ได้ดอกไม้ของแปลกอีกชนิดที่เพิ่งได้เห็นเป็นครั้งแรกแล้วก็ตัดสินใจซื้อมาเลย คือ โฮยาจักรพรรดิ ดอกใหญ่มาก เห็นแล้วนึกถึง ลิ้นจี่พันธุ์ธรรมดา กับ ลิ้นจี่จักรพรรดิ ที่ขนาดต่างกันลิบ โฮยาธรรมดาที่เห็นกันทั่วไปกับโฮยาจักรพรรดิ ก็ทำนองเดียวกันค่ะ โฮยาจักรพรรดินั้นเนื่องจากดอกแต่ละดอกใหญ่มาก ช่อหนึ่งจึงมีไม่กี่ดอก ต่างกับโฮยาแบบเดิมที่ดอกเล็ก ออกเป็นช่อแน่นชิด ดูงดงามอ่อนหวานกว่ากัน กลีบด้านในของโฮยาจักรพรรดิเป็นสีแดงเข้ม แข็งเป็นมันวับราวดอกไม้พลาสติก     

ผู้เขียนเคยเห็นโฮยามาที่บ้านคุณย่าครั้งยังเป็นเด็กอยู่ริมคลองบางกอกน้อย แล้วเขาเรียกต้น “นมตำเลีย” มารู้จักชื่อเรียกเพราะๆว่า โฮยา ก็ตอนโตแล้วค่ะ ถึงเวลานี้ก็เลยสรุปเอาว่าคนไทยคงรู้จักต้นไม้ชนิดนี้กันมานาน การตั้งชื่อก็ตั้งตามคุณสมบัติของพืช คือ มียางสีขาวทั้งต้น หากโดนหักไม่ว่าตรงไหนก็จะมีน้ำยางสีขาวขุ่นไหลออกมา เด็กๆจึงไม่มีใครเด็ดดอกนมตำเลียมาเล่น แม้ว่าจะดูสวยงาม ออกเป็นช่อกลมๆต้องตาเด็กๆ

 

ชื่อสามัญภาษาอังกฤษของโฮยา คือ Wax Plant หรือ Wax Flower คงเป็นที่ลักษณะแข็ง และมักมีกลีบดอกมันวาว แม้ว่าดอกบางสายพันธุ์จะมีขนเหมือนกำมะหยี่ ช่อดอกรูปร่างกลม หรือเกือบกลมนี้จะประกอบไปด้วยดอกเล็กๆหลายดอก ตรงกลางของแต่ละดอกจะมีส่วนที่โดดเด่นขึ้นมาเรียกว่า “มงกุฎ” ขนาดของช่อดอกและดอกเดี่ยวแต่ละดอกจะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ มีตั้งแต่ขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็กมาก บางสายพันธุ์ดอกเดี่ยวจะใหญ่อลังการเช่นดอกเดี่ยวของโฮยาจักรพรรดิ เวลามีดอก ดอกจะอยู่ทนได้หลายวัน บางชนิดมีกลิ่นหอมด้วยค่ะ

โฮยาพันธุ์ธรรมดาที่เห็นทั่วไปมักมีใบแข็งรูปร่างเหมือนหัวใจ ที่จริงใบของโฮยาก็มีลักษณะแตกต่างมากมายตามสายพันธุ์ อย่างโฮยาจักรพรรดินี้ใบก็จะยาวเรียวแม้จะแข็งแต่ก็ไม่หนาเท่าแบบใบรูปหัวใจค่ะ

ต้องขอบคุณ โฮยาจักรพรรดิ ที่จุดประกายทำให้นึกเปรียบเทียบกับโฮยาที่เคยเห็น เลยได้ทราบว่า โฮยานี้เป็นพืชเขตุร้อน มีถิ่นกำเนิดในแถบเอเชีย พบโฮยาได้ในบ้านเราและประเทศเพื่อนบ้านรอบๆตัวไกลไปถึงอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และ ออสเตรเลียทีเดียวค่ะ มีมากมายราว ๓๐๐ สายพันธุ์

ดอกโฮยาหลายชนิด มีหลายสี ตั้งแต่ ขาว เหลือง ชมพู ไปจนถึงแดง โฮยาเป็นไม้เลื้อยที่แข็งแรง เลี้ยงง่าย ไม่ต้องการที่เยอะ ชอบอยู่ที่แดดรำไร เหมาะกับคนที่มีพื้นที่ไม่มากและอยากปลูกต้นไม้ ดอกไม้ไว้ชมความงามให้สบายตา สบายใจค่ะ

ที่มาของชื่อ Hoya นั้น ก็ตามธรรมเนียมของการค้นพบและการศึกษาพืชพันธุ์ไม้ที่มักทำโดยฝรั่ง นักพฤกษศาสตร์ชื่อ Robert Brown ได้ตั้งพันธุ์ไม้ที่เขาคนพบนี้ว่า Hoya เป็นเกียรติแก่เพื่อนของเขาซึ่งเป็นนักพฤกษศาสตร์ด้วยกัน ชื่อ Thomas Hoy (ข้อมูลจาก Wikipedia)

******

ดอกไม้อีกชนิดที่ทำให้แปลกใจยิ่งนัก คือ ดอกเข้าพรรษาสีชมพู ซื้อมาจากร้านข้างทางตอนไปเมืองกาญจน์แถวๆไทรโยคปีกว่ามาแล้ว ที่จริงซื้อทั้งสีขาวและสีชมพู ช่วงน้ำท่วมก็โยกย้ายต้นไม้วุ่นวายจนจำไม่ได้ว่าอะไรเป็นอะไร อยู่ที่ไหน หรือไม่สามารถช่วยชีวิตต้นไม้แสนรักต้นไหนบ้าง ก็ทำใจยอมรับไปแล้วค่ะ 

เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาเพิ่งมีเวลาไปเดินดูต้นไม้ใบหญ้าแบบสบายๆ เห็นใบเขียวๆยาวๆคล้ายพวกขิง ข่า มีช่อดอกสีชมพูๆเอนพังพาบอยู่กับดิน มีเศษดินทรายเกาะติดตามดอกและใบมอมแมมเชียว สวมแว่นมองชัดๆจึงรู้ว่าเป็น ต้นดอกเข้าพรรษาสีชมพู ที่หลงลืมไปแล้ว มีความสุขจากการที่เห็นเธอผดุงตนให้รอดชีวิต พ้นวิกฤตมาได้เช่นเดียวกับเรา คิดแล้วให้เกิดกำลังใจแก่ตนเองดีค่ะ

 

 ภาพซ้ายบนเป็นภาพที่พบเธอในวันแรก พอจับเธอขึ้นตั้งและมีหินพิงวันรุ่งขึ้นก็ดูแข็งแรงขึ้นมาดังภาพล่างขวาเลยค่ะ

มองสิ่งเล็กๆแต่พอค้นคว้าข้อมูลล้วนพบว่าเป็นเรื่องใหญ่ มีสาระสำคัญน่าสนใจแทบทั้งนั้น ดอกเข้าพรรษาก็เช่นกัน ข้อมูลอ่านมาจากหลายแหล่ง หากเป็นภาษาไทยก็จะเข้าไปเกี่ยวข้องกับเทศกาล “เข้าพรรษา”  ชาวพุทธก็จะไปเก็บดอกไม้นี้มาถวายพระเกิดเป็นประเพณี “ตักบาตรดอกไม้” ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ดั้งเดิมของชาวอำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ดอกเข้าพรรษาจะออกดอกเพียงปีละครั้งเท่านั้นผลิบานสะพรั่งตรงกับช่วงเวลาเข้าพรรษาพอดี

“...เมื่อถึงวันเข้าพรรษา คือวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีชาวอำเภอพระพุทธบาทจะพากันไปเก็บดอกเข้าพรรษาตามไหล่เขาโพธิลังกาหรือ เขาสุวรรณบรรพตเทือกเขาวง และเขาพุในเขตอำเภอพระพุทธบาท นำมาจัดรวมกับธูปเทียนเพื่อตักบาตรถวายพระซึ่งที่จังหวัดสระบุรีนี้ได้จัดพิธีตักบาตรดอกไม้ ณวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหารพระอารามหลวงตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และเป็นสถานที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาทอันศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนให้ความเคารพบูชา...”

(ที่มา http://www.dhammajak.net/board/viewtopic.php?t=6369)

ต้นเข้าพรรษา มีอีกชื่อว่า ต้นหงส์เหิน ก็เพราะลักษณะของกลีบดอกและเกสรนั่นเอง ต้นไม้ชนิดนี้อยู่ในสกุล Globba winitii วงศ์เดียวกับขิง คือ Zingiberaceae (ginger Family) เป็นพืชเมืองร้อนเกิดในป่าร้อนชื้น พบได้ในประเทศไทย, พม่า และเวียดนาม

รูปร่างดอกน่าสนใจมากค่ะ (อธิบายตามตาเห็นอาจไม่ถูกต้องในการเรียกในทางพฤกษศาสตร์) จะเห็นดอกย่อยออกสลับซ้ายขวาเป็นระเบียบ ช่อดอกอ่อนช้อยระย้าลง มีกลีบดอกย่อยหลากสีตามแต่สายพันธุ์ เช่น ขาว เหลือง ชมพู ชมพูอมม่วง ซึ่งแต่ละดอกย่อยยังมีดอกเล็กๆสีเหลืองสดใสโชว์โดดเด่นออกมาอีก จนฝรั่งจินตนาการว่าเหมือนสาวน้อยเริงระบำกลางอากาศ จึงตั้งชื่อว่า Dancing Ladies มีใบสวยงามเหมือนฉากหลัง ใบนั้นคล้ายใบขิง ใบข่า คือเป็นใบเดี่ยว ก้านสั้น แต่ตัวใบค่อนข้างยาวและมีปลายแหลมคล้ายใบหอก

น่าสนใจที่ได้รู้ว่าไม้เขตุร้อน (Tropical plant) ชนิดนี้ฝรั่งนิยมปลูกเป็นไม้ประดับ อย่างพันธุ์ดอกสีขาวเขาก็ตั้งชื่อว่า White Dragon หรือ มังกรขาว ฝรั่งนำพันธุ์บ้านๆไปปลูก(ไม่ทราบเอาไปจากที่ไหน) ไปพัฒนาเกิดเป็นไม้ลูกผสมที่แข็งแรงสวยงามส่งขายกันทั่วโลกเป็นล่ำเป็นสัน ในขณะที่เจ้าถิ่นเช่นไทยเราก็ยังใช้ดอกเข้าพรรษาแบบเก็บจากป่าเขาอยู่ และใช้ในพิธีทางศาสนาปีละครั้ง สมถะไปหน่อยไหมคะ

มีผู้เพาะเลี้ยงในฮาวายได้พัฒนาพันธุ์สร้างลูกผสม Globba winitii ใหม่ๆขึ้นมาและตั้งชื่อเสียหรูหราแถมจดสิทธิบัตรเรียบร้อย เช่น Dancing Jewel, Pristina Pink, Purest Angel(สีขาว), Blushing Maiden(สีชมพูและขาว), Ruby Queen ซึ่งพันธุ์ลูกผสมชนิดหลังนี้ได้รับรางวัล The Best Flowering Plant ในงาน Tropical Plant Industry Exhibition ปี 1999 ที่ฟลอริดา สหรัฐอเมริกา

(ที่มา http://www.floridata.com/ref/g/glob_win.cfm)

 

 

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วได้ซื้อดอกเข้าพรรษาสีขาวและดอกกระเจียวมาจัดใส่โถพลู ดอกไม้พวกนี้อยู่ได้นานเป็นอาทิตย์ทีเดียวค่ะหากหมั่นเปลี่ยนน้ำและตัดก้านที่เปื่อยออก

บันทึกนี้เรื่อยๆมาเรียงๆเดินเมียงมองต้นไม้ใบหญ้าที่งอกงามอยู่ในบ้าน มีความสุขง่ายๆกับการชมต้นไม้ ดอกไม้ค่ะ

ความงาม กลิ่นหอม วัฏจักรชีวิตของพืชพรรณเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติมอบให้โลกอย่างเมตตาปราณี ทุกครั้งที่สัมผัสสามารถสร้างความชื่นใจทั้งยามที่ชีวิตสงบ และเยียวยากาย-ใจยามที่เครียด ฟุ้งซ่าน หม่นหมอง เพราะการได้ช้าลง ได้หยุดเพื่อพินิจความงาม ได้หลับตาสูดกลิ่นหอม ได้ฟังเสียงลมและฝนต้องใบไม้ เป็นการฝึกให้ผัสสะผ่าน หู ตา จมูก ลิ้น ผิวกาย และใจของเราได้ทำงานอย่างมีสติ รู้ตัว ได้ลิ้มรสว่าความสุขกับปัจจุบันขณะนั้นเป็นอย่างไร และที่สำคัญยิ่งได้ประจักษ์ในไตรลักษณ์ของสรรพสิ่ง เกิดขึ้น ...ตั้งอยู่ ...ดับไป ...ที่ปรากฏตลอดเวลาต่อหน้าต่อตาของเรา หมุนเวียนเช่นนี้ตามแต่เหตุปัจจัยว่า ...มันเป็นเช่นนั้นเอง... เพื่อให้ใจยอมรับได้และสามารถปล่อยวางลงเสียบ้างทั้งสุขและทุกข์ ก็จะพบสุขที่แท้จริงนั่นคือ ...ความสงบเย็นแห่งใจของเรา

ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยือนค่ะ