คเวสนา ปรมา วิชฺชา แปลว่า การวิจัยนำมาซึ่งยอดแห่งความรู้ ( Research leads to the summit of Knowledge )
ก่อนอื่นเรามาพิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้กันหน่อยนะ...
ณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์ ( 2551 : 16 ) มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ( Social Animal ) ประเภทหนึ่งที่มีลักษณะประเสริฐกว่าสัตว์ทั่วไปตรงที่มนุษย์รู้จักกำหนดใช้ “ ความคิดมีเหตุผลที่จะดำเนินการอธิบายหรือแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยเหตุผลและรู้จักผิดชอบชั่วดี .” มนุษย์จึงกลายเป็นผู้มีความสามารถพัฒนาความเป็นอยู่ จนเอาชนะธรรมชาติบางอย่างได้
จิตราภา กุณฑลบุตร ( 2550 : 4-5 ) สรุปสาระสำคัญของวิธีเสาะแสวงหาความรู้ของมนุษย์ได้อย่างน้อย 12 วิธี ได้แก่
1 . การเชื่อคำบอกเล่าของผู้รู้ หรือผู้มีอำนาจเป็นที่ยอมรับของบุคคลในแต่ละสังคม
2 . การเชื่อสืบเนื่องมาจากขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา
3 . การเชื่อความรู้สึก
4 . การได้รับความรู้โดยเหตุบังเอิญ
5 . การได้รับความรู้จากประสบการณ์จริง
6 . การได้รับความรู้จากสื่อต่าง ๆ
7 . การได้รับความรู้จากการประชุม สัมมนา อบรมปฏิบัติการ
8 . การได้รับความรู้ผ่านกระบวนการศึกษา
9 . การได้รับความรู้ผ่านระบบสื่อสารทางอิเลคทรอนิคส์
10 . การได้รับความรู้โดยใช้หลักเหตุผลทางตรรกศาสตร์
11 . การได้รับความรู้โดยใช้วิธีวิทยาศาสตร์
12 . การได้รับความรู้ผ่านกระบวนการศึกษาค้นคว้า สังเกต สำรวจ ทดลองด้วยตนเอง
ณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์ ( 2551 : 16-20 ) กล่าวถึงแหล่งที่มาของความรู้ ความจริง อาจสรุปได้ดังนี้
1 . โดยการลองผิดลองถูก ( By Trial and Error )
2 . ความบังเอิญ ( By Chance )
3 . ความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ ( Traditional Believes ) หรือขนบธรรมเนียมประเพณี
4 . ผู้รู้ ( Authority ) หรือนักปราชญ์ หรือ ผู้เชี่ยวชาญ ( By Expert )
5 . จากประสบการณ์จริง ( Sense Experience ) หรือประสบการณ์ส่วนตัว ( By Personal Experience )
6 . การหยั่งรู้ ( Intuition ) หรือการรู้แจ้ง
7 . การหาเหตุผล ( Reasoning )
8 . การแสวงหาความรู้ความจริงโดยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ ( Scientific Method )
ความหมายของการวิจัย คือ
1 . กระบวนการค้นหาความจริงเพื่อแก้ปัญหาหรือตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
2 . การค้นคว้าเพื่อหาข้อมูลอย่างละเอียดที่สุดตามหลักวิชา
3 . การทดสอบในสิ่งที่กำหนดไว้อย่างเป็นระบบตามกฎกติกาที่ตั้งเอาไว้
4 . กระบวนการแสวงหาความจริงจากปัญหาที่ชัดเจนอย่างมีระบบ
5 . กาญจนา วัฒายุ ( 2548 : 5 ) ว่า การวิจัย หมายถึง การค้นคว้าหาความรู้ใหม่ ๆ ด้วยวิธีการที่มีระบบแบบแผนที่เชื่อถือได้ มีจุดหมายที่แน่นอน เพื่อให้ได้มาซึ่งกฎเกณฑ์ ทฤษฎี ที่สามารถอ้างอิงอธิบาย และทำนายปรากฏต่าง ๆ ได้
6 . จรัญ จันทลักขณา และกษิดิศ อี้อเชี่ยวชาญกิจ ( 2551 : 2 ) ว่า การวิจัย คือ การแสวงหาองค์ความรู้อย่างมีแบบแผนตามหลักวิชา คำสำคัญ คือ การแสวงหา องค์ความรู้ แบบแผน และหลักวิชา
7 . จรัญ จันทลักขณา และกษิดิศ อี้อเชี่ยวชาญกิจ ( 2551 : 3 ) ว่า การวิจัย คือ กระบวนการเก็บข้อมูลเพื่อนำมาวิเคราะห์ และสรุปผลอย่างมีระเบียบแบบแผนตามหลักวิชา เพื่อให้ได้องค์ความรู้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้โดยมีความมั่นใจในความถูกต้องของผลสรุป
8 . จิตราภา กุณฑลบุตร ( 2550 : 16 ) ว่า การวิจัย ตรงกับภาษาอังกฤษว่า research ถ้าแปลตรง ๆ ก็คือ การค้นหาสิ่งหนึ่งสิ่งใด โดยค้นแล้ว ค้นอีกนั่นเอง เปรียบเสมือนการศึกษาหาความรู้ ถ้าเป็นการค้นหาความรู้โดยวิธีการต่าง ๆ การวิจัยสามารถเดขึ้นได้ตลอดเวลา ตลอดชีวิตของบุคคลที่มีกระบวนการค้นหาความรู้ ถ้าต้องการได้คำตอบที่ชัดเจน แม่นตรงก็ต้องทำการศึกษาจากหลาย ๆ แหล่ง หลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้ได้ผลตรงกัน หรือสอดคล้องกันเป็นความหมายกว้าง ๆ ซึ่งเป็นความหมายที่บุคคลในปัจจุบันโดยเฉพาะนักวิชาการให้การยอมรับและใช้กันจนเป็นนิยามของการวิจัย จนอาจสรุปได้ว่า ในทางวิชาการนั้น การวิจัยเป็นกระบวนการแสวงหาความจริง ซึ่งความจริงนั้นเป็นสิ่งที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติ ( พระธรรมปิฎก ป. อ. ปยุตฺโต . 2542 : 5 ) หรือการค้นหาคำตอบว่าความจริงแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร ด้วยวิธีการที่มีระบบระเบียบแบบแผนที่แน่นอน มีความเชื่อถือได้ตามวิธีการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจน
9 . ณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์ ( 2551 : 25 ) ว่า การวิจัย หมายถึง กระบวนการศึกษาค้นคว้าความจริง ความรู้ที่เราสงสัย เพื่อหาคำตอบหรือข้อเท็จจริงที่ดำเนินไปอย่างมีระเบียบและเป็นที่ยอมรับกันในทางวิชาการด้วยวิธีการที่เชื่อถือได้เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่ถูกต้องต่อปัญหาที่ตั้งไว้
10 . มนัส สุวรรณ ( 2544 : 1 ) ว่า การวิจัย คือ กระบวนการที่มีการดำเนินการอย่างมีระบบและระเบียบแบบแผน เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบที่มีความถูกต้องและเชื่อถือได้สำหรับปัญหาที่ได้ตั้งเอาไว้แล้วในโครงร่างการวิจัย
11 . สุชาต ประสิทธิ์รัฐสินธุ์ ( 2550 : 1 ) ว่า การวิจัยหมายถึงกระบวนการแสวงหาความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องในสิ่งที่ต้องการศึกษา คำว่า “ กระบวนการ . “ ในที่นี้หมายถึงกิจกรรมต่าง ๆ ที่ได้กระทำต้องมีความเกี่ยวโยงต่อเนื่องกันอย่างมีระบบ ซึ่งทุกกิจกรรมจะต้องมุ่งไปที่การบรรลุถึงเป้าหมายคือการได้มาซึ่งความรู้ความเข้าใจจริงในเรื่องที่ศึกษาตามกำหนดไว้
เรียนท่านumiคะ หนูชอบของ ท่านณรงค์ โพธิ์พฤกษานันท์ค่ะ ขอบคุณที่นำความรู้ดีๆมาสู่กันอ่าน คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล แน่นอนนะคะท่าน นำ/ปประยุกต์ใช้ได้อีกค่ะ
สวัสดีครับ คุณหมูจ๋า
พอดีเตรียมสอนนิสิต เลยนำมาลงไว้กันลืนนะครับ...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ