บันทึกต่อจากบันทึกที่แล้ว

(4) ตอนสุดท้าย ...

 

ห้าปีต่อมายางที่ปลูกใหม่กรีดได้ ทุกคนตื่นเต้นกับน้ำยางที่เก็บได้เก็บกันไม่หวาดไม่ไหว พูดไปเหมือนว่าเวอร์ เมื่อก่อนพวกเราเดินเก็บน้ำยางเป็นชั่วโมงได้น้ำยางไม่ถึงครึ่งถัง! แต่นี่เพียง 10 -20 นาที ก็ได้น้ำยางเต็มถังแล้ว แม้จะเหนื่อยแต่ทุกคนก็สนุกที่ได้ยางเพิ่มขึ้นวันละหลายแผ่นหลายกิโล แบบที่เมื่อก่อนเทียบไม่ได้เลย ซึ่งนั่นก็หมายถึงรายได้ของครอบครัวที่เพิ่มขึ้นมานั่นเอง

การปลูกยางสงเคราะห์ทำให้ครอบครัวเรามีฐานะทางการเงินดีกว่าเก่ามากใครอยากเรียนก็ได้เรียนกันจนขั้นสูงสุดตามที่จะสามารถเรียนได้ พี่ๆที่ไม่ได้เรียนก็ช่วยเตี่ยกรีดยางส่งน้องเรียน ... เตี่ยได้ต่อเติมบ้านที่สร้างค้างคาไว้จนเสร็จ และได้ทำอะไรต่อมิอะไรมากมายหลายอย่าง

 

วันนี้ผมขอกราบขอบพระคุณผู้ก่อตั้งหรือคนต้นคิดเรื่องกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ... ถ้าตอนนั้นไม่มีกองทุนและเตี่ยไม่ได้มองการณ์ไกลในการขอทุนปลูกยางใหม่ ผมคงกลายเป็นกรรมกรเหมืองแร่ดีบุกตั้งแต่จบมัธยมไปแล้ว

 

พอมีทุนรอน เตี่ยก็เริ่มเลี้ยงไก่พันธุ์ ทั้งพันธุ์เนื้อ...พันธุ์ไข่...ทั้งที่ตอนนั้นยังไม่มีใครเขาเลี้ยงกัน นับว่าเตี่ยเป็นเกษตรกรหัวก้าวหน้าคนหนึ่งที่เดียว เตี่ยไม่เคยไปเข้ารับการอบรมการเลี้ยงไก่จากที่ไหน เตี่ยซื้อตำราเลี้ยงไก่มาอ่านและทำตาม เตี่ยซื้อ ลูกไก่ครั้งแรก มา สองร้อยถึงสามร้อยตัว บางครั้งก็มากว่านั้น... ต้องซื้ออาหารสำเร็จรูปมาเลี้ยงเดือนละหลายกระสอบ ต้องซื้อวัคซีนมาหยอดป้องกันโรค ได้ลองผิดลองถูก ทดลองทำไก่ตอน จนกลายเป็นไก่กอและไปทีละ สี่ถึงห้าตัว บางช่วงเวลาที่ลูกไก่แพง เตี่ยก็จะคัดไก่ตัวสวยๆเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ทำเล้าแยกให้ผสมพันธุ์ แล้วซื้อเครื่องฟักไข่มาฟักเอง

 

ไก่ที่เตี่ยเลี้ยงมีทั้งไก่พันธุ์เนื้อและพันธุ์ไข่ ขายได้ถึงครึ่งหรือเปล่าผมไม่แน่ใจ ไม่ใช่ขายไม่ได้ หรือว่าไม่มีคนซื้อ มีคนมาซื้อถึงบ้านมิเคยขาด ขายบ้างกินบ้าง คิดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเบ็ดเสร็จในแต่ละงวดขายทุนตลอด เตี่ยบอกว่า กำไรอยู่ในพุงอยู่ในหัว(สมอง)ของลูกๆหมดแล้ว เตี่ยบอกไม่เป็นไร เราไม่สามารถไปหาซื้อกับข้าวที่ในเมืองหรือที่ตลากซึ่งอยู่ไกลออกได้บ่อยๆ เราเลี้ยงไก่เองทำให้เราได้กินของใหม่ๆ สดๆ อร่อยกว่าในตลาดมากมาย

 

ตอนแรกๆที่เตี่ยเริ่มเลี้ยงไก่ เมนูหลักขอพวกเราทั้งบ้านที่ห่อไปกินที่โรงเรียนก็คือ ไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ไข่ลูกเขย ไข่พะโล้ และไข่น้ำ (ซุปไข่) ... จนเห็นไข่ต้องร้องยี้ต้องแบะปากและเบือนหน้าหนีกับไปเลย ...ส่วนเมนูไก่ ก็ไม่ใช่ย่อย ...ไก่ทอด ไก่ต้ม ไก่พะโล้ ไก่ผัดเผ็ด ไก่ย่าง ไก่อบ ไก่แกงกับผักต่างๆ ไก่ผัดกับสารพัดผัก ... แม้กระทั่งแกงส้มไก่(แกงเหลือง) จนกระทั่งมีเสียงบ่นปนตลก ว่ามื้อนี้มีแต่ไก่ ...ไก่...และไก่ แต่ทุกคนก็ยังคงชอบไก่ในเล้าเตี่ยมาจนทุกวันนี้

 

เตี่ยเป็นคนชอบศึกษา ชอบเรียนรู้ ชอบอ่านหนังสือ หลังสือวารเกษตรทำให้ได้รับรู้ข่าวสารต่างๆ และสามรถนำมาประยุกต์ใช้งานได้ ล่าสุด แม้เตี่ยจะรู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็ง...โรคร้ายที่ยากจะรักษา...เตี่ยยังไม่หยุดและละเลยที่จะเรียนรู้ที่จะศึกษาทำสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์นั่นคือ ปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาใช้ในสวนแทนปุ๋ยเคมี

 

เตี่ยจากไปแล้ว ... ปุ๋ยชีวภาพที่เตี่ยบ่มไว้ในบ่อจะยังคงใช้หล่อเลี้ยงบำรุง พืชผักในสวนให้เติบโตอวบอ้วน ให้ลูกๆ ได้เก็บเกี่ยวผลกันต่อไปอีกนานแค่ไหนไม่รู้ ...

 

แต่ปุ๋ยแห่งมโนสำนึกที่ดีที่เตี่ยบ่มฟักไว้ในจิตใจลูกๆทุกคนจะคงอยู่หล่อเลี้ยงบำรุงชีวิตของลูกๆและครอบครัวตลอดจนสังคมรอบข้างให้มีแต่ความงดงามดุจดั่งชีวิตของเตี่ยยามยังมีลมหายใจตลอดไป...

ขอบคุณบันทึกดีๆจากพี่คนที่ห้าของฉัน เฮียชาย (สมชาย เอี่ยมวิวัฒน์กิจ) ขอบคุณค่ะ

 

 

ทุกวันนี้แม้เวลาจะผ่านไป... ปีนี้ ปีที่7 แล้วก็ตาม แต่ลูกนั้นยังจำคำที่เตี่ยสอนได้เสมอ ให้ใช้ชีวิตที่รอบคอบ อยู่อย่างพอเพียง ... พวกเราทั้งหลายต่างใส่ใจเรามีตัวแทนของพี่น้องที่กลับมาอยู่บ้าน มาดูแลแม่ ดูแลสวนของเตี่ย ให้คงอยู่และงดงามต่อไป ...

ด้วยความภูมิใจที่ได้เกิดเป็นลูกเตี่ยและแม่ค่ะ กราบขอบพระคุณเตี่ยค่ะ

 

 

สิ่งที่เหลือไว้ ...คือความดีงาม ที่อยู่ในหัวใจของลูกๆเสมอและตลอดไป

 


 

 

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่แวะมาเยี่ยมอ่านบันทึก

สวัสดีค่ะ ^^

 

...........