ในบางครั้งฉันก็คิดว่ามันเป็นการดีเหมือนกันที่เราจะไม่รู้จักเปลือกของกันและกัน ไม่ต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ไม่ต้องรู้ว่าใครเป็นใคร ทำงานที่ไหน มียศตำแหน่งอะไร เพราะในยามที่ไม่มีเปลือกมันจะช่วยให้เราเห็นแก่นแท้ข้างในของคนได้ชัดเจนขึ้น

เราชวนกันไปดูนกในวันที่สุไหงบุโลอากาศแสนอบอ้าว ฝนที่ทิ้งห่างไปหลายวันทำให้ความชื้นในอากาศลดลงไปบ้าง แต่ความร้อนระอุจากแสงอาทิตย์ในยามบ่ายของวันทำให้รู้สึกร้อนรุ่มยิ่งนัก ลมทะเลที่พัดโชยในบางคราวช่วยทำให้รู้สึกว่าความร้อนนั้นทุเลาเบาบางลงบ้างแต่ก็ไม่มากนัก

ต้นหญ้าเล็กๆ สองข้างทางเดินเหี่ยวเฉาแสดงว่าขาดน้ำไปนานพอควร แม้สองฝั่งของทางเดินจะมีน้ำเยอะ แต่มันก็ไม่ใช่น้ำที่ต้นหญ้าพวกนี้จะนำมาใช้ได้ ใบไม้สีน้ำตาลแห้งกรอบบนทางเดินตอกย้ำความรู้สึกของคำว่า"แห้งแล้ง" ได้เกินบรรยาย จะมีก็แต่ดอกโพธิ์ทะเลสีชมพูปนเหลืองที่ร่วงหล่น ที่ช่วยทำให้ความแห้งแล้งนั้นดูอ่อนโยนขึ้นมาหน่อยหนึ่ง

..

ร้อน-แล้ง
..

สุไหงบุโลในช่วงกลางปีเช่นนี้ดูเงียบเหงาไปถนัดตาเพราะนกอพยพทั้งหลายต่างก็กลับบ้านไปหมดแล้วเหลือแต่นกเจ้าถิ่นและนกอพยพบางตัวที่ตัดสินใจลงหลักปักฐานอยู่ที่นี่เสียเลย เหมือนใครบางคนที่เขียนบันทึกนี้อยู่ เสียงนกกินเปี้ยวร้องเรียกคู่มีให้ได้ยินเป็นระยะๆ เสียงของนกตัวเล็กๆ เช่นนกกระจิบธรรมดาและนกกินปลีมีให้ได้ยินเป็นช่วงๆ แต่คงได้แค่ฟังเสียงเพราะนกพวกนี้ตัวเล็กและไม่เคยเกาะอยู่กับที่ให้ทันกดชัตเตอร์ได้บ่อยครั้งนัก "บันทึกภาพไว้ในใจก็ดีเหมือนกันนะ" ฉันปลอบใจตัวเองแบบนี้เสมอ

ในขณะที่เรามองหาแมลงสองข้างทางเพื่อบันทึกภาพ ก็มีลุงวัยหกสิบขึ้นท่าทางใจดีคนหนึ่งเดินมายิ้มให้เรา ฉันยิ้มตอบด้วยความยินดียิ่ง "เวลาบ่ายสองนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีที่สุดในการดูนกนะ" คุณลุงคนนั้นเอ่ยขึ้น จากลักษณะท่าทางความอ่อนน้อม การแต่งตัวและสำเนียงภาษาอังกฤษที่ได้ยิน ฉันฟันธงในใจว่าคุณลุงเป็นนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นแน่นอน ฉันตอบกลับไปว่า "ใช่ค่ะคงต้องรอให้เย็นกว่านี้สักหน่อย ที่สะพานที่เราข้ามเข้ามาเมื่อกี้จะมีนกมาอวดโฉมแถบนั้นเยอะพอควร ตอนนี้เรากำลังถ่ายรูปแมงมุมอยู่" พร้อมชี้ให้คุณลุงดูนายแบบของเรา

..

แมงมุมกับลูกๆ
..

เราคุยกันต่ออีกสักพักก็ทราบว่าคุณลุงมาจากโตเกียว เป็นทริปดูนกครั้งที่สองที่สิงคโปร์ ครั้งก่อนมาในช่วงเดือนกันยายนซึ่งมีนกอพยพเยอะแยะมากมาย ฉันก็ได้แต่บอกคุณลุงว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้ดูนกในแถบทรอปิคอลจริงๆ เพราะอย่างที่บอกตั้งแต่เริ่มเดิน ฉันเองก็เพิ่งจะได้ภาพนกกินปลีเพียงตัวเดียว ฉันพยายามให้ข้อมูลเกี่ยวกับนกที่พอจะหาเจอในแถบนี้เท่าที่รู้มา สักพักเราก็แยกย้ายกันไปพร้อมรอยยิ้ม

เราเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ วันนี้เราเห็นนกไม่กี่ตัว สัตว์ไม่กี่ชนิด แต่ฉันก็รู้สึกพึงใจเป็นอย่างมาก ในการไปดูนกบ่อยครั้งที่ฉันรู้สึกว่าการได้เห็นนก ได้ภาพนกจริงๆ นั้นเป็นเหมือนโบนัสที่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับปัจจัยมากมาย เป็นการเพิ่มในสิ่งที่มี แต่ความสุขที่ได้ในระหว่างทางคือเงินเดือนที่แน่นอน ให้ความรู้สึกมั่นคงกับชีวิต

จนตกเย็นจึงกลับออกไปที่สะพานไม้ใกล้ทางเข้า น้ำเริ่มลดลงในทุกขณะกลุ่มนกดูนกสามสี่คนยืนดูนกกันอยู่ที่นั่นก่อนหน้าเรา คนที่เห็นนกกระเต็นก็ชี้ให้คนอื่นดูนกที่ตัวเองเห็น ซึ่งนกกระเต็นบินโฉบลงไปจับปลาในน้ำแล้วบินกลับไปบนกิ่งไม้สร้างความฮือฮาให้เราไม่น้อย แต่น่าเสียดายที่ฉันมัวแต่ตื่นตากับสิ่งที่เห็นจนลืมถ่ายรูป ใครคนหนึ่งชี้ให้ดูจระเข้ตัวเล็กๆ ในน้ำ ซึ่งก็สร้างความตื่นเต้นให้ผู้ชมในที่นั้นไม่น้อย

คุณลุงชาวญี่ปุ่นเดินออกมาสมทบกับพวกเรา เขาเข้ามาถามชื่อนกสองสามชนิดที่ถ่ายรูปได้กับฉัน ซึ่งพอดีฉันเคยเห็นมาก่อน ก็เลยช่วยยืนยันให้คุณลุงไป พอดีฉันเหลือบไปเห็นนกหัวขวานเขียวป่าไผ่ตัวเมียตัวหนึ่งก็เลยบอกตำแหน่งแก่คนอื่นๆ คุณลุงยังคงมองไม่เห็นเพราะระยะห่างอยู่ไกลพอสมควร และคงไม่คุ้นเคยกับการอธิบายภาษาอังกฤษแบบซิงลิชของฉัน เขาก็หยิบกระดาษกับปากกาออกมาให้ฉันวาดตำแหน่งของนกบนต้นไม้ให้ดู ในที่สุดเสียงชัตเตอร์ของคุณลุงก็ดังระรัวก่อนนกตัวนั้นจะบินจากไป คุณลุงมองดูจอมอนิเตอร์กล้องพร้อมยิ้มอย่างมีความสุขกับสิ่งที่เขาเห็น คุณลุงเดินไปเก็บภาพจระเข้ที่ยังคงอยู่ในบริเวณนั้น และก็เดินไปถ่ายภาพนกกินเปี้ยวตัวหนึ่งแล้วบอกคนที่มาดูนกคนอื่นๆ ว่านี่แหละนกที่มีเหมือนกันทั้งญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ทุกคนหัวเราะออกมาเป็นเสียงเดียวกัน

..

คุณลุงชาวญี่ปุ่น

..

ความมืดเริ่มก่อตัวขึ้นในยามค่ำ เราทั้งหลายในที่นั้นต่างขอบคุณกันและกันและแยกย้ายกันกลับบ้านโดยที่เราไม่รู้จักชื่อเสียงเรียงนามของกันและกันแต่ฉันรู้สึกดีเป็นที่สุด ในบางครั้งฉันก็คิดว่ามันเป็นการดีเหมือนกันที่เราจะไม่รู้จักเปลือกของกันและกัน ไม่ต้องรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม ไม่ต้องรู้ว่าใครเป็นใคร ทำงานที่ไหน มียศตำแหน่งอะไร เพราะในยามที่ไม่มีเปลือกมันจะช่วยให้เราเห็นแก่นแท้ข้างในของคนได้ชัดเจนขึ้น

ในความแห้งแล้งในวันที่ร้อนอบอ้าวก็ยังชุ่มชื้นไปด้วยน้ำใจไมตรี มิตรภาพที่หยิบยื่นให้กันในบรรดากลุ่มผู้มีความสนใจในสิ่งคล้ายกันเช่นนี้

ความร้อนอบอ้าวของวันลดลงอย่างมากมาย อากาศข้างนอกสดชื่นเหลือเกิน ฉันยื่นมือออกไปสัมผัสลมเย็นๆ เมื่อเราเปิดกระจกรถรับลมตอนขับรถกลับบ้าน ความรุ่มร้อนที่มีตอนขาไปในตอนบ่ายหายไปหมดแล้ว เพราะอากาศที่เย็นลงจริงๆ หรือเพราะสุไหงบุโลซึมซับเอาความรุ่มร้อนนั้นไว้หมดแล้ว?

เก็บภาพนก สัตว์และแมลงที่พบเจอในทริปนี้มาฝากค่ะ หวังว่าที่บ้านเราคงไม่ร้อนมากเหมือนที่นี่นะคะ

มีความสุขในทุกๆ วันค่ะ

..

.. 

.. 

  ..

 

..

..

..

..

 

Yukie Nishimura - Ashita wo shinjite

 

http://www.youtube.com/watch?v=0KlcQ8F7YMY