มันน่าจะเป็นไปได้ในเชิงวิศวกรรมศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ความคุ้มทุน วิธีนี้มีผลดีกว่าการขุดคลองหลายประการ

เรื่องนี้ผมคิดไว้แต่ประมาณ พศ. ๒๕๓๗ เห็นจะได้  คือแทนที่จะขุดคอคอดกระ ผมลองคิดถึงความเป็นไปได้ในการอุ้มลากเรือโดยรถไฟข้ามคอคอดกระแทน ดังนี้ครับ

 

  1. เอาเรือเข้าอู่ลอย  (อู่ลอยก็คือกาละมังยักษ์ลอยน้ำ เพื่อใช้ในการซ่อมเรือ  มันมีประตูเปิดให้เรือเข้าได้ เอาเรือนั่งแท่น  ปิดประตูแล้วสูบน้ำออก แต่ของเราจะไม่สูบน้ำออก ปล่อยให้เรือลอยในอู่อยู่อย่างนั้นแหละ)
  2. ลากอู่ลอยขึ้นบนรางรถไฟ ด้วยหัวรถไฟและลวดสลิง อาจลากขึ้นมาพร้อมน้ำในอู่ หรือจะเอาน้ำออกก็ได้ แล้วปล่อยให้เรือนั่งแท่น  แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าเอาน้ำออกจะทำให้ตัวเรือต้องรับแรงมากเกินไปไหม (เพราะขาดการพยุงของน้ำ) โดยเฉพาะเรือที่บรรทุกน้ำมันมาเต็มระวางเป็นแสนตัน    แต่เรื่องนี้ศึกษาได้ไม่ยาก หรือ อาจเอาน้ำออกบางส่วน เพื่อลดน้ำหนักกดทับลงมาให้อยู่ในระดับจัดการได้
  3. หัวรถไฟยักษ์วิ่งพ่วงอู่ลอยพร้อมเรือไปบนรางยักษ์  พาเรือไปส่งยังอีกฟากหนึ่ง (อ่าวไทย-อันดามัน) จากนั้นปล่อยอู่ลอยและเรือลงน้ำอีกฟากหนึ่ง

 

ผมเห็นว่า  มันน่าจะเป็นไปได้ในเชิงวิศวกรรมศาสตร์  เศรษฐศาสตร์  ความคุ้มทุน วิธีนี้มีผลดีกว่าการขุดคลองหลายประการคือ

  • ได้ผลเชิงจิตวิทยา ไม่เสียบูรณภาพแห่งดินแดน (ไม่ต้องแยกแผ่นดินเป็นสองส่วน)
  • น่าจะมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการขุดคลองมากกว่าสิบเท่าสบายๆ  
  • ผลเสียเชิงนิเวศวิทยาน้อยกว่าขุดคลอง (เช่น ดินที่ขุดจำนวนมหาศาลจะเอาไปทิ้งที่ไหน)
  • สำหรับรถยนต์ที่ต้องวิ่งตัด  อาจสร้างสะพานข้ามรางรถไฟ หรือขุดอุโมงค์ลอดใต้  และหรือให้รถยนต์ติดไฟแดง รอวิ่งผ่านรางรถไฟลากเรือที่ช่องว่างของเรือแต่ละลำ ซึ่งไม่น่าติดไฟแดงเกิน 1 นาทีถ้ารถลากวิ่งด้วยความเร็ว 20 กม. ต่อ ชม. โดยอาจเว้นช่องไฟสัก 1 กม. ระหว่างเรือแต่ละลำ
  • หากทำได้ จะอาจกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางวิศวกรรมศาสตร์แห่งเดียวของโลก สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยได้อีกโสดหนึ่ง นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจให้คนไทยได้ (โดยเฉพาะถ้ากำหนดว่า ทั้งหมดนี้ออกแบบ สร้าง โดยบริษัทคนไทยเท่านั้น)
  • จะเกิดเมืองท่าสองเมืองทั้งสองฝั่งของราง เสริมสร้างเศรษฐกิจของชาติ โดยอาจทำเป็นเมืองท่ารับส่งสินค้าไปในตัว  เพื่อส่งผ่านสินค้าต่อไปยังภาคใต้ไทย มาเลย์  พม่า บังคลาเทศ และจีนตอนใต้ด้วยระบบรถไฟ  (จะทุ่นเวลากว่าไปส่งยังเมืองท่าอื่น)
  • จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ   เช่น บนสะพานข้าม จัดให้มีภัตตาคารลอยฟ้า  ชมวิว  มองเรือ วิ่งบนบกแล้วกินข้าวไปพลาง   (ออกแบบให้สวยและดึงดูดยิ่งกว่าหอไอเฟิลไปเลย ดีไหม) 
  • เรือรบไทยเองก็สามารถวิ่งข้ามไปปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องอ้อมแหลมมาลายู

 

ถ้าเราทำได้สำเร็จ เรือจำนวนมากจะเลิกเดินผ่านช่องแคบมะละกา (และสิงคโปร์) เพราะทุ่นเวลาได้มากกว่าสองวัน สำหรับเรือยักษ์มันหมายความว่าทุ่นเงินค่าน้ำมันไปปีละหลายสิบล้านทีเดียว  ยังค่าเวลาอีกมหาศาล เช่นถ้าต้องมีเรือ 10 ลำในการขนน้ำมันก็ลดลงมาเหลือเพียง 8 ลำได้  ประหยัดค่าเรือสองลำก็หมื่นล้านเข้าไปแล้ว ยังประหยัดงบดำเนินการอีกด้วย 

 

...คนถางทาง (๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๕)

 

ปล. อีกวิธีคือ ไม่ต้องมีอู่ลอยให้เปลืองและหนัก  แต่เอาเรือวิ่งเข้าเกยนั่งแท่นเลย โดยมีระบบการนั่งแท่นที่รวดเร็วและรับน้ำหนักเรือได้เพียงพอ จากนั้นลากนั่งแท่นขึ้นรางรถไฟ แบบโป๊ไม่เปลือย