๓๐ พ.ค. ๕๕เวลาประมาณเกือบห้าโมงเย็น คณะ ๖ คนก็นั่งรถยนต์ถึง Kamakura และเข้าพักที่ เรียวกัง Kaihinsoซึ่งสดวกสบาย ห้องกว้างขวาง มีระเบียงนั่งเล่นด้วย มีห้องอาบน้ำและห้องน้ำในตัว พื้นที่ห้องทั่งหมดรวมแล้วประมาณ ๘ x ๘ เมตร ความสะดวกสบายไม่แพ้ Takumi no YadoYoshimatsuที่ฮาโกเน่ และที่สำคัญคืออาหารอร่อยกว่า เขามี เชพ ประกอบอาหารโดยเฉพาะ และโต๊ะอาหารแม้จะแบบญี่ปุ่น แต่นั่งเก้าอี้ที่เตี้ยแบบญี่ปุ่น เราพักที่นี่ ๒ คืน
การพักเรียวกังมีบริการหลัก ๓ อย่าง คือ (๑) ห้องพักแบบญี่ปุ่น (๒) อาหารญี่ปุ่น ๒ มื้อ คือเช้ากับเย็น (๓) แช่น้ำร้อนในอ่างรวม (ออนเซ็น) ค่าใช้จ่ายแพงกว่าพักโรงแรมแบบตะวันตก แต่ อ. ทริพนี้ อ. แบน ต้องการพาอาจารย์ของสถาบันอาศรมศิลป์ที่ทำงานออกแบบ hospice ของมหาวิทยาลัยมหิดล คือ สถาปนิกหนุ่ยกับคุ้งมาเรียนรู้วัฒนธรรม ศาสนา ศิลปกรรม และสถาปัตยกรรม แบบญี่ปุ่น (รวมทั้งอเมริกาและแคนาดาด้วย) และชวนผมมาพักผ่อนด้วย
กามากูระเป็นเมืองเก่าอยู่ไม่ไกลจากโตเกียวคนมักมาเที่ยวแบบมาเช้าเย็นกลับลูกสาวผมเขาแนะนำให้มาเที่ยวและเช่ารถจักรยานขี่เที่ยวแต่เรามีรถยนต์เช่าจึงอดเช่าจักรยานขี่เที่ยวเจ้าของเรียวกังไคฮินโซบอกว่าเขามีห้องพัก ๑๔ ห้องและกิจการดีใช้ได้คนที่มาพักเกือบทั้งหมดเป็นคนญี่ปุ่นและในจำนวนนี้ร้อยละ ๘๐ เป็นผู้หญิง
๓๑ พ.ค. ๕๕ เรานั่งรถออกไปเที่ยววัดเซ็นที่ถือเป็นวัดประจำเมืองคือวัดKenchojiที่สร้างมาตั้งแต่คศ.๑๐๖๓ แล้วย้ายมาอยู่ที่ตั้งปัจจุบันในปี ๑๑๘๐ เพื่อให้เป็นวัดใจเมืองหรือขวัญเมืองคืออยู่ต้นถนนหลักของเมืองสถานที่ตั้งวัดต้องมีภูเขาอยู่ข้างหลังเราไปแต่เช้ายังไม่มีคนไปเห็นอุบาสกอุบาสิกาเซ็นเดินแถวไปกวาดวัดและไปเห็นสระบัวหลวงที่ใบสีเขียวอ่อนสวยมากเข้าใจว่าเขาตัดใบแก่ออกหมดและไม่มีดอกเลยพอประมาณ ๘ โมงเช้าก็เริ่มมีนักเรียนทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่เดินแถวมาเที่ยววัดจำนวนมาก
หลังกลับมากินอาหารเช้าและอาบน้ำเราออกไปเที่ยวอีก ๓ รายการคือ (๑) วัดฮาเสะ (Hase Temple) ที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์ ๑๑ เศียรคอยทำหน้าที่สอดส่องดูแลความสุขของผู้คนที่นี่มีสวนดอกไม้สวยมาก(๒) วัดหลวงพ่อโต(Daibudsu of Kamakura) (๓) วัดเคนโชจิ (Kenchoji Temple) และ (๔) เดินช็อปปิ้งที่ถนนคนเดิน
สองที่แรกอยู่ใกล้กัน และเดินไปจากโรงแรมสะดวกกว่า การเดินไปทำให้เราได้เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คน ที่บ้านอยู่ในตรอกเล็กๆ แต่สภาถนนดี สะอาด บ้านเรือนก็สะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อย ปลูกไม้ประดับไม้ดอกเจริญตาเจริญใจ เมืองกามากูระกำลังพยายามขอจดทะเบียนมรดกโลกจากยูเนสโก จึงมีการปรับปรุงเมือง ทำให้น่าเดินเที่ยวมาก ประกอบกับอากาศไม่หนาว แต่ก็ไม่ถึงกับร้อน การเดินเที่ยวจึงสะดวก
หลังกินอาหารเที่ยงที่ภัตตาคารญี่ปุ่นเราเดินกลับโรงแรมไปเอารถเพื่อไปวัดเคนโชจิ และไปเที่ยวถนนคนเดิน
วัดเคนโชจิเป็นวัดเซ็น เราไปเห็นต้นสนอายุ ๗๕๐ ปี เห็นพิธีสวดของพระเซ็น สวนเซ็น และเดินขึ้นเขาไปชมธรรมชาติและดูวิว ไปเห็นนักเรียน ม. ๔ ชมรมเทนนิส วิ่งออกกำลังฝึกกล้ามขาขึ้นลงบันไดภูเขาสูงหลายรอบ ระหว่างทางไปยังบันไดขึ้นเขามีสวนไผ่สวยมาก
ทุกวัดที่เราไปชมมีพื้นที่กว้างขวาง ยกเว้นวัดหลวงพ่อโต ที่พื้นที่ไม่กว้างนัก ทุกที่มีคนไปเที่ยวมากมาย รวมทั้งที่ถนนคนเดิน มีร้านขายของนานาชนิด ผมไม่ได้ซื้ออะไรเลย
เรากลับมาเรียวกัง อาบน้ำกินอาหารเย็น แล้ว AAR การมาเที่ยวญี่ปุ่น ใช้เวลากว่า ๒ ชั่วโมง เพราะ อ. แบน โยนเป้าหมายที่ไม่เคยมีคนคาดคิด ว่าที่พามาเที่ยวก็เพื่อสร้างรากฐานการเปิดหลักสูตรปริญญาตรีสาขาสถาปัตยกรรมของสถาบันอาศรมศิลป์
ทำให้ผมนอนดึกติดๆ กัน ๒ คืน
เช้าวันที่ ๑ มิ.ย. ๕๕ ผมตื่นสายกว่าปกติ แต่ก็ไม่สายกว่าเวลานัด ที่จะกินอาหารเช้าเวลา ๗.๓๐ น. แล้วเดินทางต่อไปเมือง นาริตะซัง เพื่อเที่ยวแถวนั้น แล้วขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน
วิจารณ์ พานิช
๑ มิ.ย. ๕๕
สนามบินนาริตะ ญี่ปุ่น

อุบาสกกำลังกวาดทางเดินในวัดเซ็น เคนโชจิ เห็นประตูเซ็นตามถนนไกลๆ

การเก็บใบไม้อย่างประณีตแบบเซ็น โปรดสังเกตเครื่องมือกวาดเก็บใบไม้
สะท้อนว่าญี่ปุ่นเป็นนักประดิษฐ์เครื่องมือ

สวนบัวอันสดใสสวยงาม ใบเก่าถูกตัดออกหมด

ต้นไม้งามตรงทางเข้าวัดพระโพธิสัตว์

ดอกไม้งามที่วัดพระโพธิสัตว์ฮาเสะ

ชนิดเดียวกันแต่สีขาวและยังไม่บาน

พระพุทธบาทมีกงล้อแห่งธรรม น่าจะหมายถึงพระธรรมไปถึงไหนก็เท่ากับพระพุทธไปถึงที่นั่น

สวนสวยที่วัดพระโพธิสัตว์ฮาเสะ

ไดบุดสุ ที่กามากุระ

ตรอกแคบๆ แต่สะอาดร่มรื่น

ต้นสนยักษ์อายุ ๗๕๐ ปีที่วัดเซ็นเคนโชจิ

สวนเซ็นที่วัดเซนโชจิ

ที่ถนนคนเดิน

สวนไผ่ที่วัดเซนโชจิ

อาหารเย็นมื้อแรกที่กามากูระ
คนดี ทำใหั สิ่งแวดล้อม ดีขึ้น อนุรักษ์ หวงแหน
ขอบคุณมากค่ะ