...

        สำหรับนิกายฝ่ายพระพุทธศาสนาเถรวาทที่เรานับถือกันอยู่นั้น  ได้มีนักวิชาการบางท่านให้ความเห็นว่า  เมื่อมีพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามาตรัสรู้ขึ้นแล้ว  ก็ย่อมไม่อาจมีพระพุทธเจ้าได้อีก  พระสาวกที่ตัดกองกิเลสได้สิ้นเชิง  จนพ้นความทุกข์อย่างเด็ดขาด  ย่อมได้เป็นพระอรหันต์อันถือว่าเป็นจุดสุดยอดในทางพระศาสนา ( ส. ศิวรักษ์ . 2545 : 19 )

 

        โดยทั่วไปจะเห็นได้ว่าหลักพระพุทธศาสนาในทุกระดับมีเรื่องของความพอดีความพอเพียงอันถือได้ว่าเป็นหลักธรรมสายกลาง  ซึ่งเป็นเส้นทางอันเอกที่นำพามนุษย์ให้ดำเนินไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการดำรงอยู่ในวิถีชีวิตของความเป็นมนุษย์  คือความพอดีที่จะให้ถึงจุดหมายที่จะให้ตรงกับความจริง ไม่ให้ไปสุดโต่งเอียงสุด  ซึ่งจะพลาดจากตัวความจริงไปนั้นจึงเป็นลักษณะทั่วไปอย่างหนึ่งของพระพุทธศาสนา ( พระธรรมปิฎก ( ประยุทธ์  ปยุตฺโต ). 2537 : 11-12 )

 

        อย่างไรก็ตามพระพุทธศาสนายังมีความเป็นสากลทั้งแนวคิดและแนวปฏิบัติ  มีหลักคำสอนให้มนุษย์มีความกรุณาอย่างสากลงดเว้นจากการทำลายสิ่งมีชีวิตทั้งปวง  สอนให้รู้ถึงความจริงเป็นอย่างไรและจะปฏิบัติต่อความจริงนั้นอย่างไร  ในเรื่องกฎแห่งกรรมนั้นพระพุทธศาสนาสอนไว้ชัดคือ  มนุษย์เรานี้ไม่ใช่ต่ำทรามเพราะชาติกำเนิด  แต่เป็นผู้ต่ำทรามเพราะการกระทำของตนเอง  เป็นการยึดเอาการกระทำหรือความประพฤติมาเป็นจุดแบ่งแยกความดีและความชั่วของคนเรา  ไม่ใช่เป็นการแบ่งแยกมนุษย์โดยชาติกำเนิด

 

        สำหรับสิ่งที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนานั้น  พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า  “ สพฺเพ  ธมฺมา  นาลํ  อภินิเวสาย “   สพฺเพ  ธมฺมา  แปลว่า  สิ่งทั้งปวง  นาลํ  แปลว่า  ไม่ควร  อภินิเวสาย  ( แปลว่า ) เพื่อจะยึดมั่นถือมั่น  สิ่งทั้งปวงไม่ควรยึดมั่นถือมั่น  แล้วพระองค์ก็ย้ำลงไปอีกทีหนึ่งว่าถ้าใครได้ฟังความข้อนี้ก็คือได้ฟังทั้งหมดในพระพุทธศาสนา  ถ้าได้ปฏิบัติข้อนี้ก็คือได้ปฏิบัติทั้งหมดในพระพุทธศาสนา  ถ้าได้รับผลจากการปฏิบัติข้อนี้ก็คือได้รับผลทั้งหมดในพระพุทธศาสนา  ( พุทธทาส  อินทปัญโญ . ม.ป.ป. : 17 )