การเดินทางที่เราไม่ต้องใช้ความพยายามคือการไปเป็นหมู่คณะ...แต่ร่วมกันจ่ายค่ารถเดินทาง...ช่วงที่ผมพักอยู่ในเมืองพาราณสี...มีการตกลงว่าไปประเทศเนปาล...
คุณราชูขานา เป็นชาวอินเดีย...มีบ้านอยู่เมืองนี้...และพูดภาษาไทยได้ดียอดเยี่ยมน่านับถือในความพยายามของเขา...เขาทำธุระกิจทัวร์...ทั่วประเทศ...เวลาทัวร์จากเมืองไทยไป...เขาทำหน้าที่ดูแล...เงินไทยตกอยู่ในมือของเขาหลายล้านบาทต่อปีครับ...
เขาจัดการเรื่องรถบัสที่จะไปประเทศเนปาล...ช่วงบ่ายแก่ๆ เรามาถึงชายแดน...เมื่อตรวจบัตรผ่านได้แล้ว...รถวิ่งเข้าสู่เนปาลประมาณ 20 นาที ก็ถึงสวนลุมพินีวัน...หรือ
ลุมมินเดที่ใช้เรียกในปัจจุบัน...
เป็นพุทธสถาน...ที่ประสูติของสิทธัตถกุมาร...กาลต่อมาได้เป็นพระพุทธเจ้า...ในวันศุกร์ของค่ำคืนวันเพ็ญเดือน 6...หรือในวันวิสาขะบูชาก่อน พ.ศ. 80 ปี...
ผมลงจากรถแล้วเดินลัดเลาะริมสระน้ำมองไปข้างหน้าตรงเสาหินของพระเจ้าอโศกมหาราชที่มาตั้งไว้...ภายหลังพุทธปรินิพพานได้ประมาณ 300 ปี...ถือว่าตรงนี้คือที่ประสูติ...ถ้าไปด้านขวาก็ขึ้นบันไดไปสู่เทวาลัย...ด้านในทำรูปพระมารดาในท่าใช้มือข้างหนึ่งโน้มกิ่งไม้และพระกุมารอยู่ในท่า
เดิน...มีดอกบัวรองรับพระบาท...
หลังจากผมน้อมรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยแล้ว...เดินออกมายืนพิจารณาดูเสาหินของพระเจ้าอโศก ฯ เห็นมีล่องรอยถูกทำลายจากคนใจบาปทั้งหลาย...บนยอดเสามีสิงโตแกะสลักไว้แต่ถูกทำลาย...ที่สมบูรณ์ถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่สารนาถ...
ทำให้ผมนึกถึงคำกล่าวท่านผู้รู้ว่า...หินทั้งแท่งแสร้งทำให้หวำโหว่...เป็นสิงโตได้สนิทไม่ผิดแผน...จะทำคนให้ดีแม้มีแปลน...ยังยากแสนยิ่งกว่าแวะแกะสิงโต...ฮา ๆ เอิก ๆ
ผมเดินออกไปในทุ่งกว้างประมาณ 20 เมตร แล้วมองออกไปพ้นชายป่าเห็นเทือกขุนเขาหิมาลัย...ขาวไปด้วยหิมะ...ทอดยาวจากขวาจรดด้านซ้ายมองจนสุดสายตาครับ...
เมื่อก้มกราบลา...เหมือนกับน้ำตาจะไหล...ต้องขอลาแล้วไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้หวนกลับมา...พุทธสถานนี้เป็นแห่ง...ที่ 4...ที่สำคัญ ในสังเวชนียสถานที่ผมเคยไปมาแล้ว...
รถเรามุ่งหน้าเข้าไปในเนปาล...จนมาถึงเมืองตันเซ็น...เราพักที่เมืองนี้...ชาวเมืองนับถือพุทธศาสนา...พวกเขาเป็นพระญาติที่สืบเชื้อสายมาของพระพุทธเจ้า...พวกเขามาจากตระกูลศากยะหญ้า...ศากยะอ้อนั้นเองครับ...สิ่งเหล่านี้...ได้บันทึกไว้ในหนังสือบาลีธรรมบท..จำได้.สมัยผมเรียนบาลีครับ...
เป็นอันว่าค่ำคืนนั้นเราได้พบสนทนากับประมุขของชาวพุทธและพระญาติของพระพุทธองค์ที่ผมนึกว่าหาไม่เจอแล้วในโลกนี้...แต่ยังมีที่เมืองตันเซ็นนี้เอง...
โปรดติดตามตอนต่อไป
ด้วยความปรารถนาดี
จาก...umi
สวัสดีครับ คุณขจิต ฝอยทอง
ฮา ๆ เอิก ๆ เป็นนักอ่านจริง ๆ...การ์ตูน...ผมดูแล้วหายเหนื่อย...คือวันนี้ ผมสวมหัวโขน...เป็นผู้ตรวจการ
ในสถาบันทักษิณคดีศึกษา...เหตุการณ์ปกติ...เราก็ไม่ต้องตัดสินใจอะไร...วันนี้ฝ่ายผู้ปฏิบัติงาน...รายงานปกติ...เราก็รับทราบ...โลกนี้คือละครโรงใหญ่...บทบาทบางตอน...ชีวิตยอกย้อนยับเยิน...นะครับ
ขอบคุณครับ
ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ
จาก...umi