R2R ; เรียบง่าย คุณภาพ และครบวงจร => คือ Theme ที่มีขึ้นในงานประชุมวิชาการ R2R ครั้งที่ ๕ ประจำปี ๒๕๕๕ ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงวีทีอาร์ที่นำมาเปิดในตอนต้นของรายการ

"หน่วยสนับสนุนก็ทำ R2R ได้" 

คือ ภาพที่สะท้อนเรื่องราวออกมาเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของผู้คนในห้องประชุม โดยเฉพาะเรื่องราวของทำงานตัวเล็กๆ ในหน่วยจ่ายกลาง โรงพยาบาลป่าติ้ว จังหวัดยโสธร

จำได้ย้อนหลังไปสามปีก่อน ที่ข้าพเจ้าไปเชียร์การทำ R2R ที่นั่น ... เป็นเรื่องปกติที่ว่า ส่วนใหญ่มักจะเป็นบุคลกรทางการแพทย์ พยาบาล และสหสาขาวิชาต่างๆ โอกาสที่คนตัวเล็กๆ อย่างน้องๆ คนงานมีน้อยมากที่จะได้เข้าร่วมกระบวนการเรียนรู้เช่นนี้

ซอกมุมเล็กๆ ที่ไกลออกไป แววตาประหม่าและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ข้าพเจ้าแจ้งต่อผู้ประสานงานว่าให้น้องมานั่งใกล้ 

จากการเรียนรู้ที่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยการเรียนวิจัย หากแต่เราเริ่มต้นด้วยการย้อนมามองงานประจำที่เราทำ ว่ามีปัญหาอะไร และฝึกการกระตุ้นต่อมเอ๊ะ...ให้เป็นคำถามที่สามารถนำไปสู่การตั้งโจทย์คำถามการวิจัย ทำให้น้องๆ หลายคนเริ่มสนุกกับถูกกระตุ้นให้คิด

จากการฝึกทักษะเช่นนี้ ทำให้ได้โจทย์คำถามที่นำไปสู่การค้นหาหรือแสวงหาคำตอบได้ง่าย สนุก และมีความสุข ทำอย่างไรภาระงานจึงจะน้อยลง หากแต่ได้เนื้องานที่มีคุณภาพมากกว่า ทำให้หน่วยจ่ายกลางโรงพยาบาลป่าติ้ว เริ่มคึกคักและมีชีวิตชีวา

ไม้หีบปิ้งปลาที่ย่นระยะในการทำซองซิล หรือการใช้ตะไคร้หอมอบผ่าเพื่อดับกลิ่นคาวเลือด หรือเพิ่มพลังซักหารสอง ที่นำมาซึ่งการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายโรงพยาบาลได้อย่างมากมาย

จากเรื่องราวต่างๆ ดังกล่าวเป็นเพียงบางส่วนที่สะท้อนให้เห็นว่า ในชีวิตการทำงานเราสามารถค้นหาโจทย์เพื่อนำมาสู่การตั้งคำถาม R2R ได้อย่างมากมายไม่มีขีดจำกัด จากนั้นเพิ่มกระบวนการทบทวนวรรณกรรม และออกแบบวิธีการแก้ไขปัญหาปัญหานั้น ทดลองใช้ไปสักพัก ลองวิเคราะห์ผลออกมาดูจะพบว่า วิธีการคิดและปฏิบัติเช่นนี้ จะทำให้เรามีความสุขในการทำงาน

เพราะอะไร...

หน่วยสนับสนุน ดั่งเช่นน้องๆ คนหน้างานตัวเล็กๆ เหล่านี้จึงกล้าที่จะฮึกเหิมลุกขึ้นมาทำ R2R ทั้งๆ ที่แรกเริ่มเดิมทีดูเหมือนจะน่ากลัวและถูกขีดวงจำกัดเพียงแค่คนที่จบปริญญาโทหรือเชี่ยวชาญขึ้นไป

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้คำตอบต่อตนเอง ก็คือ การเอื้ออำนวยให้เกิดการเรียนรู้อย่างไร้เงื่อนไข ซึ่งนำพาให้คนทำงานฝึกค้นหาโจทย์คำถามด้วยตนเอง ลงมือศึกษาด้วยตนเองตามศักยภาพที่มีอย่างผู้ที่ชำนาญในงานตนเอง จากนั้นกระตุ้นให้ใคร่ครวญถึงผลการศึกษาที่สะท้อนถึงผู้รับบริการ และที่สำคัญ...การนำผลการศึกษา R2R ย้อนกลับมาใช้ในงานประจำของตนเอง

ซึ่งกระบวนการเช่นนี้ทำให้เกิดคุณค่าและความหมาย ตลอดจนเกิดเป็นการขยายพื้นที่ทางปัญญาให้มีโครงสร้างเกิดการเรียนรู้ในวงกว้างออกไป

เมื่อเวลาผ่านไป

จากแววตาที่หวาดหวั่น ... ต่างมีประกายแห่งความสุข และความมั่นใจ

ท่ามกลางผู้คนมากมายในงานประชุมวิชาการ R2R ประจำปี ...ย้อนหลังไปเมื่อปีที่แล้ว (๒๕๕๔) น้องอ๋อย ขึ้นนำเสนอผลงานที่ตนเองปฏิบัติด้วยตนเอง ด้วยความสามารถ ด้วยศักยภาพ เป็นที่ประจักษ์ต่อผู้คนมากมาย

เพียงแค่...การได้รับการชี้และเชียร์ให้ย้อนกลับมองงานของตนเอง

จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่โหมดแห่งการเรียนรู้การแก้ปัญหาหน้างาน ด้วยกระบวนการอันเป็นระบบ เป็นขั้นเป็นตอน อย่าง R2R จากปรากฏการณ์เช่นนี้จึงไม่มีขีดจำกัดอีกแล้วต่อการพัฒนาศักยภาพแห่งมนุษย์ที่จะเรียนรู้ต่อไปเพื่อพัฒนางานตนเอง

...

๑๕ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๕