มีการบรรจุเนื้อหาเรื่องการเตรียมตัวรับสถานการณ์เกี่ยวกับภัยพิบัติ ทางธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหวและไฟไหม้ ว่าควรเตรียมตัวและปกป้องตนเองเช่นไร ลงในหลักสูตรการอบรมฯ เนื่องจากภัยเหล่านี้ไม่สามารถรู้ล่วงหน้า ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด จึงต้องมีการเตรียมการให้ความรู้เพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและลดการสูญเสีย

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554 เกิดมหันตภัยของ つなみ(Tsunami)ที่เขต SENDAI ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของชาวญี่ปุ่นไปอย่างมากมาย หลายหน่วยงานของประเทศไทยมีการส่งกำลังใจ-กำลังทรัพย์มาช่วยเหลือ (ศึกษา つなみ(Tsunami)ที่ SENDAI ได้ที่นี่)

ยามถึงคราวเคราะห์กระหน่ำ.. ช้ำไปทั้งประเทศไทยจากมหาอุทกภัย ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก ประเทศญี่ปุ่นก็ได้แสดงน้ำใจตอบแทนมาเช่นกัน
ก่อนได้ศึกษาเรื่องแผ่นดินไหว จากการอบรมฯ มีโอกาสได้รับประสบการณ์ตรงโดยไม่ได้ตั้งตัว … โชคดีที่ระดับของการสั่นสะเทือนอยู่แค่ 4ริกเตอร์กว่าๆ ประมาณว่ามีคนโยกชิงช้าให้นั่ง ความรู้สึกยามนั้น บอกได้ว่าตื่นเต้น- แปลกใจ แต่ไม่ได้เกิดความตระหนกตกใจเกินไปกว่าเหตุ สังเกตดูอากัปกิริยาของชาวญี่ปุ่น ไม่ได้มีความกังวลใดๆ ปรากฏให้เห็นเช่นกัน คงคุ้นชินจนถือเป็นเรื่องปกติวิสัย
รายงานข่าวแบบฉับไวแทบจะทันทีที่เกิดแผ่นดินไหว
หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์ แผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ที่จุดศูนย์กลางเดิม แต่ระดับของการสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นไปในระดับ 5ริกเตอร์ เวลาตีหนึ่งครึ่งของเช้าวันใหม่ ดูเหมือนครั้งนี้ชาวญี่ปุ่นเริ่มมีปฏิกิริยาสนองตอบเพิ่มขึ้น แต่ผู้เขียนหลับอุตุไม่ได้รับรู้ใดๆ ทั้งที่ความแรงเพิ่มมากขึ้นจนเตียงโยก เพื่อนๆจากประเทศไทยล้วนเป็นห่วงบอกให้กลับประเทศไทยเถอะ โห… ประสบการณ์แบบนี้ใช่จะหาได้ง่ายๆ นะขอบอก

| 震央 | 震度1 | 震度2 | 震度3 | 震度4 | 震度5弱 | 震度5強 | 震度6弱 | 震度6強 | 震度7 |
ประสบการณ์ตรงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้ เปรียบเสมือนการนำเข้าสู่บทเรียนที่เข้ากับสถานการณ์จริงราวกับสร้างบทบาทสมมุติ เป็นการศึกษาที่มีชีวิต-ชีวา น่าสนใจยิ่งนัก เคยหันไปมองหมวกกันน็อกสีขาว สภาพแข็งแรงแขวนไว้ในห้องพัก พลางคิดในใจว่า “ จะมีโอกาสได้ใส่ไหมนะ ”
ได้สวมใส่ดังคำถามในใจ
ให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนจากภัยธรรมชาติ / นักศึกษาสังเกตการณ์การสอนแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง
อาจารย์ที่นี่ล้วนคัดสรรรมาเป็นอย่างดี จึงสามารถสอนเรื่องเคร่งเครียด- ยากๆให้สนุกและเข้าใจง่าย มีการใช้สื่อ-อุปกรณ์สมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์ อย่างหลากหลาย (ไม่ใช่ใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือผิดกาละเทศะ อย่างเช่นเล่นเกมหรือแอบดูภาพโป๊ในช่วงประชุมฯลฯ )
สื่อหลายแขนง ช่วยกันเผยแพร่- ให้ความรู้
หลายประเทศที่ให้ความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย มักจะทำการฝึกซ้อมการหนีไฟ การช่วยตนเองให้รอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่างๆ เป็นประจำทุกปี โดยหน่วยงานต่างๆ เช่น บริษัท / โรงเรียน ผู้เขียนเองเคยมีประสบการณ์ซ้อมการหนีไฟที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาถึงสองครั้ง ต่างโรงเรียนกันไป เขาฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง พาเด็กๆ เดินไปหลบภัยไกลจากที่สมมุติว่าเกิดเหตุเกือบ 500 เมตร
ห้างสรรพสินค้า โฆษณาขายสิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ยามคับขัน ในราคาพิเศษ
สำหรับประสบการณ์ที่ประเทศไทยทำสถิติได้ 2 ครั้งเช่นกัน เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ที่ศูนย์ภาษามูลนิธิญี่ปุ่นกรุงเทพฯ หลายคนบอกว่าเขาฝึกซ้อม ไม่ต้องปฏิบัติตามก็ได้ มีการประกาศให้หนีไฟ แต่ไม่ให้ใช้ลิฟต์ 3 ภาษาด้วยกัน คือภาษาไทย ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ แต่เมื่อมองเห็นเปลวไฟสีแดงและควันไฟจริงๆ ลอยขึ้นเหนือบานกระจกชั้นที่ 10 ที่นั่งอบรมฯอยู่ ต่างก็รีบวิ่งลงบันไดหนีไฟกันอย่างไม่คิดชีวิต .... ยังจดจำความรู้สึกยามนั้นได้อย่างแม่นยำ ณ นาทีวิกกฤต...แค่นึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาใคร...หากต้องจบชีวิตลง …. การณ์ครั้งนั้นทำปากกาแบรนด์ดังหล่นหายไปอย่างไร้ร่องรอย
ยิ้มแย้มอย่างสดชื่น เพราะรับรู้ว่าเป็นเพียงการฝึกซ้อมเท่านั้น
มีการนัดหมายฝึกซ้อมหนีไฟกันอย่างเป็นทางการ แจกหมวกทรงแปลกที่ทำด้วยวัสดุกันไฟให้สวมใส่ และปฏิบัติตามคำประกาศจากส่วนกลางฯ เป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ครั้งแรกให้เก็บสัมภาระฯ และใส่หมวกป้องกันไฟ รอที่ห้องเรียน ครั้งที่สองให้อพยพลงบันไดไปที่สวนฯ ด้านนอกอาคาร และอาจารย์ประจำชั้นทำการตรวจสอบจำนวนคนของตนครบหรือไม่
เรียกหา-ตรวจสอบนักเรียนของตน
ทุกคนสวมหมวกป้องกันภัย
ต่อจากนั้นเป็นสถานการณ์จำลอง โดยนัดหมายตัวแทนจำนวน 4 คนไปปีนบันไดลิงหลบหนีที่ชั้น 5 ลงมาด้านล่าง ในระหว่างชั้นต้องใช้เท้าถีบที่กั้นและหาทางปีนบันไดลงมา ผุ้เขียนเป็น 1 ใน 4 ของอาสาสมัครที่ทดลองปฏิบัติการฯครั้งนี้ " ครั้งแรกที่ยังไม่ได้ดึงบันไดลิงลงมา รู้สึกเสียววาบ... นึกว่าจะให้โรยตัวลงมาแบบ ไม่มีอุปกรณ์ช่วย แต่พอเห็นบันไดลิง ถึงกับมองว่าเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลย...เพราะช่วงวัยเด็กชอบเล่นอะไรผาดโผน เช่น ปีนหลังคาไปไล่จับแมงดา ไต่ขึ้นไปอ่านหนังสือบนกิ่งไม้ ฯลฯ "
ปีนไต่บันไดลิงแบบสบายๆ จากชั้นที่ 5 ลงมาแค่ชั้น 4 เป็นการฝึกซ้อมไม่เต็มรูปแบบ
มีคำถามว่า...ประเทศไทยมีการฝึกซ้อม-ป้องกันภัยบ้างไหม ตอบไปว่า มีเฉพาะบางหน่วยงาน / บางบริษัทใหญ่ๆ คำถามต่อไป : หากเกิดภัยพิบัติเหล่านี้ขึ้นมาจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีการซักซ้อมให้ทั่วถึง…แน่นอน… คำตอบนั้นต้องเป็นภาพรวมที่ช่วยรักษาหน้าตาของประเทศชาติด้วย สถาบันการศึกษา(โรงเรียน) มีการให้ความรู้พื้นฐานเรื่องเหล่านี้ และฝึกทักษะอันใกล้เคียงทดแทนในกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี
***... ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ ...***


และเพื่อนสมาชิกจาก FB ที่กดไลท์ให้นะคะ ...***