ผมขอบอกบุญมายังทุกท่านให้ช่วยกันให้ความรู้กับคนรอบข้างเกี่ยวกับการขับรถด้วยครับ ความจริงแล้วรัฐน่าจะรณรงค์ผ่านโทรทัศน์ให้มากที่สุดในเรื่องนี้ กลับเอาสปอตไปโฆษณาหาเสียงให้รัฐซะเองมากหลาย (ไอ้รัฐมาร)
เรื่องแรกที่ผมขอยกมาคือ (ยังมีอีกหลายเรื่องจะตามมาเรื่อยๆ นะครับ) เรื่องการเปิดไฟหน้ารถตอนโพล้เพล้ หรือ ตอนฝนตก หรือ ตอนทัศนะวิสัยไม่ดีทุกประการ
สังเกตว่าคนส่วนใหญ่จะเปิดไฟเฉพาะเมื่อตัวเองมองไม่เห็นทาง ถ้ายังมองเห็นทางอยู่ (แม้ริบหรี่เพียงไร) จะไม่เปิดไฟ (คิดแบบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง...ไม่เห็นหัวอกคนอื่น..เป็นธรรมดามนุษย์โง่ ซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของสังคม)
เรื่องนี้อันตรายมากครับ สถิติใน usa บอกว่าอุบัติเหตุมักเกิดตอนโพล้เพล้มากที่สุด แต่ไม่บอกเหตุผล ผมเดาว่า...คงเนื่องจากคนไม่เปิดไฟหน้ายามโพล้เพล้นี่แหละ
การเปิดไฟช่วงนี้ไม่ใช่เพื่อให้เราเห็นทางนะครับ แต่เพื่อให้คนอื่นเขาเห็นเราต่างหาก ยิ่งขณะนี้นิยมรถสีเข้มๆ มองเห็นยาก โดยเฉพาะการมองผ่านกระจกหลัง ที่ต้องทำเพื่อเปลี่ยนเลน แซง ยูเทิร์น ...พอมองไม่เห็น ก็ออกรถไป ก็ชนกันนัว ตายกันเนีย
อย่าลืมนะครับ เปิดไฟหน้ารถทันทีที่โพล้เพล้ อย่ารอให้ถึงมืดเสียก่อน รวมทั้งตอนฝนตก หมอกจัด เปลืองเงินนิดหน่อย (ค่าไฟ ค่าเสื่อมราคา) แต่มันอาจช่วยชีวิตท่าน(มรึง)และผู้อื่นได้
ยิ่งเมืองไทยเรา ปัจจัยสัพเพเหระที่จะก่อเรื่องมากกว่า สรอ. ๑๐๐ เท่า เช่น รถอีแต๋นวิ่งช้ามาก ทั้งที่วิ่งทางเดียวกัน และที่วิ่งสวนทางมา (แถมไม่มีไฟ หรือไม่เปิดไฟ) แม้เรามองไม่เห็นมัน แต่พอมันเห็นเรา (จากไฟที่เราเปิด) มันยังพอหลบเราได้ในยามคับขัน (เช่นหักหลบลงข้างทาง)
..ยังรถอีตุ้ย อีแต๊ก มอไซค์ จักรยาน มอไซค์พ่วงข้าง ที่บรรทุกชาวนา มีจอบเสียมถ่างออกมาบนผิวถนนอีกต่างหาก ส่วนใหญ่พวกนี้มักมาในยามโพล้เพล้เสียด้วย คือทำไร่นาเสร็จก็เดินทางกลับบ้าน
กทน. รณรงค์เรื่อง บุหรี่ และอะไรมาแล้ว ผมเสนอให้รณรงค์เรื่องภัยบนท้องถนนบ้าง ซึ่งผมเองได้รณรงค์ส่วนตัว ได้เขียนไว้หลายสิบเรื่องแล้ว มีคนอ่านน้อยมาก
ผมยังมีอีก 200 เรื่อง แต่หมดแฮงและกำลังใจเขียนแล้ว
....ปล่อยให้มันชนกันตายให้มากๆก็ดีไปอย่าง คนโง่จะได้น้อยลงในโลกนี้ ....เสียแต่ว่าบ่อยครั้งมันชนกันเพราะความโง่ของคนโง่ แต่พลอยทำให้คนฉลาด ดี เขาพลอยตายไปด้วยนี่สิ
....คนฉายทาง (๑๑ กค. ๒๕๕๕)
ปล.
พอไม่เปิดมันก็ไม่เปิด จนเรามองไม่เห็นมัน แต่พอเปิดแมร่งก็เปิดซะแยงตาจนเรามองไม่เห็นมันอีกน่ะแหละ เช่นไอ้ไฟตัดหมอกเนี่ย มันไม่มีหมอกแล้วมรึงเจือกเปิดทำหอกไรฟะ .. มันแยงตาคนอื่น และเปลืองเงินมรึงด้วยรู้ไหมไอ้งั่ง .. เปลืองทั้งค่าติดตั้ง (ซึ่งไม่จำเป็นเพราะเมืองไทยไม่มีหมอกบ่อยแบบเมืองหนาวฝรั่ง) และยังเปลืองค่าไฟ ค่าเสื่อมราคามรึงด้วย โง่ยกกำลังสาม...สมควรแล้วที่ไอ้ชาิตินี้มันยังคงด้อยพัฒนาจนถึงวันนี้ รัฐมารแมร่งก็ไม่ออกมารณรงค์อะไรเลย แถมออกกฎหมายให้ซื้อไฟแยงตามาขายได้ เพื่อพวกแมร่งได้กินหัวคิวเพิ่ม ไอ้เอี้ยพวกนี้ขอแช่งให้แมร่งตายเหมือนหมากลางถนนทุกคน ...อยากให้ไอ้พวกเปิดไฟตัดหมอกชนกันเองให้ตายหมดประเทศ ส่วนไอ้พวกไม่เปิดไฟหน้ายามโพ้เพล้ก็ชนกันเอง ตายใ้ห้หมด โดยเฉพาะไอ้พวกนักการเืมืองชั่วไม่เร็ว...ซ้าาาธุ...ซ้าาาทู
ผมเคยเก็บสถิติขับรถตอนกลางคืน รถผ่านมาสิบคัน เปิดไฟตัดหมอก 3 คัน โห แมร่งรวยกันจริง ทีเปิดน่ะ ต้องการประกาศว่า กรูรวยขนาดมีไฟตัดหมอกนะโว้ย ทั้งที่ทัศนวิสัยโล่งแจ้ง ไม่มีหมอกสักเม็ด ซึ่งมันแยงตารถที่สวนมา ทำให้เขามองไม่เห็นทาง (ตามัว) ส่วนตัวมรึงเองก็มองเห็นทางน้อยลงด้วย เพราะไฟจากไฟตัดหมอกมันสะท้อนผิวถนนระยะใกล้มาเข้าตามรึงด้วย
ไฟตัดหมอกนั้นวิศวกรเขาออกแบบมาไว้ให้ใช้ในยามหมอกจัดเท่านั้น มันไม่มีทิศทาง ความเข้มแสงสูง แต่กระจายไปทั่ว ทำให้แยงตาคนทุกคน ยกเว้นตอนมีหมอกจัดก็แยงตาน้อย เพราะหมอกมันกรองแสงออก ทำให้มองเห็นโดยไม่แยงตา ก็ปลอดภัย ไม่ชนกัน แต่พอมรึงมาเปิดในยามไม่มีหมอก มันตรงกันข้าม มันยิ่งก่ออันตราย ไอ้รัฐมารแมร่งมีดร. เต็มกระทรวง แต่ไม่เคยออกมาเตือนปชช. (อ้อ..มันกลัวปชช. ฉลาดแล้วจะซื้่อเสียไม่ได้กระมัง ไอ้เอี้ยเอ๊ย)
นอกจากให้ดอกไม้บันทึกแล้ว ยังอยากกด like ให้ความเห็นอาจารย์คนถางทางด้วยจังเลย
ใช่ทุกอย่างในบันทึก โดยฌฉพาะ ไฟตัดหมอก ผมขับที่ไร ผมแช่งทุกที ไม่รู้เปิดทำไม โดยเฉพาะ ในเมืองมันยังเปิด ในตลาดยังเปิด แถวชานเมือง ต่าง จว. ทั้ง ๆ ที่ไม่มีหมอก บางทีไปทัน เป็นข้าราชการ เป็น ตำรวจ ก็มี ครับ อีกอย่าง ที่ สีแยก มันจะไปตรง มันเปิดไฟฉุกเฉิน (ไฟหมาก) ซ้าย-ขวา งงไปหมด ครับ อันนี้เจอเอง ตร.ครับ
"คนฉายทาง" ค่ะ..อืมม์...นอกจากปกติจะ "ถางทาง" แล้ว วันนี้ก็ฉายทางด้วย :-)) สว่าง..เห็นชัดในข้อแนะนำต่อประเด็นปัญหา ขอบคุณค่ะ...โดยส่วนตัวก็เคยประสบเช่นกัน การขับรถยามโพล้เพล้ที่ต้องใช้ความระวังมาก นอกจากเรื่องผู้ใช้ถนนร่วมกันไม่เปิดไฟแล้ว การขับรถสวนเลนก็อีกหนึ่งปัญหา และทางปักษ์ใต้ยังมีปัญหา ยูเทิร์นประเภทสร้างเอง ไม่มีป้ายสํญลักษณ์ให้เห็นว่าจะต้องระวังที่มีรถ ยูเทิร์นข้างหน้า นี่ก็เป็นอีกปัจจัยร่วม ในการเกิดอุบัติเหตุยามโพล้เพล้ เลยต้องระวังมากหน่อยค่ะ ยังไงหากตกเป็นคู่กรณีกัน "ชีวิต" ที่ไม่รู้จะมีอีกสักกี่ชีวิตที่พึ่งพากัน เป็นปัญหาต่อเนื่อง โปรดช่วยกันรณรงค์และคำนึงถึงความ "ปลอดภัย" ใส่ใจเพื่อนร่วมทาง เปิด/ปิดไฟให้เหมาะสม ช่วยลดอุบัติเหตุ :-))
แถวทางใต้ก็จะมีอันตรายจากเครื่องตัดหญ้า (ในสวนยาง) จากมอเตอร์ไซต์ครับ
กดทั้ง like และให้ดอกไม้เลยค่ะ อ่านสนุก แถม หัวเราะ ก้ากเลยตอนจบ