ความตายเป็นสัจธรรมอันแท้จริง

           เรื่องของความตายมักไม่ค่อยมีใครอยากจะได้ยินหรือพูดถึงกัน ทั้งๆ ที่เรื่องราวของความตายนั้นเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้กับตัวของเราทุกคนมากเหลือเกิน เพียงแค่เราสูดลมหายใจเข้าแล้วไม่หายใจออกมาเราก็ถึงแก่ความตายเสียแล้ว ความตายเป็นสัจธรรมอันแท้จริงที่มนุษย์เราทุกคนต้องได้พบเจอ ไม่มีใครที่จะปฏิเสธความตายไปได้ ทุกคนเมื่อเกิดมาย่อมมีชะตาคือวันเกิดของตัวเอง พร้อมกันนั้นธรรมชาติก็ได้กำหนดให้มีวันตายหรือมรณะควบคู่มาด้วย
เกิดและตายจึงเป็นของที่มาคู่กัน ไม่มีใครที่เกิดแล้วจะไม่ตาย เพราะว่าทั้งสองสิ่งนี้มาพร้อมกันเป็นคู่ เราจะเลือกเอาแต่อย่างหนึ่งอย่างใดนั้นไม่ได้ เมื่อมีเกิดแล้วจึงต้องมีตาย แต่การที่เราได้ฝึกพิจารณาความตายอยู่เป็นประจำ จะทำให้เราได้ภูมิปัญญาอย่างมากมาย เป็นภูมิปัญญาธรรมที่จะช่วยให้เราเท่าทันและสามารถปล่อยวางเรื่องราวอันไร้สาระหาแก่นสารไม่ได้ของโลกสมมติใบนี้ ทั้งเรื่องราวที่ดึงเอาดวงจิตวิญญาณของเราให้หลงเข้าไปอยู่กับมันจนเรายินดีที่จะยอมเกิดยอมตาย ด้วยเพราะไม่เท่าทันต่อมายาสมมติโลกเหล่านั้น
เมื่อเป็นสุขก็หัวเราะ เป็นทุกข์ก็ร้องไห้ ด้วยเพราะจิตเกิดความหลงในมายาสมมติเหล่านั้น
           หากเราไม่เท่าทันในมายาสมมติโลก เมื่อความตายมาเยือน เราก็จะไม่สามารถตัดอาลัยในมายาสมมติโลกเหล่านั้นได้ ด้วยอวิชชาความหลงเข้าใจผิดคิดเป็นจริงเป็นจัง เป็นเจ้าข้าวเจ้าของมายาสมมติโลก ย่อมส่งผลให้ดวงจิตวิญญาณต้องได้รับความทุกข์ในยามที่ความตายมาเยือน หรือต้องพรากจากสิ่งที่ตัวเองมีความรักความผูกพันไป ดวงจิตที่ยังคงมีความรักความผูกพันต่อโลกสมมติย่อมเป็นทุกข์ และจะกลับมาเกิดในมายาสมมติโลกใหม่อีกด้วย เพราะดวงจิตมีความยึดมั่นถือมั่นคิดเป็นจริงเป็นจัง ในมายาภาพฝันทั้งหลายว่าเป็นจริง จิตเข้าไปยึดที่ไหน ปรุงเข้าที่ไหน ดวงจิตย่อมเกิดเป็นตัวเป็นตนขึ้นมาที่นั่น สร้างมิติภพภูมิตามที่อวิชชาของจิตได้ปรุงได้สร้างขึ้นมา โลกจึงเป็นโรงละครโรงใหญ่ที่รองรับการเกิดของดวงจิตวิญญาณทั้งหลาย ที่ยังไม่หลุดพ้นไปจากวัฏสงสารนี้ วนเวียนอยู่เช่นนี้นับครั้งไม่ถ้วน ยิ่งติดยิ่งยึดยิ่งปรุง ดวงจิตจึงเกิดแล้วเกิดอีกอยู่ในความหลงคิดเป็นจริงเป็นจัง 
            เมื่อเรายอมรับในสัจธรรมความจริงของชีวิตมนุษย์ได้ และไม่ปฏิเสธว่าความตายเป็นสิ่งที่มีตัวตนอยู่จริง มิใช่เรื่องเพ้อฟัน ความตายนั้นติดตามเราอยู่ตลอดเวลา เปรียบได้ดังกับเงาที่ติดตามตัวของเราไปตลอดทุกที่ทุกเวลา และพร้อมที่จะมาเยือนเราได้ทุกเมื่อ การพิจารณาในความตายและมีภูมิปัญญาเท่าทันความตายอยู่ตลอดเวลา ย่อมทำให้จิตดวงนั้นก้าวข้ามพ้นโลกไปได้โดยไม่ทุกข์หากดวงจิตยังคงยึดมั่นถือมั่นโลกเอาไว้ ดวงจิตนั้นย่อมได้รับความทุกข์ จิตไปยึดเอาโลกมาไว้เป็นของของตนเอง บุตร ภรรยา ทรัพย์สมบัติ เกียรติยศ ชื่อเสียง จิตที่ไม่เคยพิจารณาในเรื่องความตายมาก่อนเลย ย่อมไม่เท่าทันอำนาจแห่งความตาย และจะต้องทนทุกข์เมื่อความตายนั้นมาเยือน
ความตายจึงเป็นเรื่องที่เลยสมมติโลก ไม่ว่าคนตายนั้นจะเป็นคนรวยที่ตายแล้วเข้าไปนอนในโลงทองคำ หรือเป็นคนยากจนที่เมื่อตายแล้วไม่มีแม้แต่โลงจะใส่ ต้องนอนในกองขยะ แต่เมื่อถึงซึ่งความตายแล้วทั้งสองคนนั้นต่างก็เท่าเทียมกัน ทุกคนตายได้อย่างเสมอกัน เน่าได้เท่ากัน ไม่มีใครจะเน่าได้ดูดีกว่าใคร หลังความตายทุกคนจะมีค่าเท่าเทียมกันหมด จะขนเอาชื่อเสียงเกียรติยศอะไรมาให้ก็เปล่าประโยชน์ บรรดาทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศชื่อเสียง ล้วนมีค่ามีราคาแต่ในตอนที่มนุษย์ยังไม่ตายเท่านั้น เมื่อคนตายไปแล้วบรรดาสมมติโลกทั้งปวงย่อมหมดความหมายลงทันที ไม่มีค่าไม่มีราคาอะไรอีกต่อไป
คนตายจะเอาบรรดาสมมติโลกเหล่านี้ติดตามคนตายไปยังปรโลกไม่ได้เลย คนตายย่อมต้องทิ้งทรัพย์สมบัติทั้งหลายเอาไว้บนโลกใบนี้ จะเอาอะไรติดมือไปไม่ได้ทั้งสิ้น เกิดมาอย่างไร เมื่อตายไปก็กลับไปอย่างนั้น

           สิ่งที่สำคัญมากที่สุดสำหรับมนุษย์ทุกคนที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้ คือความตาย เพราะความตายนั้นเป็นการก้าวพ้นจากอำนาจโลกไป แต่ใครจะสามารถก้าวข้ามพ้นอำนาจโลกไปได้อย่างง่ายๆ ความตายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของมนุษย์ทุกคนมนุษย์ที่สามารถก้าวข้าวประตูมรณะมาได้จึงพ้นทุกข์ เพราะร่างกายพ้นจากอำนาจแห่งแม่ธาตุบนโลกธาตุ จะเอาร่างกายนั้นไปตัด ไปผ่า ไปเผาอย่างไร คนที่ตายไปแล้วย่อมไม่มีความรู้สึกแต่อย่างใด คงมีแต่ความคิดที่ติดอยู่ภายในดวงจิตเท่านั้นที่ยังคงทรมาน และทำให้ดวงจิตวิญญาณนั้นกลับมาเวียนว่ายตายเกิดในมิติภพภูมิของโลกอีกต่อไป หาทางหลุดพ้นออกไปไม่ได้มรณานุสติจึงเป็นภูมิปัญญาที่ยิ่งใหญ่และมีความสำคัญมากที่สุด หากเราได้ฝึกหัดพิจารณาในความตาย พิจารณาจนกระทั่งเกิดภูมิปัญญาที่เท่าทันความตาย ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นในมายาสมมติโลกลงได้ จิตไม่ยึด ไม่หลง ไม่ปรุง เมื่อถึงเวลาที่ความตายมาเยือน ผู้นั้นก็จะสามารถก้าวข้ามความตายนั้นมาได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องได้รับความทุกข์ทรมานในโลกแห่งวิญญาณอีกต่อไป.

อ้างอิงที่มาจาก :  http://board.palungjit.com/f10/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%9B%E0%B9%87%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%B1%E0%B8%88%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%81%E0%B8%97%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%87-218419.html