สภาวะแวดล้อม กับ ชีวิตที่ผ่านมาของผม

สวัสดีครับถึงเวลาที่ผมต้องอัพบทความดราม่านี้เสียที ตอนนี้เที่ยงคืนจะตีหนึ่งแล้ว นอนไม่หลับมีเรื่องเครียดๆอะไรติดในหัวหลายเรื่อง ไม่รวมพวกภาพความทรงจำในอดีตที่ยังหลอกหลอนในทุกเวลาทีเราหลับตา ผมคงจะไม่เขียนข้อมูลเชิงวิชาการนะครับ วันนี้ดราม่าสดๆกับชีวิตธาลัสซีเมียของผม


เออยังไงดีหละ หากคุณลองคิดว่า คุณเป็นโรคร้ายแรงชนิดนึง รักษาหายขาดไม่ได้ ต้องพึงพาคนอื่นอยู่ตลอด(ถึงไม่อยากก็ต้องอยากเพราะมันมีหลายๆปัจจัยบังคับ) ทุกๆครั้งที่อายุเพิ่มหมายถึงหน้าตาที่เปลี่ยนแปลงและความเสื่อมของร่างกายมาหาคุณแบบคูณสอง และที่สำคัญ โรคนี้จะอยู่กับคุณ และ ติดตัวไปทุกๆการกระทำรวมทั้งเวลาคุณมีความรัก ลูกคุณก็จะเป็นโรคนี้เฉกเช่นเดียวกันกับคุณ


ประเด็นนี้มันทำให้ผมดราม่าในวันนี้ ผมก็คนนะ กินข้าวได้ร้องไห้เป็น ผมเองค่อนข้างอ่อนแอ ขี้แย เพราะ เหมือนผมจะถูกสภาพแวดล้อมกำหนดให้ผมเป็นผู้แพ้อยู่เสมอ ทำอะไรๆก็แพ้คนอื่นตลอด นั่นแหละชีวิตผม

ผมโตมากับสายยาง เห็น เข็ม เลือด น้ำเกลือ และ โรงพยาบาล ตอนเด็กๆผมเรียนอนุบาล ผมยังจำได้ อาจารย์มักจะให้ผมเป็นเด็กโครตพิเศษจับต้องไม่ได้ดูแลอภิมหาถนุถนอม ผมเป็นคนเดียวที่สามารถนำของเล่นและเกมกดไปเล่นที่ รร ได้โดยที่อาจารย์ไม่ด่า เพราะคุณแม่ผมกำชับว่าไม่ให้คนไปแจมเครื่องเล่นกับเพื่อนกลัวพลาดตกลงมาและเลือดออก เพราะ เลือดเป็นสิ่งเดียวที่ผมสร้างไม่ได้


พอโตขึ้นมาอีกหน่อยชั้นประถมเด็กมันก็ต้องซนไปตามประสาเด็กผมไปเล่นฟุตบอลกับเพื่อนแต่ก็ต้องพบกับความพูด " ไม่ให้เล่น "เพราะว่าอะไรผมเองก็รู้อยู่แก่ใจเหมือนผมจะเป็นตัวถ่วงเค้านะแต่แค่เราอยากจะเล่นด้วยแค่นั้น.... จากนั้นผมเลยไม่ได้เล่นพวกกีฬาอะไรกับใครเลย ผมจึงจับพวกศิลปะแทนบางทีก็ช่วยผมแก้เหงา

ผมจบชั้นประถมก็เข้าเรียนในชั้นมัธยมที่โรงเรียนประจำจังหวัด ตอนนั้นผมเตี้ยที่สุดในห้อง อาจารย์ให้ผมไปรับนมกลับบ้านเพื่อให้ผมสูงขึ้นผมตัวเล็กมากมากเกินที่จะเป็นเด็กมัธยม รูปร่างก็ไม่ให้ ทำให้ผมโดนเพื่อนในห้องรังแกบ่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครมาทำร้ายผม

ขึ้น ม.3 อย่างว่าผมสูงขึ้นนิดนึงแต่ก็ไม่มากหรอกตอนนั้นผมจำได้ผมดำมากไม่ค่อยได้ขับเหล็กเท่าไหร่ โรงพยาบาลแถวนั้นยังไม่รู้จักวิธีการขับเหล็ก รู้แต่ว่าต้องตัดม้ามเท่านั้น ตัดแล้วเติมเลือด วิธีนี้จะทำให้คนไข้ธาลัสซีเมียมีชีวิตอยู่แต่ขอโทษครับเหมือนกอลั่มสุดๆ มีชีวิตเป็นกอลั่มมีความสุขไหม ?? คิดเอาเอง

เนี่ย กอลั่ม the lord of the ring
 
ยอมรับเลยครับผมเป็นกอลั่ม ไอ้ข้างบนยังขาวแต่ผมดำปี๋ ดำสนิท ถึงกระนั้นผมมีความรักคุณเชื่อไหมหละ ผมแอบรักคนในห้องเป็นกอลั่มแล้วยังชอบสาวอีกพระเจ้า !!!!!! แต่อย่างนั้นเถอะผมก็ได้ล้มเลิกความคิดนี้หลังจากประโยคนี้ของเพื่อนๆเธอ เพื่อนเธอได้พูดเรื่องราวเกี่ยวกับผมทั้งๆที่ผมไม่ได้ยินทั้งหมดแต่ประโยคสั้นๆแค่นั้นก็เกินพอ


"เป็นฮาต๋ายดีกว่า (เป็นกูตายดีกว่า)"

คำพูดประโยคนี้ผมโดนจากเพื่อนผู้หญิงในห้องพูดกับผม จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ลืม 

เป็นคำถามที่เกิดขึ้นมาในหัวสมองมาตลอด ถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ของคนเป็นโรคแบบนี้

http://siamthalassemia.blogspot.com/2012/05/blog-post_21.html