เกษตรกรส่วนใหญ่ที่มีปัญหาแหล่งน้ำที่เป็นด่างจึงมักมีพฤติกรรมที่ชอบแถม เช่นฉลากข้างกระป๋องหรือซองให้ใช้ในอัตรา 1 ก็จะแถมอีก 1 ให้ใช้ 2 ก็จะแถมอีก 2
น้ำเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตและเป็นปัจจัยสำคัญในการทำอาชีพเกษตรกรรมเพราะต้องใช้ในการให้ความชุ่มชื้น เคลื่อนย้ายถ่ายเทสารอาหารจากรากไปสู่ส่วนต่างๆของลำต้นทั้งกิ่งก้านใบ ถ้าพืชอยู่ในพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำไม่เหมาะสมพืชก็จะมีการเจริญเติบโตช้า เช่น พืชที่เจริญเติบโตอยู่บนพื้นที่น้ำเค็ม น้ำเปรี้ยว น้ำด่าง การละลายและลำเลียงแร่ธาตุสารอาหารจะไม่สมบูรณ์เพราะท่อน้ำท่ออาหารของพืชจะเคลื่อนย้ายถ่ายเทสารอาหารในรูปของกรดอ่อนๆ เมื่อนำสสารที่เป็นด่าง หรือสสารผสมกับน้ำด่าง สุดท้ายได้สารละลายที่เป็นด่างจะไม่สามารถเข้าไปสู่เซลล์พืชได้ อีกทั้งบางทีน้ำด่างก็ทำลายฤทธิ์ของปุ๋ย ยา ฮอร์โมนที่เป็นกรดจนเสื่อมสภาพตั้งแต่แรกก่อนฉีดพ่น จึงทำให้ปุ๋ยยา สสารต่างๆที่ฉีดพ่นลงแปลงใช้ไม่ได้ผล
เกษตรกรส่วนใหญ่ที่มีปัญหาแหล่งน้ำที่เป็นด่างจึงมักมีพฤติกรรมที่ชอบแถม เช่นฉลากข้างกระป๋องหรือซองให้ใช้ในอัตรา 1 ก็จะแถมอีก 1 ให้ใช้ 2 ก็จะแถมอีก 2 ที่เป็นเช่นนี้ใช่ว่าเกษตรกรจะดื้อดึงอะไรหรอกนะครับ แต่เป็นเพราะประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนานเมื่อใช้แล้วไม่ได้ผล ก็ต้องมีการแก้ไขดัดแปลงให้สามารถทำงานบรรลุเป็าหมายได้อย่างราบรื่น โดยที่อาจจะยังไม่มีนักวิชาการเข้าไปชี้แจงแถลงไขให้ทราบว่าบางครั้งอาจจะไม่จำเป็นต้องเอาของแพง (ปุ๋ย ยา ฮอร์โมนที่แถมเพิ่มเข้าไป). ไปปรับเพียงอย่างเดียว อาจจะใช้กรดในรูปแบบอื่นๆปรับก่อนก็ได้แล้วจึงค่อยใช้ปุ๋ย ยา ฮอร์โมนที่มีราคาแพงมากกว่ามาเติมในภายหลัง
กรดที่ต้นทุนต่ำ สะดวก ประหยัดและปลอดภัยได้แก่ มะนาว มะกรูด มะขาม มะเฟือง ส้ม ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวทั้งหลายหรือจะใช้น้ำส้มสายชูก็ได้ทำการตรวจวัดน้ำเสียก่อนว่ามีความเป็นด่างมากน้อยเพียงใด ถ้าเป็นกลางหรือค่อนไปทางด่าง (ค่าพีเอชตั้งแต่7ขึ้นไป) สามารถใช้ได้ แต่ถ้าตรวจวัดแล้วมีค่าพีเอชต่ำกว่า 6.5 ลงมาไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะมีค่าพีเอชที่เหมาะสมพอเหมาะพอดีอยู่แล้ว ในส่วนของเกษตรกรที่มีพื้นที่ฉีดพ่นจำนวนมากอาจจะใช้วิธีการข้างต้นไม่สะดวก ก็สามารถใช้กรดซิลิสิค แอซิด เป็นทางเลือกได้ เป็นกรดที่สกัดได้จากหินแร่ภูเขาไฟ มีความปลอดภัยสูงในการใช้งาน เพราะเมื่อสัมผัสผิวหนังไม่เกิดการกัดกร่อน ระคายเคือง ที่รุนแรง เหมือนกรดเคมีอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นสารอาหารที่กระตุ้นการเจริญเติบโตและสร้างความแข็งแรงให้กับผนังเซลล์ด้วย
อัตราและวิธีการใช้ก็เพียง 2.5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรเติมก่อนทุกครั้งก่อนเติมปุ๋ย ยา ฮอร์โมน หรือสารสกัดชีวภาพต่างๆก็ใช้ได้ ต้นทุนจะอยู่ที่ 1 บาทต่อปิ๊ป และ 10 บาทต้อน้ำ 200 ลิตร ซึ่งนอกจากจะได้กรดเหมือนมะนาว มะขาม ส้ม และน้ำส้มสายชูแล้วยังได้ซิลิก้าด้วย โดยที่บางครั้งบางคราวถ้ามะนาว มะกรูดแพงวิธีการนี้ก็ถือว่าเป็นทางเลือกน่าสนใจไม่น้อย ในการป้องการการทำลายฤทธิ์ของปุ๋ยยาจากด่าง (alcaline hydrolysis) ท่านสมาชิกหรือเกษตรกรท่านใดที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อสอบถามเข้ามาได้ที่ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ 0-2986-1680-2 หรือ081-3137559
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com