หนึ่งอำเภอหนึ่งชมรมผู้สูงอายุสุขภาพช่องปากดี

   

      คณะทำงานสุขภาพช่องปากของจังหวัดพัทลุง  ได้ลงพื้นที่จัดเวที "ชวนคุย ร่วมคิด ค้นทุน"ของชมรมผู้สูงอายุ  ในเรื่องสุขภาพช่องปาก ในกลุ่มโซน ทั้งสามโซน

                       โซนเหนือ  3 อำเภอคือ

มีอำเภอป่าพยอม

อำเภอศรีบรรพต

อำเภอควนขนุน

                    โซนกลางมี 4 อำเภอ คือ

อำเภอเมือง

อำเภอศรีนครินทร์

อำเภอกงหรา

อำเภอ เขาชัยสน

                        และโซนใต้ มี 4  อำเภอคือ

อำเภอบางแก้ว

อำเภอตะโหมด

อำเภอป่าบอน  และ

อำเภอ ปากพะยูน

 

        เพื่อค้นทุน   ค้นหาสิ่งดีๆที่มีในแต่ละอำเภอ  ตามโครงการ "หนึ่งอำเภอ หนึ่ง ชมรมผู้สูงอายุ สุขภาพช่องปาก"  จุดประกาย ที่ได้ให้นโยบาย ขายความคิด  ให้แต่ละอำเภอไป"ค้นทุน  คิดงาน สานข่าย" ในการทำให้คนมีสุขภาพช่องปากที่ดี

      ผู้เขียนก็เป็นคณะทำงานของโครงการฯ  ทุกเวที ทุก อำเภอ หากไม่ติดภาระกิจ  จะต้องถือโอกาสเข้าไปร่วมให้กำลังใจ  พี่บุญให้ประธานชมรมผู้สูงอายุ โรงพยาบาลศรีบรรพต  และน้องแมว เจ้าพนักงานทันตสาธารณสุขชำนาญการ โรงพยาบาลศรีบรรพต โทรแจ้งข่าว ชักชวนให้ผู้เขียนเข้าร่วมแลกเปลี่ยน ในงาน

           "รวมพลังผู้สูงวัยสุขภาพดี ศรีเขาย่า"

    แต่ผู้เขียนติดงานของสมาคมลูกจ้างกระทรวงสาธารณสุขแห่งประเทศ ที่ต้องเตรียมงานเข้าพบรัฐมนตรีสาธารณสุข นายวิทยา บูรณศิริ ที่บ้านพัก  บางปะอิน อยุธยา เมื่อวันที่ 27 พฤษคม 2555   จึงไม่ได้มาร่วมงาน

     เมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2555 ทางน้องแมว และกรรมการชมรมผู้สูงวัยอำเภอศรีบรรพต ได้จัดเวทีสรุปงานกัน  ผู้เขียนจึงถือโอกาส ชวนหมอโดม ทพ. กริชชัย จากโรงพยาบาลปากพะยูนเข้าไปร่วมเวที  ฟังคนพื้นที่เล่าเรื่องการจัดงานผลสำเร็จของงาน และความภาคภูมิใจ  เห็นพลังในการขับเคลื่อนของชมรมฯ จากนั้น  ผู้เขียนชวนคุยต่อ เพื่อให้ทุกคนมีความคิดก้าวข้ามพ้นความเป็นชมรมของตำบล โดยการตั้งคำถามแบบ AI ตามตำราที่อาจารย์ ภิญโญ รัตนาพันธ์ ที่กรุณามอบให้เมื่อครั้งไปร่วมงาน KKU ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น  

 

    โดยการถามว่า ที่ผ่านมาชมรมฯมีอะไรดี  แล้วจะทำให้ดียิ่งขึ้น จะทำอย่าง เพื่อคิดและทำเผื่อเพื่อน นำไปอวดกัน ในงาน มหกรรมสุขภาพช่องปากดีวิถีคนเมืองลุง" ในวันที่ 17 สิงหาคม 2555 ที่หาดแสนสุขลำปำ พัทลุง

 

      ผู้เขียนได้เรียนรู้เรื่องการรักษาสุขภาพช่องปาก รักษาฟันให้แข็งแรงโดยการใช้ภูมปัญญา และสมุนไพร เช่น

>.ใช้ ต้นก้างปลาขาว ทั้งห้าเอามาต้มอมบ้วนปากรักษาโรคฟัน

  >.ใช้ลูกมะนาวเลือกหนวยที่ขาวพลีส(ผลที่มีสีผิวขาว)ผ่าซีกบีบน้ำใส่ถ้วยตั้งตากนำค้างไว้หนึ่งคืน เอามาบ้วนปาก รักษาฟันทน

>.ใช้นิ้วจิ้มทรายอ่อนๆถูเหงือกฟัน ทำให้ฟันขาว

>.ใช้ เปลือตะแบกลอกผิวเปลือกออก แล้วนำเปลือกส่วนที่เหนียวเคี้ยวอม รักษาโรคเหงือกบวม โรคปริทันต์

>.ใช้ เปลือข่อยนำมาทำน้ำยาบ้วนปาก

>.ใช้ยางของต้นตีนเป็ด(พญาสัตบรรณ) ใช้ยางใส่ฟันที่ปวด

>.ใช้น้ำมะนาวผสมเกลือ อมบ้วนปาก

 

      หลายเรื่องหลายตัวอย่างที่เล่ามา  เป็นภูมิปัญญาที่ยังคงใช้กันอยู่ในหมู่ผู้สูงวัย เป็นเรื่องที่ที่ทางเจ้าหน้าและอาจารย์ มหาวิทยาลัย น่านำไปเป็นโจทย์ในการวิจัย  ในการรักษาสุขภาพช่องปากเพื่อยืนยันว่าสามารถรักษาฟันผุได้จริง  

    จากนั้นก็ชวนถอดหมวก หุบร่ม คือทุกคนที่มามีหมวกมีร่มครอบอยู่ จึงเล่ากล่างถึงแต่งงานที่ตนทำอยู่(บุคคลไกล้ชิดกับสิ่งได  มักรำพึงพูดถึงสิ่งนั้นๆ)  

ลุงสว่าง นุ้ยฉีด อายุ 70  กว่า แต่ทว่าพบกันเกือบทุกเวที

 

   จึงชวนคิดชวนคุยต่อ ว่าหากจะให้คิดเผื่อเพื่อน คือคิดในภาพของอำเภอ เราจะเอาเรื่องอะไรไปเสนอไปอวดแข่งกับอำเภออื่นๆเขา  และถ้าจะให้เจ้าหน้าที่ทันตสาธารณสุขสนับสนุน  ช่วยจะให้ช่วยเรื่องอะไร  เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของพื้นที่ ในเรื่องกาขอสนับสนุน จากเจ้าหน้าที่  ไม่มีชมรมไดกล่าวถึงเรื่องงบประมาณ

 

    แต่กล่าวถึงความต้องการทางด้านความรู้วิชาการ และการให้กำลังใจ  ส่วนงบประมาณทางชมรมขอประสานสนับสนุนจาก อบต.เทศบาล และกองทุนในพื้นที่  ทางทพ นฤพงค์ ภักดี พี่ใหญ่ในฝ่ายทันตสาธารณสุข  ได้ให้ข้อคิดในเรื่องสุขภาพช่องปากว่า "เราต้องคิดกางหลาง"(คิดไม่เหมือนเพื่อน  ไม่เข้าพวกกับเพื่อน) ถึงจะเป็นนวักรรมที่น่าสนใจแปลก

 

      นับว่าชมรมผู้สูงอายุของอำเภอศรีบรรพต คิดก้าวข้ามการทำงาน ในเรื่องงบประมาณ ผู้เขียนคิดว่าหากพื้นที่คิดได้อย่างนี้  ไม่ว่าเจ้าหน้าจะไป ใครจะมา ชมรมและกิจกรรมที่เขาคิดจะยังอยู่อย่างยั่งยืน

 

ทพ. นฤพงศ์ ภักดี