โรคใบร่วงของยางพารา


ลองทำตามคำแนะนำนี้ก่อน ถ้าได้ผลเป็นประการใด จะเก็บมาเล่าต่อ ครับ

         

        วันนี้ วันหยุด จึงมีโอกาสเข้าสวนยาง เพื่อดูแลเขาบ้าง เพราะตั้งแต่ต้นฤดู (เดือน พ.ค.) เอาปุ๋ยไปฝาก ให้คนดูแล ช่วยจัดการให้ แล้วก็ไม่ได้ไปดูเขาอีกเลย (โดนกับตัวเองแล้ว จะอ้างว่าอย่างไรดี)

 

         ปีนี้ ฝนมามากหน่อย ประกอบกับ พื้นที่ตั้งสวน อยู่ในเขต กึ่งกลาง ของเขต ภาคใต้ฝั่งตะวันตกและตะวันออก  ทำให้ฝนตกไม่ตรงตามฤดูกาล เมื่อต้นเดือนพฤษภาคม จังหวะที่ต้นยางแตกใบอ่อน ยอดอ่อน ถูกฝนตกติดต่อกันหลายวัน ทำให้ เป็นโรคใบร่วงเกือบหมดต้น ไปครั้งหนึ่งแล้ว ทำให้ต้องเปิดกรีดล่าช้า รายจ่าย ค่าปุ๋ย กำจัดวัชพืช ที่จ่ายไปล่วงหน้าแล้ว ก็ต้องแก้ปัญหากันไป พอแตกใบมาได้ระยะหนึ่ง ตอนกลางๆเดือน มิ.ย. เปิดกรีดมาได้ไม่นาน ก็โดนฝนชุดใหญ่-ยาว อีกรอบ รอบนี้อาการหนักกว่าเก่า ใบร่วงเกือบทั้งสวน บริเวณที่อาการหนัก ก็ต้องสั่งหยุดกรีดไปสักระยะหนึ่งก่อน เพื่อให้ต้นฟื้นมาใหม่

 

 และได้เปิดตำราดู จากเว็บไซต์ ของ สกย. ก็มีคำแนะนำดังนี้

โรคใบร่วงที่เกิดจากเชื้อไฟทอปโทร่า (Phytopthora leaf fall)

 สาเหตุ   เกิดจากเชื้อรา  Phytophthora  botryosa  chee, P. palmivora (Butl.) Butl., P.nicotianae  Van  Breda  de  Haan  var. parasitica(Dastur) Waterhouse  (และน่าจะเป็นเพราะฝนตกชุกด้วย)


ลักษณะอาการ     ก้านใบเป็นรอยช้ำสีน้ำตาลเข้มถึงดำตามความยาวของก้านใบ  แผลบริเวณทางเข้าของเชื้อมีหยดน้ำยางเล็กๆ เกาะติดอยู่ เมื่อสะบัดใบเบาๆ ใบย่อยจะหลุดทันที  ซึ่งจะต่างจากการร่วงตามธรรมชาติ  ซึ่งเมื่อสะบัดใบย่อยจะไม่ร่วง  บางครั้งแผ่นใบอาจ  เป็นแผลสีน้ำตาลเข้มถึงดำ  ช้ำน้ำ  ขนาดแผลไม่แน่นอน  หากเข้าทำลายฝักยางจะทำให้เน่า  อาจพบเชื้อราสีขาวเจริญปกคลุม  ฝักไม่แตกและไม่ร่วงหล่นตามธรรมชาติ   กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อต่อไป

การแพร่ระบาด     ระบาดรุโดยน้ำฝน  ลม  ความรุนแรงขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำฝนและจำนวนวันฝนตก  เชื้อต้องการน้ำเพื่อการขยายพันธุ์  จึงระบาดได้ดีในสภาพอากาศเย็น  ฝนตกชุก  ความชื้นสูงอย่างน้อย  4  วัน  โดยมีแสงแดดน้อยกว่า  3  ชั่วโมงต่อวัน

 

                              **อาการ น่าเป็นห่วง**


พืชอาศัย            
ส้ม  ทุเรียน  พริกไทย  ปาล์ม  โกโก้
การป้องกัน       
1. ไม่ควรปลูกพืชอาศัยเป็นพืชแซมยาง
                       2. กำจัดวัชพืชและตัดแต่งกิ่งในสวนยางให้อากาศถ่ายเทสะดวก  เพื่อลดความชื้น
                       3. หากระบาดกับต้นยางอายุน้อยกว่า  2  ปี  ป้องกันกำจัดโดยพ่นสารเคมี
                       4. ต้นยางใหญ่ที่เป็นโรครุนแรงจนใบร่วงหมดต้น  ให้หยุดกรีดยางและบำรุงต้นให้สมบูรณ์

                        **รอบก่อน ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่**

          ก็ลองทำตามคำแนะนำนี้ก่อน ถ้าได้ผลเป็นประการใด จะเก็บมาเล่าต่อ ครับ

ชัยพร นุภักดิ์.........

 

หมายเลขบันทึก: 492283เขียนเมื่อ 24 มิถุนายน 2012 13:45 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มิถุนายน 2012 13:49 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

สงวนลิขสิทธิ์ © 2005-2021 บจก. ปิยะวัฒนา
และผู้เขียนเนื้อหาทุกท่าน
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี