ไปอ่านบันทึกเรื่อง อย่าทำตัวเป็นผู้วิเศษ ของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ แล้วเกิด อิน เลยเขียนต่อไว้ที่นั่นค่อนข้างยาวเกินพอดี ว่า …
โรคนี้ผมก็เคยเป็นครับ ตั้งแต่สมัยเป็นนักศึกษา มันก่อตัวอยู่ลึกๆ เหตุเพราะบังเอิญมีเหตุการณ์ที่ดูเหมือนว่าเราเก่ง คนเขาชื่นชมไปทั่ว ทั้งเพื่อน ทั้งรุ่นพี่ ทั้งอาจารย์ เลยพาลนึกว่าเราเก่งจริง ตัวอย่างเช่น <ul>
</ul><p> ฯลฯ
ตอนนั้นมักจะรู้สึกหลอกตัวเองอยู่ลึกๆว่าตนดูจะเหนือคนอื่นไปเสียหมด มองอะไรที่ใครทำก็คอยจับผิดอยู่เงียบๆ พอได้จังหวะก็แสดงให้คนเห็นว่าอย่างนั้นผิด ที่ถูกต้องเป็นอย่างนี้ พอคนเขายอมรับว่าเราพูดถูก ความอหังการ์ภายในก็เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ
ผ่านมาหลายปีก็ค่อยๆค้นพบว่าเรานี่ช่าง แอบโง่ อยู่ได้ .. เห็นสัจธรรมว่าที่แท้มันก็แค่เราชอบเรียนรู้และชอบทำอะไรหลายๆอย่าง ทั้งศาสตร์และศิลป์ สนุกกับมันไปเรื่อย ทำอะไรได้หลายอย่าง ซึ่งก็น้อยคนที่จะเป็นได้อย่างนั้น … จริงๆมันคือ กว้าง แต่ไม่ ลึก ยังมีความรู้ในตัวคนอื่น อีกมากมายนักที่เราจะใช้เติมเต็มให้กับชีวิตเราได้ ถ้าสลายกำแพงอหังการ์ที่เคยมีลงเสียได้ … ทบทวนมากเข้าก็เลยได้ใช้ Slogan ใหม่ประจำชีวิต 2 ประการคือ
</p><ul>
ผมพอใจตัวเองที่หายบ้าได้ มันเบาสบายอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะครับ จนผมมีบันทึกหนึ่งชื่อว่า ... ทุกคนล้วนมีค่า แม้คนบ้าก็ไม่เว้น !
แท้จริงเราก็แค่ ธุลีหนึ่งของจักรวาล มีหน้าที่สำคัญคือการทำลายความไม่รู้ ไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ โดยมี ครู คือทุกสรรพสิ่งที่แวดล้อมตัวเราอยู่ ทั้งที่เป็นคน สัตว์ และสิ่งของ
</ul>
ผมชอบใจตั้งแต่อ่านที่บันทึกอาจารย์หมอวิจารณ์แล้วครับ ตามมาเจอ อืม! ไม่ชอบอีกไม่ได้แล้ว
ขอบคุณค่ะ..
ขอบคุณครับ ตามมาขอบคุณเมื่อใกล้สิ้นปี ผ่านหลายเดือนมาแล้วนี่ แต่ก็ขอ ขอบคุณ ทั้ง ท่าน Panda คุณ เมตตา คุณน้อง ชายขอบ และ น้องชาย นาย ขจิต ฝอยทอง ..
Happy New Year ทุกท่านครับ.