ดนตรีให้อะไรมากกว่าความบันเทิง

สิ่งที่เรียนรู้ (what) : ประสบการณ์อันมีค่าที่ได้รับผ่านทางการเล่นดนตรี

วิธีเรียน (how) : ฉันมีโอกาสได้เรียนดนตรีครั้งแรกตอนชั้นอนุบาลสาม เครื่องดนตรีชิ้นแรกที่ได้จับเลยก็คือขลุ่ย ต้องเรียนรวมกับพี่ๆชั้นประถมซึ่งแต่ละคนมีแต่คนที่มีพื้นฐานดีๆด้วยกันทั้งนั้น จึงเป็นเรื่องที่ทุกคนในชั้นเรียนนั้นต่างรู้กันหากได้ยินเสียงเพี้ยนๆแปลกๆหลุดออกมาระหว่างการซ้อมรวม เสียงขลุ่ยของเด็กอ่อนหัดคนนี้นี่เอง 

     ขึ้นชั้นประถมฯมา ทักษะเรื่องในเรื่องการฟัง จับจังหวะ สติ และสมาธิเริ่มพัฒนามากขึ้น พร้อมๆกับการค้นพบเครื่องดนตรีที่ตัวเองชอบและสนใจจริงๆนั่นก็คือเปียโนและขิม ฉันได้เรียนดนตรีทั้งสองชนิดควบคู่กันไปในระหว่างชั้นประถมและมัธยมต้น อาศัยการเรียนจากอาจารย์ในชั่วโมงและกลับมาซ้อมเองกับเครื่องดนตรีที่บ้าน แสดงในงานต่างๆเพื่อเพิ่มประสบการณ์

     ชั้นมัธยมปลาย เป็นช่วงเวลาที่แทบจะพูดได้ว่าห่างหายไปจากดนตรีเลยก็ว่าได้ ปัจจัยสำคัญคือการอยู่โรงเรียนประจำที่ไกลจากบ้าน ไม่มีโอกาสที่จะซ้อมได้อย่างเคย ในตอนนี้ การได้กลับมาเล่น"ขิม"เครื่องดนตรีไทยที่ตัวเองรักอีกครั้งนั้นเป็นสิ่งที่มีความสุขมาก 

ผลการเรียน (outcome) : แล้วฉันก็เข้าใจถึงจุดประสงค์ที่พ่อแม่ให้เรียนดนตรีตั้งแต่ยังเล็ก ท่านบอกว่าไม่ได้คาดหวังให้ฉันเล่นเป็น เล่นเก่ง ขอเพียงแค่ฉันมีความรักในเสียงดนตรีและมีจังหวะในหัวใจเท่านั้น แล้วฉันจะรับรู้ถึงประโยชน์ได้ด้วยตัวของฉันเอง

 

นักเรียนรางวัลพระราชทานระดับมัธยมศึกษาตอนต้นขนาดกลาง ประจำปีการศึกษา 2551 ได่ใช้การเล่นขิมและเปียโนเป็นความสามารถพิเศษทางด้านดนตรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรับการประเมิน


การเป็นส่วนหนึ่งของชมรมดนตรีไทย คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในตำแหน่งขิม

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ (reflection) : การเล่นดนตรีนอกจากจะให้ความบันเทิงแล้ว ยังฝึกความมีสติ สมาธิ และความสุขุม เยือกเย็น เป็นการเปิดโอกาสให้เราได้รับประสบการณ์ดีๆเข้ามาในชีวิต เปิดโลกกว้างให้กับเราได้พบสังคมใหม่ๆ สิ่งสำคัญที่สุดคือแม้เราจะปฏิเสธวัฒนธรรมต่างชาติไม่ได้ในทุกวันนี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องละทิ้งวัฒนธรรมอันดีงามของไทยไป และสิ่งนี้คือหัวใจของการเล่นดนตรีไทย

เอกสารหรือสื่ออ้างอิง (references): http://katauw.wordpress.com

ภาคผนวก (appendix): 

-Canon Rock (JerryC)  http://www.youtube.com/watch?v=Zqb3fEP3A3I