ส่วนกรณีเด็กต่างด้าวนั้นได้เตรียมแก้ปัญหา โดยให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ไปจัดทำร่างระเบียบการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทย โดยมีข้อกำหนดว่าหากมีการตั้งครรภ์ภายใน 3 เดือน จะต้องกลับไปคลอดบุตรที่ประเทศต้นทาง และสามารถกลับเข้ามาทำงานได้ตามเดิม โดยให้ กสร. เร่งร่างระเบียบให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นจะนำร่างระเบียบนี้ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งพม่า กัมพูชา และลาว เพื่อทำข้อตกลงร่วมกัน อีกทั้งจะชี้แจงทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆ เพื่อให้เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่เป็นการแก้ปัญหาการที่ไทยถูกมองว่าใช้แรงงานเด็กและค้ามนุษย์

การจัดการแรงงานต่างด้าวท้อง .....นโยบายสายล่อฟ้าของรัฐไทยในประชาคมระหว่างประเทศ... ภาพพจน์ดีเพิ่มก็ไม่สร้าง ดันทำลายภาพดีที่เหลืออยู่น้อย

โดย รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร

เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๕

------

ข่าว

------

รมว.แรงงาน เร่งเดินหน้าลบการจัดอันดับการค้ามนุษย์ในไทย

พร้อมเร่งออกระเบียบการเข้ามาทำงานของแรงงานต่างด้าว

--------

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เร่งเดินหน้าลบการจัดอันดับการค้ามนุษย์ในไทย พร้อมเร่งออกระเบียบการเข้ามาทำงานของแรงงานต่างด้าว โดยมีข้อกำหนดว่าหากมีการตั้งครรภ์ภายใน 3 เดือน จะต้องกลับไปคลอดบุตรที่ประเทศต้นทาง และสามารถกลับเข้ามาทำงานได้ตามเดิม

นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า มีนโยบายที่จะแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ในประเทศไทย เพื่อไม่ให้ถูกจัดอันดับเรื่องนี้จากประเทศสหรัฐอเมริกา โดยจะนำเกณฑ์ประเมินการจัดอันดับฯ แต่ละระดับตั้งแต่ 1 -3 มาวิเคราะห์ รวมไปถึงประสานกับกระทรวง และหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันวางแผนดำเนินการให้ไทยผ่านเกณฑ์แต่ละระดับ ส่วนกรณีเด็กต่างด้าวนั้นได้เตรียมแก้ปัญหา โดยให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ไปจัดทำร่างระเบียบการอนุญาตให้แรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทย โดยมีข้อกำหนดว่าหากมีการตั้งครรภ์ภายใน 3 เดือน จะต้องกลับไปคลอดบุตรที่ประเทศต้นทาง และสามารถกลับเข้ามาทำงานได้ตามเดิม โดยให้ กสร. เร่งร่างระเบียบให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด หลังจากนั้นจะนำร่างระเบียบนี้ไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน รวมไปถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งพม่า กัมพูชา และลาว เพื่อทำข้อตกลงร่วมกัน อีกทั้งจะชี้แจงทำความเข้าใจกับประเทศต่างๆ เพื่อให้เข้าใจว่าเรื่องนี้ไม่ใช่การละเมิดสิทธิมนุษยชน แต่เป็นการแก้ปัญหาการที่ไทยถูกมองว่าใช้แรงงานเด็กและค้ามนุษย์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวอีกว่า จะประสานไปยังหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาทำงานในไทยอย่างผิดกฎหมาย โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจประมงพบปัญหานี้มาก และจะเร่งพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวที่ได้รับการจดทะเบียนและผ่อนผันแรงงานในไทยให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมทั้งจะเสนอให้องค์กรอิสระเข้ามามีบทบาทในการแก้ปัญหาด้วย

---------------------

ข้อมูลข่าวและที่มา

---------------------

ผู้สื่อข่าว : นภาเพ็ญ สุภโกศล / สวท.   Rewriter : พนิตนาฏ ขวัญแสนสุข / สวท.

สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์ : http://thainews.prd.go.th

วันที่ข่าว : 25 มิถุนายน 2555

---------------------

ความเห็นของ อ.แหวว

---------------------

  1. อ.แหววเสนอให้สภาทนายความไม่เรียกประชุมมวลมิตรเพื่อระดมความคิดเห็นเพื่อให้ข้อเสนอแนะแก่นายกรัฐมนตรีล่ะคะ
  2. อ.แหววเห็นว่า “นโยบายเรื่องการไม่ยอมรับสิทธิของมนุษย์ที่เป็นแรงงานต่างด้าวที่จะท้องบนแผ่นดินไทย” ทำลายภาพพจน์ด้านสิทธิมนุษยชนของรัฐไทยอีกแล้ว เรื่องการท้องเป็นเรื่องตามกฎหมายธรรมชาติ จึงเป็นสิทธิตามกฎหมายธรรมชาติที่มนุษย์ผู้หญิงมีเอง การบังคับให้ผู้หญิงท้องต้องตกอยู่ในภาวะยากลำบาก จึงเป็นการทำร้ายทั้งแม่และเด็กที่เป็นตัวอ่อนในท้องแม่ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรงมาก
  3. การทำลายภาพพจน์นี้จะส่งอย่างมากในประเทศอาเซียน โดยเฉพาะประเทศพม่า ซึ่งเริ่มยอมรับความเป็นรัฐเจ้าของตัวบุคคลของแรงงาน เรื่องนี้อาจจะสะท้อนแนวคิดที่สวนทางกับเรื่องจริงของประเทศไทย
  4. อ.แหววอยากรบกวนท่านผู้ช่วยรัฐมนตรี Anusorn Kraiwatnussorn ทบทวนประเด็นการจัดการแรงงานท้องให้ดีนะคะ เรื่องนี้เคยเป็นประเด็นมาแล้วตั้งแต่สมัยท่านพินิจเป็นรัฐมนตรี การจัดการปัญหาการค้ามนุษย์เป็นเรื่องดี แต่การจัดการแรงงานท้องแบบส่งกลับ อันนี้ อันตราย
  5. ในวันนี้ เรามีคนไทยในพม่า และประเทศอาเซียนนะคะ ถ้าเขาส่งคนของเราที่ท้องกลับบ้างล่ะ เราจะทำอย่างไร การกลับหรือไม่กลับน่าจะเป็นการตัดสินใจของแรงงาน มิใช่บังคับค่ะ อาจมีประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ร้ายแรงขึ้นในอนาคต หากกฎหมายหรือนโยบายเปิดทางให้มีการละเมิด
  6. เรื่องนี้ เป็นควรใช้กฎหมายมาบังคับเพื่อตัดสิทธิอาศัยในประเทศไทยเมื่อท้อง อย่าเอากฎหมายคนเข้าเมืองมาเล่นตรงนี้
  7. หากจะมีกฎหมาย ก็ควรเป็นกฎหมายที่ส่งเสริมสิทธิในสุขภาพแม่และเด็ก และอำนวยความสะดวกที่แม่จะกลับสู่การดูแลของครอบครัวในประเทศต้นทางระหว่างคลอด มีความตกลงระหว่าง พม.ไทยและพม.ของประเทศต้นทาง เพื่อดูแลร่วมกัน เอาสุขภาพของแม่และเด็กเป็นตัวตั้ง
  8. ถ้ารัฐไทยจะเล่นนโยบายนี้ ก็ตั้งรับกับการเล่นกลับโดยประเทศต้นทางของแรงงานไทยที่ทำงานในต่างประเทศเช่นกันนะคะ ซึ่งบางประเทศก็อาจใช้นโยบายเหยี่ยวแบบนี้กับรัฐไทยแล้วด้วยซ้ำ ลองเชิญ ศ.ดร.สุภางค์ และทูตไทยในประเทศที่มีแรงงานไทยไปอาศัยอยู่มากๆ มาหารือซิคะ มุกทางนโยบายนี้ อาจดีหรือไม่ดีได้ทั้งเขาและเรา
  9. อ.แหววขอรบกวนทางสภาทนายความเริ่มต้นคุยกับทางฝ่ายการเมืองของกระทรวงแรงงานนะคะ ขอให้นัดกันนะคะ ในสมัยท่านพินิจ ก็มิได้บานปลายออกไป ข้อเสนอเหยี่ยวแบบไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยเกิดขึ้นในเรื่องของนโยบายแรงงานต่างด้าวมาแล้วค่ะ โปรดทบทวนนะคะ