุบันในสังคมเกิดปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และการกดขี่ทางเพศต่อเด็กและผู้หญิงเพิ่มขึ้น และยังพบว่าผู้หญิงที่ตั้งครรภ์และทำแท้งมีช่วงอายุที่น้อยลง ขณะที่อัตราการตั้งครรภ์และทำแท้งเพิ่มขึ้นอย่างน่าเป็นห่วง กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีจึงเป็นช่องทางที่จะช่วยแก้ไขปัญหาให้แก่สตรี ทั้งปัญหาการดำเนินชีวิต ปัญหาความไม่เสมอภาค ขาดโอกาสในสังคม การตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง และการกดขี่ทางเพศ นอกจากนี้ยังจะเป็นเครื่องมือให้สตรีทุกคนรวมถึงยุวสตรีได้ใช้พัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ

“น้องๆ ทุกคน อาจจะเคยเห็นว่าในจังหวัด อำเภอ ชุมชน หรือแม้แต่ในโรงเรียนของเรา มีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ อย่างเช่น มีการจัดตั้งชุมนุมหรือชมรมอาสาบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อนช่วยเพื่อน ชมรมพัฒนาทักษะด้านภาษา คุณธรรม จริยธรรม หรือชมรมฝึกอาชีพ เป็นต้น ซึ่งหลายครั้งต้องได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากทางโรงเรียนหรือผู้มีจิตศรัทธาสมทบเงินเข้ามาเพื่อเป็นทุนใช้ในการทำกิจกรรม แต่นับจากนี้ทุกคนจะมีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีเป็นแหล่งเงินทุนเพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ตนเองและครอบครัว ดูแลสุขภาพ เพิ่มทักษะความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้าน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่คนไทยทุกคนจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาที่ถูกกำหนดให้เป็นสื่อกลางในการสื่อสารระหว่างประเทศสมาชิก หรือการเรียนรู้วัฒนธรรมและการดำเนินชีวิตของประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งน้องๆ สามารถใช้ประโยชน์จากกองทุนนี้ในการฝึกอบรม หรือทำกิจกรรมอื่นๆ ที่ทุกคนวางแผนร่วมกันได้ โดยรวมกลุ่มกันตั้งแต่ 5 คน ขึ้นไป” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ในตอนท้าย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังได้ฝากถึงผู้ที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ แล้ว ขอให้เตรียมรวมกลุ่มกัน 5 คน เพื่อเสนอโครงการขอรับทุน รวมถึงองค์กรสตรีด้วย ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิก ก็ขอเชิญชวนให้สมัครเข้าเป็นสมาชิกโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเข้ามามีส่วนร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมในการช่วยเหลือและดูแลสตรี และติดตามข่าวสารของกองทุนฯ ได้ทางเว็บไซต์ www.womenfund.thaigov.go.th และเข้าไปกด like ที่ Fanpage ของกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี

ด้านนางสาวชนกานต์ ไหลหลั่ง นักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ นนทบุรี กล่าวว่า รู้สึกประทับใจที่ได้มาร่วมงานวันนี้ ส่วนตัวมองว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นให้เยาวชนเห็นความสำคัญของสิทธิ ส่งเสริมความเท่าเทียมกันระหว่างหญิงชาย นอกจากนี้ทำให้เด็กๆ ได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ แม้ว่าตนเองจะทราบเรื่องของกองทุนฯ เล็กน้อย แต่จะกลับไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อใช้ประโยชน์จากกองทุนฯ ต่อไป

ส่วน นางสาวสุพัตรา บำเพ็ญเพียร จากโรงเรียนเดียวกัน กล่าวเช่นเดียวกันว่า มีความประทับใจเพราะกิจกรรมไม่น่าเบื่อ ได้เห็นอีกมุมหนึ่งของสตรีในสังคม ในอนาคตเมื่อสมัครเป็นสมาชิกกองทุนฯ แล้ว อยากจะทำโครงการเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกข่มเหงรังแก โครงการ “รวมพลังวัยรุ่นไทย กด like กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี” ครั้งนี้ ยังมีการบรรยายให้ความรู้แก่เยาวชน เรื่อง การขับเคลื่อนกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของ จ.นนทบุรี และการจัดนิทรรศการเผยแพร่ข้อมูลของกองทุนฯ การแข่งขันตอบปัญหาชิงรางวัล OTOP รวมทั้งการเปิดรับลงทะเบียนสมาชิกกองทุนฯ และการกด like ใน fanpage ของกองทุนฯ ด้วย

สำหรับการดำเนินงานกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีของรัฐบาล ขณะนี้มีสตรีให้ความสนใจเข้าเป็นสมาชิกแล้วกว่า 13 ล้านคน และยังคงดำเนินต่อไป โดยไม่มีกำหนดปิดรับลงทะเบียน ตลอดจนได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับตำบล จังหวัด และกรุงเทพมหานครแล้ว เหลือเพียงการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติมในทุกระดับ และการแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีระดับชาติ เพื่อนำไปสู่การโอนเงินให้แก่จังหวัดเฉลี่ยจังหวัดละ 100 ล้านบาท ต่อไป โดยรัฐบาลกำหนดจัดพิธีกดปุ่มโอนเงินไปให้ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ในวันที่ 31 กรกฎาคม นี้ ซึ่งนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีดังกล่าว ณ อิมแพค เมืองทองธานี ทั้งนี้ ภายในงานจะมีการปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี มีนิทรรศการให้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และกิจกรรมอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย.