สรีดภงค์ หรือ ทำนบพระร่วง

         วันนี้มีโอกาสมาชมราชธานีเก่าของไทยเมื่อครั้งอดีตอันรุ่งโรจน์เมื่อ 700 กว่าปีที่ผ่านมาแล้วเป็นหลักฐานสำคัญของการเริ่มต้นอาณาจักรสุโขทัยจนกลายมาเป็นประเทศไทยในปัจจุบันนี้  ได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกเมื่อเดือนธันวาคม 2543 ให้เป็น "มรดกโลก"

        เมื่อชมเมืองเก่าชั้นในและสักการ พระบรมราขานุสาวรีย์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชแล้วขับรถออกไปทางประตู  อ้อ นอกกำแพงเมืองเก่าทางทิศตะวันตกเฉียงใต้  ผ่านเทวาลัย เลี้ยวขวาขึ้นไปจะพบกับ สรีดภงค์ หรือทำนบพระร่วง(ตามชื่อที่ปรากฎในศิลาจารึกหลักที่ 1) คือทำนบกั้นน้ำหรือเขื่อนอยู่บริเวณที่ถูกขนาบด้วยภูเขาสองลูก เป็นรูปก้ามปูคือเขาพระบาทใหญ่และเขากิ่วอ้ายมา ภูเขาทั้งสองลูกนี้อยู่ในทิวเขาหลวงซึ่งเป็นด้านหลังตัวเมืองสุโขทัยลึกเข้าไปในทิวเขานี้เป็นซอกเขาอันเป็นต้นกำเนิดของทางน้ำเรียกว่า "โซกพระร่วงลองขรรค์" เป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ด้วย กุ้ง หอย ปู ปลา พรรณไม้และ สมุนไพรต่างๆและเป็นที่รองรับน้ำฝนอีกด้วยนับว่าเป็นแหล่งน้ำที่จะหล่อเลี้ยงชาวเมืองสุโขทัยให้อยู่อย่างมีความสุข

            สันนิฐานว่าพระมหากษัตริย์สุโขทัยสร้างขึ้นด้วยความชาญฉลาดและยังขุดคูเมืองถึงสองชั้นเพื่อบริหารจัดการน้ำไว้ใช้ในเมืองและในพระราชวังโดยระบายน้ำเข้าเมืองตรงมุมตะวันตกเฉียงใต้เข้าสู่สระตระพังเงิน สระตะพังทองเก็บไว้ใช้ถ้าน้ำมีมากก็จะไหลเข้าคลองเสาหอและระบายสู่แม่น้ำลำพัน แม่น้ำยมต่อไป ทำให้น้ำไม่ท่วมเมือง  สะท้อนให้เห็นถึง       นวัตกรรมชั้นเลิศเป็นภูมิปัญญาที่แยบยลในการคิดประดิษฐ์สร้างสรรค์ ของพระมหากษัตริไทยที่มีมานานแล้ว      

     เขื่อนหรือคันดินขนาดใหญ่กั้นระหว่างตีนเขาพระบาทใหญ่และตีนเขากิ่วอ้ายมาอันเป็นที่รวมน้ำจาก"โซก" ต่างๆตามบริเวณ เขา 17 โซก ในปัจจุบันนี้กรมชลประทานร่วมกับกรมศิลปากรได้ปรับปรุงบูรณะและซ่อมแซมขึ้นใหม่ให้มีความสูงประมาณ 10 เมตร แนวคันดินหลังเขื่อนกว้างประมาณ 3-4 เมตร  ยาว 400 เมตร กักเก็บน้ำได้ 400,000 ลูกบาศก์เมตร(ข้อมูลจากเน็ต)

                                             

                    บริเวณนี้คือ แนวคันดินหลังเขื่อน 

              ขอบคุณที่เข้ามาอ่าน