เบาหวาน กับข้าวนึ่ง

"วันพุธอีกแล้วเหรอเนี๊ยะ" นี้เป็นเสียงรำพึงรำพันของดิฉันทุกเช้าวันพุธ โรงพยาบาลพร้าวเปิดคลินิกเบาหวานทุกวัน พุธ พฤหัสฯ ศุกร์ ผู้ป่วยมืดฟ้ามัวดิน และกับคำพูดซ้ำๆที่ดิฉันต้องพูด "น้ำตาลสูงเน้อ กิ๋นอะหยั่งมาเจ้า" และคำตอบที่ได้คือ "กิ๋นข้าวนึ่งทุกมื้อ" มันทำให้ดิฉันรู้สึกท้อ เพราะไอ้เจ้าข้าวนึ่งมันเป็นวัฒนธรรม และของกินตั้งแต่รุ่น ปู่ ย่า ตา ยาย แก้ไม่ได้ พอบอกว่ากินเยอะไม่ได้ ผู้ป่วยบอกว่าทำไงได้เพราะต้องทำงานหนัก หากไม่กินข้าวเหนียวจะไม่อิ่มท้อง ทำงานไม่ไหว โดยเฉพาะต้องไปไร่ไปสวน เออ! แฮะ นั้นคือวิถีชีวิตของเขา หากกินข้าวสวยก็ไม่หนักท้องทำงานไม่ไหว เรายังชอบกินข้าวเหนียวเลยมันอร่อยและทำให้มีความสุขกับการรับประทานอาหารมาก แล้วทำอย่างไรดีหล่ะนั้นคือคำถามที่ยังค้างคาในใจดิฉัน และติดในสมอง ที่จะทำให้ผูั้ป่วยกินข้าวนึ่งได้ และน้ำ้ตาลไม่ขึ้น HbA1C ก็อยู่ในระดับปกติ  ปรับเงินก็แล้ว เข้ากลุ่มคุมเข้มก็แล้ว ข้าวนึ่งก็ยังอยู่ในกระแสเลือด อยู่มาวันหนึ่งมีหญิงอายุ 68 ปี เธอเป็นเบาหวานมาเกือบ 10 ปี  ประวัติของเธอมีน้ำตาลสูงมาตลอดFBS ไม่ต่ำกว่า 180 วันนี้ FBS ของเธอ 130 เธอมีสีหน้าดีใจและเป็นประกาย แล้วพูดว่า "โอ้! ทีนี้รู้ละว่าต้องบ่กิ๋นข้าวนึ่ง เพราะข้าเจ้าหยุดกิ๋นข้าวนึ่งมา 2 อาทิตย์ น้ำตาลลงเลย อืม รู้ละๆ ข้าวนึ่งนี้เองทำฮือน้ำตาลสูง" แทนที่ดิฉันจะดีใจแต่รู้ไหมว่าในใจฉันคิดอะไร " อืมพึ่งรู้หรือโอ้แม่เจ้า"  นั้นบ่งบอกว่าผู้ป่วยไม่ทราบและไม่มีความรู้เรื่องของน้ำตาลที่อยู่ในข้าวเหนียว และเรื่องของอาหารการกิน หรือเรียกว่า โภชนาการ ที่ควรจะเป็นของเขา ทั้งที่เป็ยนเบาหวานมา 10 ปี อะไรกันนี้!!!!!!!