เป็นงานเขียนใน"วิทยาจารย์"(คุรุสภา)นิตยสารที่ไม่ไ้ด้วางจำหน่ายในท้องตลาด ขอนำมาเผยแพร่ครับ อาจจะเป็นประโยชน์ทางการศึกษาบ้างไม่มากก็น้อย-(ขอสละสิทธิ์ในการรับรางวัลใดๆ ครับเพราะเป็นงานที่พิมพ์เผยแพร่แล้ว--ปณิธิ)

บันทึกถึงดวงดาว 12  

(บันทึกฯ 11 ขัดข้องทางเทคนิคเล็กน้อยไม่ไ้ด้ตีพิมพ์)

กระท่อมดาริกา

น้องดาวที่รัก

     บันทึกที่ผ่านมา (11) พี่พูดถึงเรื่องราว (ส่วนตัว) ของนักเรียนหญิงคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะไม่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนเท่าไรนัก  แต่พี่คิดว่า หากเรามองให้ลึก ๆ ลงในรายละเอียดแล้ว จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ครูจะได้รับรู้เรื่องราวชีวิตของนักเรียน เพื่อเป็นพื้นฐานในการทำความเข้าใจนักเรียนที่เราสอน อันจะนำไปสู่การพัฒนา การแก้ไขปรับเปลี่ยนทั้งการเรียน  ทั้งพฤติกรรมและการช่วยเหลือต่าง ๆ เพียงแต่ว่าในสถานการณ์จริงครูไม่อาจช่วยเหลือนักเรียนได้ทั้งหมด แต่ถ้าเรา “พยายาม” แล้วล่ะก็ อย่างน้อยที่สุดเราจะได้ภูมิใจที่สามารถปฏิบัติตนให้สมกับคำว่า “ครู”  ความภูมิใจที่เปรียบเสมือนน้ำทิพย์หล่อเลี้ยงจิตใจให้เข้มแข็งชื่นบานและมีสุขกับการทำงานต่อไป

            สำหรับวันนี้   พี่ขอเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเรียนการสอนในรายวิชาภาษาไทยสักเรื่องหนึ่ง ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องหนักอกหนักใจของครูผู้สอนหลาย ๆ คนจนแทบไม่อยากสอนแต่ก็จำเป็นต้องสอน นั่นคือ“การผันวรรณยุกต์”     ที่พี่บอกว่าต้องสอนก็เพราะว่า    การผันวรรณยุกต์มีความจำเป็นอย่างยิ่งหากนักเรียนไม่รู้ ไม่เข้าใจ ผันไม่ได้ ก็จะทำให้สะกดคำง่าย ๆ ผิดอยู่เสมอ  เช่น เขียน น่ารัก เป็น หน้ารัก / พ่ายแพ้ เป็น พ้ายแพ้ เป็นต้น  นอกจากนี้ก็จะลุกลามไปถึงเรื่องการแต่งคำประพันธ์ โดยเฉพาะเสียงวรรณยุกต์ท้ายวรรคของกลอนแปดหรือคำเอกคำโทของโคลง ซึ่งให้แต่งที่ไร นักเรียนเกือบร้อยละ 50 ก็ใช้เสียงวรรณยุกต์ผิดอยู่ร่ำไป

      แล้วพี่สอนอย่างไรล่ะ

      เดิมพี่ก็สอนโดยไล่ตั้งแต่อักษรสามหมู่ – การผันวรรณยุกต์ สามัญ เอก โท ตรี จัตวา ของแต่ละหมู่ หรือแม้กระทั่งสอนให้ท่อง เป็นต้นว่า

อักษรต่ำคำเป็น พื้นเสียงเป็นเสียงสามัญ ผันด้วยเอก เป็นเสียงโท ผันด้วยโทเป็นเสียงตรี”

“อักษรสูงคำเป็น พื้นเสียงเป็นเสียงจัตวา ผันด้วยเอกเป็นเสียงเอก ผันด้วยโทเป็นเสียงโท”

“อักษรต่ำคำตายแม่ ก กา พื้นเสียงเป็นเสียงตรี ผันด้วย......”

      โอ๊ย ! แค่นี้ทั้งครูทั้งนักเรียนก็ปวดหัวแล้ว เพราะไม่ได้สอนผันวรรณยุกต์อย่างเดียวต้องสอนคำเป็น คำตายอีกด้วยนักเรียนจึงจะผันได้ พอไปเจอแบบทดสอบทั้งระดับโรงเรียนและระดับชาติ

       ไม่รู้ว่าชาติไหนนะ คงเป็นชาตินี้นะน้องดาว-ไม่ใช่ชาติหน้า

       จะให้มาท่องหาคำตอบตามที่เรียนมา กว่าจะตอบได้สัก 1 ข้อ ก็คงใช้เวลาเป็นนาน เช่น  ข้อสอบถามว่า “ข้อใดมีเสียงวรรณยุกต์ครบ 5 เสียง” พร้อมตัวเลือกที่มี     หลาย ๆ คำ  ข้อนี้ข้อเดียวก็ไม่ต้องไปทำข้ออื่นแล้ว... แต่ครูก็ไม่ควรยอมจำนน ใช่ไหมน้องดาว พี่จึงให้นักเรียนทำแบบฝึกเรื่องการผันวรรณยุกต์ซะเลย....น้องดาวลองอ่านดูนะ

 ขั้นที่ 1   พี่ให้นักเรียน เขียนคำผันสามเสียงพร้อมประโยคและวาดภาพประกอบประโยค เช่น...........

ตัวอย่าง     ผลงานของ ด.ญ.รัชดาภรณ์ แสนทำพล ม. 1

 

ตัวอย่าง     ผลงานของ ด.ญ. เกศสุดา ยอดเพชร ม. 1

ตัวอย่าง     ผลงานของ ด.ช.  พิษณุ สามทอง ม. 1

ตัวอย่าง  ผลงานของ  ด.ญ.สุกัญญา สาคง ม.

ตัวอย่าง   ผลงานของ ด.ญ.สุนัตตา ยอดเพชร   ม. 1

ขั้นที่ 2  ให้นักเรียนแต่งเรื่องที่มีตัวเลือกเป็นคำผันวรรณยุกต์ที่สะกดได้ถูกต้อง อย่างน้อย 3 เสียง แล้วให้เพื่อนตอบ (ขีดเส้นใต้คำในวงเล็บ) อย่างน้อย 20 คำตอบ ต้องมีข้อความอื่น ๆ อย่างน้อย 3-5 คำก่อนจึงจะมีคำถามในวงเล็บ จากนั้นอ่านให้เพื่อนทั้งห้องฟัง โดยให้อ่านตามที่เขียน พอถึงคำในวงเล็บก็ให้เพื่อนทั้งห้องช่วยกันตอบคำที่ถูกต้องพร้อม ๆ กัน...     

    เขียนอย่างนี้น้องดาวงงใช่ไหมล่ะ  ดูตัวอย่างหน่อยนะ

กิจกรรมนี้พี่สังเกตเห็นว่า นักเรียนสนุก ทั้งคนอ่านและคนตอบ ยิ่งอ่านเป็นจังหวะด้วยแล้วยิ่งสนุกใหญ่

ตัวอย่าง    ผลงานของ ด.ญ.เนตรชนก  มากด้วง ม.1

           น้องดาวลองนำไปใช้บ้างนะ  แล้วพี่จะเขียนมาอีก...

           ขอให้คุณพระคุ้มครองน้องดาว

 รักและคิดถึง

      พี่ดิน

 ..........................

(วิทยาจารย์ กุมภาพันธ์ 2554)