สู่อาณาจักรใหม่บนพื้นพิภพ_จูราสสิค...ยุคไดโนเสาร์ครองโลก

“เปิดบันทึกโลกมหัศจรรย์...กับฮอนด้า”
-250ล้านปีก่อน ภูเขาไฟเกิดการระเบิดครั้งใหญ่ในโลก
-ผลการวิจัยล่าสุดพบว่า ภัยพิบัติในครั้งนั้นทำให้ชีวิตบนผืนโลกร้อยละ 90 ต้องดับศูนย์อย่างสิ้นเชิง
-การระเบิดของภูเขาไฟก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโลกอย่างมากมายมหาศาล
-สัตว์ต้นตระกูลของมนุษย์ซึ่งต่อมาพัฒนาการไปเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์
-เมื่อใดก็ตามที่บรรพบุรุษของเราต้องดิ้นรนให้พ้นจากภัยพิบัติพวกเขาจะขยับเข้าใกล้สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากขึ้น นี่เป็นก้าวกระโดครั้งยิ่งใหญ่ที่นำมาสู่การกำเนิดมนุษย์ในที่สุด

ตอน...สู่อาณาจักรใหม่บนพื้นพิภพ
-การฆ่าล้างชีวิตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก เกิดขึ้นเมื่อ 250 ล้านปีมาแล้วก่อนที่ไดโนเสาร์จะครองความเป็นใหญ่บนผืนดินเป็นเวลานาน
-เชื่อกันว่าถ้าไม่มีการสูญพันธ์อันครั้งใหญ่นี้ก็อาจจะไม่มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมปรากฏบนผืนโลก
-ดร.โรเจอร์ สมิธ (ผู้ศึกษาฟอสซิลสัตว์) แห่งพิพิธภัณฑ์แอฟริกาใต้เป็นผู้เกี่ยวข้องกับการศึกษาฟอสซิลสัตว์ในเขตอุทยานแห่งชาติคารู ในประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อ 20 ปีก่อน
-สัตว์ชนิดหนึ่งตัวยาวประมาณ 3 เมตร มันไม่ใช่ไดโนเสาร์ จริงๆแล้วไดโนเสาร์ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกบนผืนโลก หลังจากสัตว์เจ้าของรอยเท้าชนิดนี้ตายไปแล้วหลายสิบล้านปี
-เชื่อกันว่าสัตว์ชนิดนี้จะต้องมีลักษณะคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในปัจจุบัน
-ฟอสซิลของสัตว์กินพืชชื่อ “ดิฟโทดอน” ตัวมันยาวประมาณ 50 เวนติเมตร อาศัยอยู่ในโพรง เหมือนตัว “แบดเจอร์”
-“กอโกนอฟ” สัตว์กินเนื้อที่ยาวถึง 3 เมตร และมีเขี้ยวแหลม เชื่อกันว่ามันคือ เจ้าป่าเหมือนสิงโตในยุคนี้ มันขยายพันธุ์โดยการวางไข่เหมือนสัตว์เลื้อยคลานแต่ฟอสซิลของมันในหลายๆชิ้นกับคล้ายกระดูกและฟันของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม มันจึงถูกเรียกว่า “สัตว์เลื้อยคลานที่คล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม”
-เพราะเหตุนี้จึงอนุมานได้ว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมจำนวนมากมีวิวัฒนาการมาจากสัตว์เลื้อยคลานกลุ่มนั้นเอง
-ดร.สมิธ เชื่อว่า ราว 100 ล้านปี หลังจากสัตว์ที่ถือกำเนิดในมหาสมุทรได้ย้ายมาอยู่บนบกระบบนิเวศอันอุดมสมบูรณ์ได้ขยายพื้นที่ไปตามส่วนต่างๆของโลก
-เมื่อมีผืนป่ากว้างใหญ่ที่ช่วยกันสังเคราะห์แสงอย่างแข็งขัน ระดับออกซิเจนในโลกก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล และออกซิเจนที่มีอย่างเหลือเฟือนี้เองที่ช่วยสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะคล้ายสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมก้าวขึ้นมาผงาดบนบกได้ในที่สุด
-ในกลุ่มนี้มีสัตว์ที่คล้ายตัว “วีเซล หรือ พังพอน” ที่ชื่อ “ไซโนดอล” มันคือบรรพบุรุษของมนุษย์นั่นเอง ตัวมันยาวประมาณ 50 เซนติเมตร กินปลาเป็นอาหารหลัก
-นอกจากนี้ยังมีสัตว์เลื้อยคลานที่ชื่อ “ ไดแอฟซิส” เป็นสัตว์ต้นตระกูลของไดโนเสาร์ ในสมัยนั้นมันเป็นสัตว์ที่ไม่เด่นอะไรจึงค่อนข้างน่าแปลกใจที่มันเป็นบรรพบุรุษของไดโนเสาร์ที่ขึ้นมาครอบครองโลกหลังจากนั้น
-ระบบนิเวศก่อนเกิดภัยพิบัติล้างโลกนั้น นับว่ามีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่งแต่ทั้งหมดได้สูญสลายไปในภัยพิบัติล้างโลกเมื่อ 250 ล้านปีก่อน
-เขตโตไก ประเทศญี่ปุ่น เดือนมกราคม ปี 2547 ที่ระยะทาง 100 กิโลเมตร นอกชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก โครงการระดับชาติของประเทศญี่ปุ่นกำลังเริ่มต้น
การสำรวจนอกชายฝั่งทะเล เพื่อขุดหาทรัพยากรธรรมชาติใต้ผืนโลกที่เรียกว่า “มีเทนไฮเดรต” แหล่งพลังงานแห่งใหม่ซึ่งทั่วโลกกำลังให้ความสนใจอย่างยิ่ง
-“มีเทนไฮเดรต” เกิดขึ้นจากการรวมตัวกันของน้ำกับก๊าซมีเทนมันแข็งตัวที่อุณหภูมิต่ำใต้พื้นทะเลลึก เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้นมันจะละลายอย่างรวดเร็ว และผลิตก๊าซมีเทนในปริมาณสูงกว่าเดิม 160 เท่า
ตอน...จูราสสิค_ยุคไดโนเสาร์ครองโลก
-เมื่อ 250 ล้านปีก่อน มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มาก เกิดภาวะเรือนกระจก โลกกลายเป็นดาวมฤตยูทำให้ออกซิเจนในอากาศลดลงอย่างผิดปกติ
-เทือกเขาบริเวณขั้วโลกเหนือ ทีมงานวิจัยจาก U.S.A และประเทศแอฟริกาใต้ สำรวจศึกษา โดย ดร.เกร็ก เรทัลแลค จาก มหาวิทยาลัยโอเรกอน เขาพบหินแร่ชนิดหนึ่งอยู่ในชั้นหิน
-“เบอร์ทีรีน” ภาวะออกซิเจนในยุคไดแอดทิคต่ำมาก
-ดร.บ็อบ เบอร์เนอร์ แห่งมหาวิทยาลัยเยลใน U.S.A ได้จำลองเหตุการณ์โดยใช้คอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงดูความเปลี่ยนแปลงของระดับออกซิเจนในอากาศโดยใช้ข้อมูลทางธรณีวิทยาที่หลากหลาย ก่อนการสูญพันธ์ครั้งใหญ่มีระดับออกซิเจนถึงร้อยละ 30 เพราะพืชที่ขึ้นหนาทึบอย่างกว้างขวาง แต่ออกซิเจนก็ลดลงอย่างรวดเร็วเหลือเพียงร้อยละ10
-มีเทนใต้ทะเลทำปฏิกิริยากับออกซิเจนทำให้ออกซิเจนในอากาศลดต่ำลงมาก
-“ไซโนดอน” สัตว์ต้นตระกูลมนุษย์แทบไม่มีเหลือรอดในภาวะเช่นนี้
-ย้อนเวลาไปในโลกช่วง 100 ล้านปี หลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่หรือเมื่อประมาณ 150 ล้านปีก่อน ปรากฏสัตว์เลื้อยคลานยักษ์ “ไดโนเสาร์”
-“อะพาโทซอรัส” ไดโนเสาร์กินพืช ตัวยาว 30 เมตร
-“อะโรซอรัส”  ไดโนเสาร์กินเนื้อ เจ้าป่าในครั้งนั้น
-ขณะเดียวกันสัตว์ต้นตระกูลมนุษย์กลายเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายหนูหลบซ้อนตัวจากไดโนเสาร์
-ดร.มร์ค นอร์เรล (พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติอเมริกัน) ผู้เชี่ยวชาญทางด้านไดโนเสาร์ กล่าวว่า พวกมันมีอวัยวะพิเศษคล้ายอวัยวะของนกในปัจจุบัน
สรุป
 เป็นเวลาราว 100 ล้านปี หลังจากที่สัตว์ในมหาสมุทรได้วิวัฒนาการและกลายเป็นสัตว์ที่อาศัยอยู่บนพื้นดิน ระบบนิเวศน์อันสมบูรณ์ได้พัฒนาส่วนต่าง ๆ ของดาวเคราะห์ดวงนี้ให้เกิดขึ้น ระดับออกซิเจนที่เชื่อกันว่ามีอยู่สูงมากในขณะนั้น ก็อำนวยความได้เปรียบให้กับสัตว์เลื้อยคลานที่มีลักษณะคล้ายกับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนพื้นดิน

แต่หลังจากนั้นเมื่อ 250 ล้านปีก่อน สิ่งมีชีวิตถูกโยนลงสู่สภาวะแวดล้อมที่มีความร้อนเหนือธรรมดา สภาวะเรือนกระจกของคาร์บอนไดออกไซด์ค่อย ๆ ทำให้โลกร้อนขึ้น ออกซิเจนอยู่ในระดับต่ำผิดปกติ สิ่งเหล่านี้เข้าโจมตีระบบนิเวศน์ของบรรพบุรุษของมนุษย์อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ จนทำให้เกิดการระเบิดของภูเขาไฟครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก ซึ่งทำให้ 95% ของสิ่งมีชีวิตถูกกวาดล้างจนสิ้นสูญไปจากพื้นผิวของดาวเคราะห์ดวงนี้

และส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลกับสิ่งแวดล้อมบนโลก และในระหว่างที่บรรพบุรุษของมนุษย์ได้พยายามดิ้นรนเพื่อให้ผ่านพ้นหายนะภัย พวกเขาได้รับคุณสมบัติของการเลี้ยงลูกด้วยนมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะติดตัวมาด้วย มันเป็นการก้าวกระโดดทางวิวัฒนาการสำหรับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ที่นำมาซึ่งความเป็นมนุษย์ในท้ายที่สุด
 

ตัววีเซล (weasel)....httppicpost.postjung.com159769.html#pic66  

อ้างอิงข้อมูลบางส่วนจาก : http://www.phuketdata.net/main/index.php?option=com_content&task=view&id=176&Itemid=1