โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

* สมัยที่เรียนหนังสือ..ผมไม่ค่อยได้ทำบุญใส่บาตรกับใครเขาหรอกครับ..ใครจะว่าผมบาปหนาก็ช่างเถอะ ? ก็แหม ! จะรับประทานเข้าไปแต่ละวันยังยากเลย.. การไม่ทำความชั่วผมถือว่าเป็นการทำบุญไปในตัวแล้ว  แม้จะยังไม่มีโอกาสได้ทำบุญแต่ผม..ก็สามารถขายของให้คนเพื่อไปทำบุญด้วยน๊ะ..แม้จะไม่ได้บุญ..แต่..ได้เงินครับ. ไม่ดีตรงที่ไม่สามารถนำเงินไปซื้อบุญได้ต่างหาก..อยากได้บุญต้องทำเองน๊ะโยม !

 

 

๒.ไปขายข้าวใส่บาตร.

ช่วงที่ผมยังเรียนระดับมัธยมอยู่นั้น  วันหยุดใด ? ที่ตรงกับวันพระล่ะก็  ผมมักจะถูกเจ๊วิไลจองตัวเสมอ เธอจะนำผมไปเดินขายข้าวใส่บาตร ที่ท้องสนามหลวง. ปกติเราจะออกจากบ้านพักตำรวจแต่เช้ามืดครับ ผมต้องช่วยเธอขนข้าวของใส่รถรับจ้างครับ ผมจำไม่ได้แล้วว่า  สมัยนั้นยังเป็นรถตุ๊กๆ หรือสามล้อเครื่องอีกแบบ. เออจะมากันยังไงก็ช่างเถอะน๊ะ  พอมาถึงเราต้องรีบตั้งโต๊ะ  แล้วนำอาหารพร้อมกับข้าวและดอกไม้ธูปเทียน  ใส่ไว้บนถาดเพื่อขายเป็นชุด หนึ่งถาดน่าจะประมาณสิบชุด  เห็นจะได้ครับ.

บรรทุกของใส่รถ  - ไปขายที่ท้องสนามหลวง.

คนที่ใจบุญสุนทานก็มักจะมาแต่ตัว  แล้วเดินซื้ออาหารสำเร็จที่เราขายเป็นชุดๆใส่บาตรกันเพราะสะดวกสบายนั่นเอง พอขายหมดถาดผมก็จะรีบนำเงินมาคืนเจ๊  พร้อมกับรับของใหม่ไปเดินขายต่ออย่างรวดเร็ว  การค้าขายนั้นถ้ามัวแต่ชักช้าจะไม่ทันกินน๊ะครับ ที่สำคัญพอสายสักหน่อย..พระกลับวัดก็เป็นอันว่าต้องยุติการขายลงทันที  ถ้าขายได้มากก็ดีครับ แต่ถ้าเหลือมากจะดีไหมล่ะ ? เออไม่น่าถามเลย.  ผมเองก็จำไม่ได้แล้วว่าเจ๊วิไล..ได้จ่ายค่าตัวให้ผมครั้งละเท่าไร ? และผมได้ไปช่วยเจ๊ขายข้าวใส่บาตรกี่ครั้ง ?

ซื้อข้าวใส่บาตรไหมครับ ?  - ขายเป็นชุดครับ.

ผมสามารถยืนยันได้ว่านอกจากที่ผมจะหาเงินมาใช้เองอย่างสุจริตแล้ว ผมยังได้ประสบการที่ดีพอสมควรครับเพราะอย่างน้อยๆ..เราก็จะได้รู้ว่าเงินทองนั้นกว่าจะได้มาแต่ละบาท  ต้องเหนื่อยขนาดไหน ?  และเวลาที่จะซื้ออะไร ? จะได้ใช้เวลาคิดให้นานกว่าปกติ แถมเมื่อซื้อมาแล้วเราจะได้ถนอมของชิ้นนั้นและใช้สอยให้คุ้มค่าเงิน ปัจจุบันนี้ผมยังได้นำประสบการณ์นั้นมาใช้กับชีวิตประจำวันเลยครับ    เมื่อผมจะซื้ออะไรให้กับลูกชาย  ผมมักจะออกเงินให้เขาบางส่วนและให้เขาออกเองบางส่วน เพื่อจะได้รู้คุณค่าของเงิน.

 

ขอชวนคนไทยทำบุญตักบาตรร่วมกัน.

ถ้าอยากได้ของชิ้นใหญ่   ผมจะให้เขายืมเงินก้อนแต่จะต้องผ่อนคืนผมแบบไร้ดอก. ได้ผลครับเพราะต่อมาเขายืมเงินไปซื้อคอมพิวเตอร์หนึ่งชุด  ประมาณสองหมื่นบาท  เขาผ่อนคืนเดือนละสองพันบาทบ้าง หนึ่งพันห้าร้อยบาทบ้าง ผมไม่ว่าอะไรหรอกครับ  เมื่อเขาทำงานมีเงินเดือนแล้ว  ก็ขอให้ส่งคืนมาก็แล้วกัน. ขณะเขียนเรื่องนี้พี่แกผ่อนหมดแล้วครับ แถมยังยืมใหม่อยู่เสมอๆ สงสัยว่านายแบ๊งค์คงกลัวว่าความสัม พันธ์ของเราจะห่างเหินกันกระมัง !   

 

ป๋าครับหนูขอยืมเงินซื้อคอมฯ ๑ ชุด.  - ผ่อนคืนแบบไม่มีกำหนดครับ.

 

 

ผมได้พยายามอธิบาย  ให้เขาเห็นคุณค่าของเงินที่ได้ใช้จ่ายไป พร้อมกับอธิบายให้เขาพยายามใช้ของต่างๆที่ได้ซื้อมาให้คุ้มค่าที่สุด ต่อมาพี่แกก็ไปทำงานบริษัทฯกับผม  แรกๆผมให้เขาเป็นคนขับรถประจำตัว เพราะเราไป-กลับพร้อมกัน. เราทำงานคนละหน้าที่ครับบ่อยครั้งที่เขากลับหลังผม เขาจึงขอซื้อรถมอเตอร์ไซด์เพื่อขับไปทำงาน ทีแรกผมผ่อนให้เขาทั้งหมดแต่เขาคงไม่ถูกใจ  เขาจึงขายให้เพื่อนร่วมงานแล้วผ่อนคันใหม่ อีกรุ่นหนึ่ง.  เขาผ่อนจนหมดแบบไม่มีปัญหาใดใด ? มิใช่เพราะผมเป็นผู้ค้ำประกัน.

ภาพในอดีตไม่เคยลงที่ไหนมาก่อน.  โตนี่ - ฟางกับด.ช.แบ๊งค์ ปี ๒๕๓๔

เขามีวินัยในการใช้เงินต่างหากและไม่เคยนำรถไปแข่งกับเด็กแว๊นซ์กลุ่มไหนเลยสักครั้ง.  ผมโชคดีครับ. ที่ลูกชายผมไม่ใช่เด็กดื้อ  และไม่เคยแบมือขอเงินจากผมหรือคอยแต่จะสร้างปัญหาต่างๆให้กับผมเลย.ทุกวันนี้สบายใจแล้วครับเพราะเขามีครอบครัว และประกอบอาชีพตามรอยผมบางส่วน. ขอให้ผู้อ่านทุกท่านโดยเฉพาะท่านที่ชอบทำบุญตักบาตร  มีความสุขในชีวิต สุขภาพแข็งแรงน๊ะครับ.

สวัสดีครับ.

โตนี่ - ฟาง.

๑๘ มิ.ย.๒๕๕๕