นี่คือเส้นทางบินใหม่สำหรับผม และผมไม่เคยไปฮุสตันเลย ผมเดินทางด้วยสายการบิน ลุฟท์ฮันซ่า จากเจนีวา ใช้เวลา ๕๕ นาที ด้วยเครื่อง Boeing 737 มีผู้โดยสารไม่ถึง ๓๐ คน ผมโชคดีเขาจองที่นั่งริมหน้าต่างให้ จึงได้ชื่นชมวิวยอดเขาที่มีหิมะจับหนา ได้ถ่ายรูปอย่างจุใจ บนเครื่องบินเลี้ยงอาหารเช้า ผมได้กินขนมปังฝรั่งเศสที่อร่อยมาก กรอบนอกนุ่มใน
ไปเปลี่ยนเครื่องที่แฟรงค์เฟิร์ต การเดินทางด้วยเครื่องบินและต้องต่อเครื่องสมัยนี้สะดวกมาก เราไปดูที่จอว่าเที่ยวบินของเราออกจากบริเวณไหน อย่างของผมออกจากบริเวณZ ผมก็เดินตามป้ายบอก ซึ่งก็คือไปมุดผ่านทางเดินใต้ดินที่ผมเคยเดินเมื่อวานซืนนั่นเอง แต่คราวนี้เดินไปทางป้าย Z เดินไปเรื่อยๆ จนถึง Z25 ตามบัตรขึ้นเครื่อง โชคดีห้องรับรองผู้โดยสารอยู่ใกล้ๆ กันพอดี ไปที่ลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นที่มีห้องรับรอง ซึ่งเหมือนกับห้องรับรองที่ A26 ไม่ผิดเพี้ยน และคนก็แน่นพอๆ กัน
ระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่องที่นี่โกลาหล ผู้โดยสารไปยืนเข้าคิวล่วงหน้า และพอเขาเรียกให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ (เช่นมีลูกเล็ก) ขึ้นเครื่องคนก็ไปออกันที่ทางเข้า พอเขาเรียกชั้นหนึ่งและชั้นธุรกิจและผู้ถือบัตรทอง ผู้โดยสารยิ่งออกันใหญ่ แต่ผมก็ได้ขึ้นเครื่องเป็นคนแรกๆ และได้ที่นั่งแถวเดียวกับขามาจากกรุงเทพ คือ 24H เป็นที่นั่งคู่กับคนริมหน้าต่าง เที่ยวนี้ผู้โดยสารไม่เต็ม คนที่นั่งแถว aisle ที่อยู่ตรงกลางลำ จะได้นั่ง ๒ คน ไม่มีผู้โดยสารที่นั่งตรงกลาง
คุณหมอสุวิทย์แนะนำว่า สายการบินลุฟท์ฮันซ่าสู้สวิสสแอร์ไม่ได้ มีเที่ยวบินตรงจากเจนีวาไปนิวยอร์ค แล้วจึงค่อยบินต่อไปฮุสตัน จะได้นั่งเครื่องบินที่ที่นั่งสบายกว่าของลุฟท์ฮันซ่า แต่ผมไม่รู้เรื่อง เอาตามที่ทางบริษัททัวร์และคุณหยกแห่ง PMAC จัดให้ ซึ่งผมก็ว่าสดวกสบายเพียงพอแล้ว
เครื่องบินเที่ยว LH 440 Frankfurt – Houston ใช้เครื่อง Boeing 747 เหมือนขามาจากกรุงเทพ ที่แตกต่างชัดเจน ๒ อย่างคือ ที่ใส่ air travelling kits (ถุงเท้า แปรงและยาสีฟัน ผ้าปิดตา ยางอุดหู ขี้ผึ้งสีปาก) เป็นกล่องโลหะ ไม่ใช่ถุงผ้ามีซิบรูด และในห้องน้ำมียาบ้วนปาก
เครื่องบินใช้เวลา ๑๐ ช.ม. การบินราบรื่นมาก ไม่ผ่านพายุเลย การตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐเข้มงวดกว่าประเทศยุโรปมาก มีการพิมพ์ลายมือ ๑๐ นิ้ว และถ่ายรูป การตรวจสินค้าและป้องกันโรตพืชและสัตว์ก็เข้มงวดมากด้วย
การเดินทางครั้งนี้ ผมได้รับการดูแลแบบคนแก่เต็มรูป คือเมื่อออกจากสนามบินฮุสตัน ก็มีคนมายกป้ายชื่อ พาไปขึ้นรถเก๋งของบริษัทลิมูซีน ไปส่งโรงแรม เชอราตัน ฮุสตัน ที่แกลเลอเรีย รถที่ใช้เป็นรถเก๋งอเมริกันที่เก่า แต่สภาพยังดี คนขับคุยสนุก เขาบอกว่าในยุค 90s เขาเล่นหุ้นได้รายได้ดีมาก โดยเรียนวิธีเล่นหุ้นจากพ่อ ที่เป็นนายทหารสืบราชการลับ และรู้ข้อมูลว่าทางทหารจะให้งานชิ้นโตๆ แก่บริษัทใด
เหตุที่เขาคุยกับผมอย่างสนุกและเป็นกันเอง น่าจะเพราะเมื่อพบกันผมยื่นมือไปให้เขาจับ แสดงไมตรีและความเท่าเทียมกันหรือให้เกียรติ เขาบอกว่าพ่อสอนไว้ว่าอย่าไปเหยียบเท้าใคร ตัวอย่างเหยียบเท้าคนอื่นแล้วเจ็บตัวคือ มาร์ธา สจ๊วต ที่โดนเล่นงานเรื่อง insider trading จนติดคุก หลังจากไปเหยียบเท้า โดแนลด์ ทรั้มป์ เขาบอกว่านี่เป็นข้อสันนิษฐานของเขาเอง ไม่มีข้อมูลยืนยัน
ระหว่างทางผมสังเกตว่านอกจากอากาศร้อนแล้ว ยังแดดจ้าอีกด้วย เหมือนแดดบ้านเรา ผมถามโชเฟอร์ว่านี่เป็นอากาศตามปกติของเท็กซัสใช่ไหม เขาตอบว่าใช่ เพราะอากาศเป็นอย่างนี้เขาจึงอยู่ที่นี่
เมื่อรถไปถึงโรงแรมเชอราตัน ก่อนจากกันเขาแนะนำว่า มาพักที่นี่แล้วอย่าลืมไปเที่ยว แกลเลอเรีย เป็นที่น่าสนใจ ผมเปิด เน็ตดู ก็เห็นจริง
ผมได้เขียนบันทึกของคนเมาบรรยายสภาพชีวิตบนเครื่องบินช่วงนี้แยกไปอีกบันทึกหนึ่ง
วิจารณ์ พานิช
๒๐ พ.ค. ๕๕

เทือกเขาแอลป์ปกคลุมด้วยหิมะที่ยอด