คุยกับคนเมาเหล้า....


วันนี้อยู่เวรที่ ER ที่รพ. ใหม่ที่มาทำงานนี้  

ไม่ได้ยุ่งมากมาย  จนไม่ได้พักเหมือนที่ปาย  พอมีเวลาพักบ้าง

เนื่องด้วยสองวันที่ผ่านมา  ได้เีรียนกับท่านอาจารย์จากรามา FAMMED

ชอบประเด็นสำคัญที่ท่านให้ไว้คือ   ความสุข คือการเยียวยา

 

   ทำให้นึกถึงคนไข้เราคนหนึ่งที่แกกินเหล้า  แล้วเมาประจำ  ทำให้คนในบ้านนั้นทุกข์กันถ้วนหน้า  และก็ไม่มีความสุข  แกเคยมาตัดแล้วรอบหนึ่ง  ผ่านกระบวนการบำบัด  แต่ก็กลับออกไปได้ยังไปกินอีก    อันนี้ฟังจากภรรยาที่เป็นคนมาบอก

 

        ดังนั้นก็เลยคิดถึงคนไข้ท่านนี้  คิดพิจารณาว่า ที่ท่านกินเหล้า แท้จริงแล้วคงเพราะท่านมีความทุกข์  เหล้าสามารถปลดเปลื้องความทุกที่มีไปได้ชั่วคราว   ท่านอาจจะมีทุกข์อยู่  เป็นทุกข์ที่บอกไม่ได้  เป็นทุกข์ที่จุกในอกลูกผู้ชาย  

 

     ก็ขับรถไปบ้านแก  พอดีรู้จักเพราะว่าเคยไป  เมื่อไปถึงก็เจอพอดี  ทุกคนในครอบครัวอยู่ครบกันพอดี   สภาพคนไข้  เมา  แต่ว่าไม่มากนัก  พอดีๆ  พอคุยอะไรได้อยู่ 

    วันนี้ก็เลยคุยกัน  เริ่มต้นที่เป็นผู้รับฟัง  เป็นการมาฟังความคิด  ความรู้สึกข์  ความคาดหวังของคนไข้่  

     เขาก็บอกเล่าถึงความทุกข์ที่จุกแน่นอยู่  เรื่องนั้นคือเรื่องของบุตร  ที่ตั้งครรภ์ก่อนวัย เมื่อหลายปีก่อน  เขาคาดหวังกับบุตรมาก  เมื่อเกิดเรื่องแบบนี้  เขาไม่เคยว่าลูกด่าลูก  แต่เขาเก็บความทุกข์ไว้คนเดียว  แล้วก็เอาแต่ดื่มเหล้า

 

            ลักษณะเขาคือ ก่อนนี้ดื่มไม่หนัก  ตามงาน  รับผิดชอบ  เป็นพ่อ เป็นสามีที่ดี  ขยันขันแข็ง  เอางานเอางาน  สร้างครอบครัวจนมั่นคง

 

           เมื่อความทุกข์คือประเด็นนี้  เขาบอกว่าเสียใจ  ทุกข์ใจ  ไม่คาดว่าจะเกิดกับตน  เหมือนฝันสลาย  เขาเล่าว่าตอนนั้นลูกอยากได้อะไรก็ได้  อยากได้รถ จยย  อยากได้ คอม  พ่อก็รีบไปซื้อมาให้  นั่นเป็นความรักอันยิ่งใหญ่

 

         ฟังเขาสักพัก  แล้วก็ถามเขาว่า  เขารักลูก  รักครอบครัวจริงๆหรือไม่  หรือว่า เขารักตนเองมากกว่า  รักความต้องการความหวังตน 

    เป็นไปได้หรือไม่ที่เขาจะให้อภัยกับลูก  กับตนเอง กับเรื่องราวที่เกิดขึ้น  เพราะปัญหาที่เกิดขึ้น  มันมีปัจจัยที่ซับซ้อน  คงบอกไม่ได้ว่าถูกผิด ดีชั่ว  แต่มันได้เกิดขึ้นแล้ว  และขึ้นกับว่าเราจะมองมันอย่างไร

        ที่ผ่านมาเพราะเรามองว่า มันไม่ได้อย่างที่เราคิด  ฝันเราสลาย  เราก็เลยสร้างทุกข์กับตนเองและครอบครัว  ตอนนี้ทุกๆคนพลอยทุกข์ไปด้วย ป่วยไปด้วย 

     ช่วงเวลาที่คุยกัน  ลองถามย้อนๆกลับไปที่ตัวเขา  แม้ว่าจะกรึ่มๆ  แต่ก็พอฟังรู้เรื่อง  ทุกๆคนในครอบครัวก็มาคุยกัน  แบ่งปันกัน   เพราะพื้นฐานครอบครัวนี้ไม่มีความรุนแรง  ทุกอย่างจึงน่าจะดูง่ายขึ้น

    

          เขาเริ่มฉุกคิดว่า  จริงๆเขารักลูก รักครอบครัวอย่างที่วาจาเขากล่าวหรือไม่  หรือเพียงเพราะเขารักความต้องการของตน  เขาค่อนข้างนิ่งไปนานมากเหมือนกัน  

      แล้วเราก็ได้บทสรุปกันว่า  ถ้าหากคนไข้สามารถมีความสุขได้จากการพลิกความคิดอีกสักเล็กน้อย  ในความรักที่มีต่อตนเอง  ต่อครอบครัว  และต่อลูกนั้น  และนำไปสู่การหยุดดื่มสุรา....  ที่เป็นทุกข์ต่อครอบครัว

      ทุกๆคนที่นั่งอยู่ด้วยกันวันนี้นั้น  น่าจะมีความสุขขึ้นมาก..0..

  ตัวคนไข้เองก็น่าจะมีความสุขขึ้น  ถ้ายอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น และความสูญเสีย

 

    สุดท้ายก็เลย ชวนกันกล่าวบทขอขมา  ต่อเข้ากรรมนายเวรของหลวงพ่อ

  โพธิ์ศรีสุริยะ  นานประมาณ 10 นาที   พ่อกับแม่  ลูกกับพ่อ  ได้ขอขมากรรม  รวมทั้งหมอด้วย

 

      ก่อนจากกันก็เลยเล่าถึงชีวิต  ว่า  ครอบครัวนั้น  เราจะต้องผ่านอะไรอีกมาก  ทุกๆคนผ่านครอบครัวมาก  การเดินทางของครอบครัวก็น่าจะเหมือนการขับรถ  เหมือนดั่งเช่นครอบครัวหมอ  มีเรื่องนั้นเรื่องนี้เข้ามา  แต่มันขึ้นกับคนในครอบครัว  และโดยเฉพาะหัวหน้าครอบครัว  อันเหมือนคนขับรถนำพาครอบครัวเราไป  การที่เราเจอปัญหา  ก็เหมือนเราขับตกหลุม

    เรื่องราวความทุกข์ที่เราประสบมันก็ผ่านมา 2 ปี แล้ว  แปลว่าเราขับรถตกหลุมนี้  แล้วเราก็ยังไม่เอารถขึ้นจากหลุมนี้ไปเสียที    ยังวนเวียนกับหลุมปัญหานี้อยู่  ถึงเวลาหรือยังที่ผู้นำครอบครัว  จะนำพาคนในครอบครัวออกจากหลุมแห่งความทุกข์นี้  เพราะคนไข้ไม่ได้ทุกข์คนเดียว  แต่ความทุกข์นี้เป็นกันทุกๆคน  การที่เข้าใจว่าเรากิน เราแย่คนเดียวนั้น  เป็นการมองโลกที่เห็นแก่ตนเองแต่ฝ่ายเดียว   

 

       ท่าทางคนไข้จะเห็นด้วยกับเราพอประมาณ....

 

     รู้สึกว่า ต้องใช้พละกำลังมากมายเหมือนกัน  ในการพูดคุยกับผู้ป่วยติดสุรารายนี้  ให้เขาไปบำบัดกับผู้เชี่ยวชาญก็ไม่ไป  เลยต้องลองทำเองตามสติปัญญาที่มี    อย่างไรก็ตาม  ก็รู้สึกดีที่ได้ทำไป

 

    เพราะสิ่งที่เราทำไปนั้น  ไม่ได้หวังอะไรจากเขา  เพียงอยากให้เขาและครอบครัวกลับมาอยู่ในจุดที่น่าจะดีกว่าปัจจุบัน  ให้ทุกๆคนมีความสุขมากขึ้นกว่าทุกวันนี้บ้าง  สักเล็กน้อยก็ยังดี.....

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 492286เขียนเมื่อ 24 มิถุนายน 2012 21:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 9 กรกฎาคม 2012 11:53 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

ชอบเทคนิค.. การให้ข้อคิดกับคนไข้ ให้เค้าได้กลับมามองความคิดของตนเอง.. ขอบคุณคุณ kmsabaiมากค่ะที่นำมาแบ่งปัน 

 

ไม่ง่ายเลยคะหมอ ในการที่จะนำใครบางคนออกจากหลุมแห่งชีวิต แต่ก็ไม่ยาก หากว่าเขาเปิดใจ และตระหนักรู้ถึงสภาพปัญหา และตัวตนที่เขาเผชิญอยู่ คุณหมอมีเรื่องดีๆมาเเบ่งปันอีกนะคะ ขอพระเจ้าเสริมกำลังกาย ใจ คะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี