วันนี้โรงพยาบาลโชคชัยได้ทำความดี ได้เชิญชวนผู้สูงอายุมาถือศีลปฏิบัติธรรม นับว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มาก เป็นโรงพยาบาลที่รักษาผู้ป่วยทั้งทางกายและทางจิตใจ ที่ได้นำมาสร้างคุณธรรมคุณงามความดี
คำว่าพ่อว่าแม่เป็นสิ่งที่ประเสริฐ…

พ่อแม่เป็นผู้ประเสริฐนะ
ในโลกนี้ไม่มีใครที่จะรักเราเมตตาเราเท่ากับคุณพ่อคุณแม่
แม่คือทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของเรา
คนเราถ้าได้ระลึกถึงคุณพ่อคุณแม่ใจมันมีความสุข
“พ่อแม่ท่านจึงเปรียบว่าเหมือนพระอรหันต์ของลูก
เป็นผู้ที่มีแต่ให้แล้วก็ให้…”
พ่อแม่เป็นผู้ที่ให้ทั้งร่างกาย ให้ทั้งจิตใจ
ให้ความอบอุ่นความดีทั้งหลายทั้งปวง เป็นเด็กก็ยังให้
โตมาแล้วก็ยังให้ ให้โดยไม่มีที่สิ้นสุด
นั่นคือความรักของพ่อของแม่
ท่านจึงเปรียบว่าพ่อแม่นี้เป็นพระอรหันต์ เป็นพระพรหม
คือผู้ที่มีเมตตา มีความกรุณา มุทิตา อุเบกขากับลูก ๆ ทุกคน
เป็นพรหมสี่หน้าที่คอยเมตตาพวกเรา เป็นเทวดาของบุตร
เทวดานี้คือผู้ที่อวยชัยอวยพร นำในสิ่งที่เจริญ
นำในสิ่งที่มีความสุขมาให้และปกป้องคุ้มครองภัยให้ลูก ๆ
ฉะนั้นพ่อแม่จึงเหมือนเทวดา...

ตอนเด็ก ๆ ตอนเล็ก ๆ พ่อแม่ท่านก็ดูแลเรา ยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม
ทะนุถนอมปกป้อง บางคนรักจนไม่อยากให้ทำอะไร กลัวนิ้วจะเสีย
กลัวผิวจะเสีย คุ้มครองในเวลาเด็ก โตขึ้นมาแล้วก็ยังคุ้มครองรักษา
“ความรักที่ยิ่งใหญ่ท่านจึงเปรียบเสมือนเทวดา...”
แม่ท่านจึงยกตำแหน่งอันสูงสุดว่าเป็นผู้ที่มีแต่ให้...
ถ้าเปรียบอยู่กับน้ำท่านก็เรียกว่าแม่น้ำ เป็นผู้สงบเป็นผู้ร่มเย็น
เป็นแม่น้ำที่ชุ่มฉ่ำ ให้ความดี ไปอยู่ในที่ใดก็ยกความยิ่งใหญ่ให้หมด
เปรียบเสมือนแผ่นดินมีความสงบนิ่ง ไม่หวั่นไหว อดทนได้ รับได้ ทนได้
ในสิ่งที่ลูกทำ ในสิ่งที่ลูกคิด ในสิ่งที่ลูกปรารถนา
ถ้าอยู่ในบ้านท่านก็เรียกว่าแม่บ้าน เป็นใหญ่ในบ้าน
แม้แต่ในสงครามท่านก็ยังเรียกว่าแม่ทัพ
ดังนั้นคำว่าพ่อคำว่าแม่จึงเป็นคำที่ยิ่งใหญ่จากคุณภาพของจิตใจที่งดงาม
เป็นจิตใจที่เปี่ยม ไปด้วยคุณธรรมด้วยความดี
ผู้ที่เมตตาเราจริง ๆ เรารักจริง ๆ ก็คือพ่อคือแม่นี้นะ
ดังนั้นพ่อแม่จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเราทุกคน
ชีวิตของเราจะเจริญจะเสื่อมก็อยู่ที่พ่อที่แม่
ภาษิตที่เป็นอมตะท่านจึงบอกไว้ว่า “ต้องเริ่มที่พ่อก่อที่แม่”
ทุกอย่างต้องอยู่ที่ผู้นำ พวกเด็ก ๆ เราจะไปโทษเค้าไม่ได้
เพราะว่าเด็กเกิดมาเขาก็ยังไม่ได้เรียนรู้อะไร
ผู้นำจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นสิ่งที่สำคัญ
ถ้าเรานำไปดีเขาก็จะดีด้วย ถ้าผู้นำไม่ดีเด็กมันก็ไม่ดีด้วย
ทุกอย่างต้องเกิดจากเหตุเกิดจากปัจจัยทั้งนั้น อย่างครอบครัวของเราจะเจริญมั่นคงหรือว่าจะมีความสุขก็อยู่ที่คุณพ่อคุณแม่นะ
หมู่บ้านของเราจะเจริญก็ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่บ้าน
ขึ้นอยู่กับผู้บริหารบ้านเมือง ตลอดจนถึงเทศบาล อบต.
จะเจริญก้าวหน้าก็ต้องอาศัยผู้นำที่ดี ที่เสียสละ
ดังนั้นความเป็นพ่อเป็นแม่จึงถือว่าเป็นบุญใหญ่เป็นกุศลมาก เพราะว่าถ้าเราเลี้ยงบุตร เลี้ยงลูกให้ดีเขาก็จะเป็นบุคคลที่ดีที่ประเสริฐ ได้ทั้งบุญได้ทั้งความดี
วันนี้จึงถือว่าเป็นนิมิตหมายอันประเสริฐที่โรงพยาบาลโชคชัยได้เห็นพระคุณที่ประเสริฐนำผู้สูงอายุมาประพฤติปฏิบัติธรรมถือว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐมาก
ถือว่าเป็นการกตัญญูกตเวที
พระพุทธเจ้าท่านได้เป็นพระพุทธเจ้าก็เพราะว่าท่านเป็นผู้กตัญญูกตเวที
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ในหลวงของเรา ท่านเป็นผู้ประเสริฐ เป็นที่เคารพรักของโลกก็เพราะท่านเป็นผู้มีความกตัญญูกตเวที ขออนุโมทนาอวยพรให้กับผู้บริหาร คณะหมอ พยาบาล ผู้ป่วย และผู้สูงอายุทุกท่านทุกคนที่ตั้งมั่นในการกตัญญูกตเวที
ญาติโยมผู้สูงอายุทั้งหลาย ถือว่าเราเป็นผู้ที่ผ่านราตรีมายาวนาน
มีประสบการณ์มาก ได้ทำคุณประโยชน์มากมาย เมื่อไม้ใกล้ฝั่ง อายุน้อยลง
เวลานี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ“อริยทรัพย์”

อริยทรัพย์ได้แก่อะไรบ้าง...?
อริยทรัพย์ได้แก่ การให้ทาน การรักษาศีล การเจริญเมตตา ไหว้พระสวดมนต์ สิ่งเหล่านี้เรียกว่าอริยทรัพย์ที่จะติดตัวเราทุก ๆ คนไปได้
ข้าวของเงินทอง ลาภยศสรรเสริญ
ลูกหลานญาติมิตรวงศ์ตระกูลเป็นสิ่งที่เรานำติดตัวไปไม่ได้
ถึงคราวถึงเวลาแล้วที่เราญาติโยมทุก ๆ คนที่จะต้องฝึกจิตฝึกจิต
ฝึกรักษาศีล ๕
ศีล ๕ เป็นสิ่งของพระอริยเจ้าที่อยู่กับบ้าน อยู่กับสังคม อยู่กับการกับงาน อยู่กับลูก กับหลาน ญาติโยมผู้สูงอายุทั้งหลาย
พระพุทธเจ้าท่านให้พวกเราพากันรักษาศีล ๕ นะ
ศีล ๕ เป็นหลักประกัน เครื่องประกัน ไม่ให้เราตกไปสู่นรก
อย่างเมื่อเรายังไม่หมดกิเลส เราก็ยังได้เกิดมาบนโลกมนุษย์
พระพุทธเจ้าท่านให้ญาติโยมทุก ๆ คนตั้งเจตนารักษาศีล ๕ ถ้าเราทำผิดศีล
เราทำไปโดยไม่มีเจตนาชื่อว่ายังไม่ผิดศีล
ศีล ๕
นี้เป็นศีลของญาติโยม เป็นอริยทรัพย์
เป็นทรัพย์ที่ประเสริฐ
พระพุทธเจ้าท่านมีเมตตาบอกพุทธบริษัทว่า
อย่าพากันตั้งอยู่ในความประมาท เพราะคนส่วนใหญ่เกิดมาในโลกนี้
ที่ร่ำรวยส่วนใหญ่นั้นตั้งอยู่ในความประมาท
ตายไปก็ตกนรกกันเป็นส่วนมาก คนจนตายไปก็ตกนรกเป็นส่วนมาก
เพราะตั้งอยู่ในความประมาท
การให้ทาน การเสียสละ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่
คนเรานี้ถ้าไม่เสียสละ ไม่ได้ให้ทาน จะทำความดีไม่ได้

การให้ทานสิ่งของ คำพูด แรงงาน ให้อภัยทาน ให้ทานความโกรธ
เป็นสิ่งที่อยู่ในจิต ในใจ เราต้องให้ทานเราต้องเสียสละออกไป
ถ้าไม่อย่างนั้นใจของเราจะเป็นเหมือนที่ใส่ถังขยะ
เอาแต่ขยะมาใส่แต่ไม่ยอมเอาไปทิ้ง
ครั้งพุทธกาล
มีภรรยาสามีคู่หนึ่งที่ยากจน ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้าได้เสด็จมาแสดงธรรมในเมืองนั้น สามีภรรยาคู่นี้ก็อยากที่จะไปฟังธรรม
แต่คนสองคนมีผ้าที่จะห่มออกไปข้างนอกเพียงแค่ผืนเดียว
จึงตกลงกันว่าให้ภรรยาห่มผ้าผืนนี้ออกไปฟังธรรมตอนกลางวัน
เมื่อกลับมาก็จะเปลี่ยนผ้าให้สามีออกไปฟังธรรมในตอนกลางคืน
เย็นวันหนึ่งเมื่อภรรยากลับมาจากการฟังธรรมของพระพุทธเจ้าในเวลากลางวันแล้วก็เปลี่ยนผ้า ให้สามีห่มออกไปฟังธรรมเมื่อไปถึงและได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วก็เกิดความปิติและความศรัทธาต่ออานิสงส์แห่งทานเป็นอย่างมาก ในปฐมยามจึงคิดในใจว่าอยากจะถวายทาน
แต่ทั้งเนื้อทั้งตัวก็มีเพียงผ้าห่มผืนนี้ผืนเดียว
อยากจะถวายผ้าห่มผืนนี้ แด่พระพุทธเจ้า
แต่ก็คิดไปอีกว่าถ้าให้ไปก็กลัวว่าตัวเองและภรรยาจะลำบาก
ไม่มีผ้าห่มออกมาฟังธรรมอีกจึงนิ่งเสีย
ครั้นเวลาย่างเข้าถึงมัชฌิมยาม
บุรุษเข็ญใจผู้นี้ก็เกิดความคิดในใจขึ้นมาว่าอยากจะถวายผ้าห่มผืนนี้แก่พระพุทธเจ้าอีก
แต่ก็ยังตัดใจไม่ได้ เสียสละไม่ได้
ก็จึงนิ่งเสียเป็นครั้งที่สอง
จนเวลาล่วงเข้าสู่ปัจฉิมยาม
เขาก็ได้ตัดสินใจอย่างแน่วแน่และเด็ดขาดที่จะถวายผ้าห่มผืนนี้แด่พระพุทธเจ้า จึงได้น้อมผ้าห่มผืนนี้เข้าไปถวาย
พร้อมกับร้องขึ้นมาว่า “เราชนะแล้ว ๆ ๆ”
เมื่อพระราชาได้ยินก็เกิดความสงสัย
เพราะปกติคำว่าชนะแล้ว ๆ ๆ
จะเป็นคำที่พระมหากษัตริย์ร้องขึ้นเมื่อชนะศึกสงคราม
จึงให้ทหารเข้าไปสอบถามจึงได้คำตอบกลับมาว่า
บุรุษเข็ญใจผู้นั้นได้ชนะข้าศึกภายในจิตใจ สามารถกระทำสิ่งที่ทำได้ยาก
คือสามารถเอาชนะจิตใจของตนเองด้วยการถวายสิ่งที่มีค่าเพียงอย่างเดียวในชีวิตแก่พระพุทธเจ้า
เมื่อพระราชาทราบดังนั้นก็เกิดความนิยมชมชอบบุรุษผู้นั้น
เพราะในสังคมสมัยนั้น ยุคนั้น เขานิยม คนดี นิยมผู้ที่เสียสละ
แม้แต่เทวดาก็สาธุการกันสนั่นหวั่นไหว
พระราชาเลยมอบทรัพย์สมบัติที่มีค่า ให้อย่างละ ๔ อาทิ ผ้าเนื้อดี ๔
ช้าง ๔ ม้า ๔ บริวาร ๔ แต่เมื่อบุรุษผู้นั้นได้รับ
ก็ได้น้อมนำไปถวายแก่พระพุทธเจ้า
เมื่อพระราชาเห็นดังนั้นก็มอบทรัพย์สมบัติเพิ่มขึ้นให้อีก
เขาก็น้อมนำไปถวายแก่พระพุทธเจ้าอีก
จนกระทั่งพระราชามอบทรัพย์สมบัติให้เขาถึงอย่างละ ๓๒
เขาก็คิดว่าถ้าเราถวายพระพุทธเจ้าทั้งหมด
พระราชาก็จะมอบเพิ่มให้เราอีก จึงได้ถวายผ้าแด่พระพุทธเจ้า ๓๐ ผืน
และเก็บไว้ให้ภรรยาและตนเอง คนละ ๑ ผืน
ต่อมาพระภิกษุทั้งหลายต่างก็ชื่นชมสิ่งที่บุรุษคนนั้นได้กระทำ
ครั้นเมื่อพระพุทธเจ้า ทรงทราบเรื่อง
พระองค์ก็ทรงตรัสกับภิกษุทั้งหลายว่า ถ้าหากบุรุษเข็ญใจผู้นั้น
สามารถตัดใจน้อมนำผ้าผืนนั้นมาถวายตั้งแต่ในมัชฌิมยาม
เขาจะได้ทรัพย์สมบัติถึงอย่างละ ๘
และถ้าหากเขาตัดสินใจได้ตั้งแต่เบื้องต้นคือในปฐมยาม
เขาก็จะได้ทรัพย์สมบัติมากกว่านั้นอีกเป็นทวีคูณ
ทุก ๆ คนมันยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน มันไม่อยากสละตัวสละตน
ถึงแม้ยากลำบาก ก็ไม่อยากสละตัวสละตน
การเสียสละทำความดีนั้นได้ทั้งคุณธรรม ได้ทั้งโภคทรัพย์

ความเห็นแก่ตัวของเรามันทำให้เราขี้เกียจ ขี้คร้าน ไม่ขยัน เป็นคนไม่เสียสละ ชีวิตของเราถึงอยากจน ถึงไม่มีคุณธรรม
ชีวิตที่ผ่านมาที่เราไม่เจริญ เราไม่ร่ำรวย ไม่มีคุณธรรม
เพราะเราเสียสละน้อย
อย่างความขี้เกียจขี้คร้านก็ถือว่าเป็นสิ่งที่เราต้องเสียสละทิ้ง
ผู้ที่ตามใจตัวเอง ไม่รู้จักเบรกตัวเอง ไม่มาพัฒนาตัวเอง
คือผู้ที่สร้างปัญหา ไม่ได้เสียสละสิ่งที่ไม่ดีออกจากจิตจากใจ
การสร้างบารมีนี้มันต้องทวนกระแส
พระพุทธเจ้าก่อนที่ท่านจะตรัสรู้ธรรม ได้รับถวายหญ้าคาจากนายโสตถิยะ ๘
กำ ได้รับถวายข้าวมัทธุปายาสจากนางสุชาดา
เมื่อพระองค์เสวยภัตตาหารเสร็จแล้ว พระองค์เอาถาดทองคำ มาอธิษฐานจิต
ถ้าข้าพเจ้าจะได้บรรลุธรรม
เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าขอให้ถาดทองคำไหลทวนน้ำ ทวนกระแส
ถาดทองคำก็ไหลทวนน้ำ ทวนกระแสไป
จากนั้นท่านก็มานั่งสมาธิขัดบัลลังก์บนหญ้าคา ๘
กำที่นายโสตถิยะนำมาถวาย พระพุทธองค์ทรงอธิษฐานว่า
“แม้เลือดเนื้อของข้าพเจ้าจะเหือดแห้งไปก็ตามที
ถ้าข้าพเจ้าไม่ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระพุทธเจ้า
ข้าพเจ้าจะไม่ยอมลุกจากอาสนะที่นั่ง”
พระพุทธเจ้าท่านเข้าสมาธิ พญามาร เสนามารมากันเป็นกองทัพสนั่นหวั่นไหว
พระพุทธองค์ก็ไม่ได้สะทกสะท้าน สุดท้ายพญามารต่าง ๆ ก็พ่ายแพ้ไป
สุดท้ายก็ได้บรรลุ
พระสัมมาสัมโพธิญาณเป็นที่เคารพสักการะของเหล่าเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
การตามใจตัวเอง
ตามอารมณ์ของตัวเองคือการก่อภพก่อชาติ
พระพุทธเจ้าท่านจึงเมตตาให้เรากลับมาเมตตาตนเองด้วยการมาเป็นผู้เสียสละเป็นผู้มีศีล เพราะที่พึ่งอื่นมันพึ่งได้ชั่วคราว
ไม่เหมือนการพึ่งพระรัตนตรัย ที่จะสามารถนำเราสู่สวรรค์ มรรคผล
และพระนิพพาน

พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย
ให้แก่บุคลากรและคณะผู้สูงอายุจากโรงพยาบาลโชคชัย
เช้าวันจันทร์ที่ ๑๘ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๕