เหมือนไร้รูปแบบแต่มีรูปแบบ และทรงพลังในงานปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้พิการทางสายตา

ความประทับใจในงาน ทีเริ่มด้วย ความคิดนำว่า ควรทำ เป็นอย่างยิ่ง แต่ยังไร้รูปแบบ และเราคิดว่าเราน่าจะต้องทำให้ดี ถึงดีที่สุด

ความประทับใจในงาน ทีเริ่มด้วย ความคิดนำว่า ควรทำ เป็นอย่างยิ่ง แต่ยังไร้รูปแบบ และเราคิดว่าเราน่าจะต้องทำให้ดี ถึงดีที่สุด
จุดเริ่มของงานนี้ เกิดจากความรู้สึกดี และด้วยความรู้สึกที่เป็นหนึ่งเดียวของทีมคือ  “เราต้องการให้สิ่งดี ๆทางสุขภาพ กับทุกคนมาเท่าที่เราพอจะทำได้ ”   เมื่อเราได้รับการประสานงานมา  เราคิดว่าไม่มีความบังเอิญบนโลกใบนี้  โอกาสดีๆมาแล้วไม่ควรปล่อยไป เราควรที่จะต้องทำงานนี้และน่าจะทำได้ดี   สมาคมคนตาบอดสาขาภาคเหนือตอนล่างประสานมา เรื่องการจัดสัมมนาเรื่องรักษ์สุขภาพแบบองค์รวม เพื่อป้องกันภาวะเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง  ที่จัดให้ผู้คนตาบอดและผู้ดูแลจำนวน 50 คน 

   

 เราสรุปว่างานนี้เป็นงานของเรา ....เราทำได้ เราทำได้   เราได้วิธีการทำงานตาม flow ทำงานดังนี้

  • รับงานมาแบบมึนงง  โดยพร้อมเพรียงกันภายใต้แนวคิด ไม่ลังเลที่จะทำเรื่องดีๆ  ไม่ลังเลที่คว้าสิ่งดีๆ ที่อยู่ใกล้ตัว
  • ประชุมทีม ที่มีน้อยนิด และบีบบังคับจัดคิวให้ลงตัว ภายใต้คิวที่วุ่นวายของทุกคน เราจัดจนลงlock ได้ แป๊ะ
  • วิธีสอน...เมื่อคิวสอนว่างแล้ว     แต่เราไม่รู้จะสอนอย่างไร  ????
  • หาผู้รู้  เราจึงไปหาGURU หรือ กูรู้ ของเรา ที่แนะนำไปและหัวเราะไป  ก๊าก..ก..ก  (เอ๊ะยังไง..55)แต่เรามั่นใจใน GURU ของเรา 

ก่อนลงสนาม การสอน  มีการจัดแผนไว้ 3 แผน ......

  • และก่อนลงสนามจริง GURU ที่กำลังหม่ำข้าว และเรียกเราไป เป่ากระบาล เฮ้ยเป่ากระหม่อม ว่า เฮ้ย...จาสอนกันยังงาย....อืม อืม  ดี ดี เพี้ยง.....ไปได้  

 

เราไปถึงที่ห้องประชุมก่อนเวลา ขยับจัด ห้อง ย้ายโต๊ะ เท่าที่จะทำได้ และเข้าสู่กระบวนการเรียน โดย เกมส์ ปรบมือ /โป้ง ชี้กลาง นาง ก้อย เมื่อสนุกสนานต่อจากนั้นก็ เข้าสู่ การฟัง....โดยเปิดเพลงเสื้อแห่งความสุข....

(ข้อนี้ต้องบอกว่าการฟังอย่างลึกซึ้งในกลุ่มคนตาบอดทำได้ดีทีเดียว ไม่มีประเด็นต่อเติมเรื่องราว ไม่ฟังแบบตีความ ไม่สรุปประเด็น เล่าเรื่องได้ตามที่ฟังแป๊ะ )

 ทำ BAR  (ฟังเสร็จก็ปรับการสอนนิดหน่อยให้ตรงกับความต้องการมากที่สุด) สอนออกกำลังกายและเดิน 10 นาที ติด pedometer โดยญาติเดิน และคนตาบอด เดินอยู่กับที่ บางคนก็ dance กระจาย แบบสนุกสนาน /สรุปการออกกำลังกายให้รู้จักความหนัก ความเหนื่อยและการออกกำลังกายแบบปานกลาง /

 ประเมินความเสี่ยง 6 ข้อ (คนตาบอดเค้าสมาธิดีมาก บวกเลข ทดไว้ และฟังการสอนจนครบ6ข้อ) / และการสอนเรื่องลดเค็ม ...จบวันที่ 1 แบบมีสาระและสนุกสนาน   ประทับใจ  อิ่มเอม ทั้งคนสอนและคนถูกสอน .......พรุ่งนี้จะต่อด้วยเรื่อง ฐานกิจกรรมผ่านการสัมผัส “จับ ชิม ดม “ นะคะ
ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เบาหวานพุทธชินราช



ความเห็น (0)