The Japan Foundation Japanese-Language Institute Urawa : ตอนที่ 5 ประสบการณ์แผ่นดินไหวและการซ้อมหนีไฟ

K.Pually
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
มีการนัดหมายฝึกซ้อมหนีไฟกันอย่างเป็นทางการ แจกหมวกทรงแปลกที่ทำด้วยวัสดุกันไฟให้สวมใส่ และปฏิบัติตามคำประกาศจากส่วนกลางฯ เป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ

มีการบรรจุเนื้อหาเรื่องการเตรียมตัวรับสถานการณ์เกี่ยวกับภัยพิบัติ   ทางธรรมชาติ เช่นแผ่นดินไหวและไฟไหม้ ว่าควรเตรียมตัวและปกป้องตนเองเช่นไร  ลงในหลักสูตรการอบรมฯ  เนื่องจากภัยเหล่านี้ไม่สามารถรู้ล่วงหน้า ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด   จึงต้องมีการเตรียมการให้ความรู้เพื่อจะได้ปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องและลดการสูญเสีย

       

                                                                
                                              green shamrock.gif (10819 bytes)



เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554  เกิดมหันตภัยของ つなみ(Tsunami)ที่เขต SENDAI ทำลายชีวิตและทรัพย์สินของชาวญี่ปุ่นไปอย่างมากมาย  หลายหน่วยงานของประเทศไทยมีการส่งกำลังใจ-กำลังทรัพย์มาช่วยเหลือ (ศึกษา つなみ(Tsunami)ที่ SENDAI ได้ที่นี่
         

   
      
               
                        

            

ยามถึงคราวเคราะห์กระหน่ำ.. ช้ำไปทั้งประเทศไทยจากมหาอุทกภัย ที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลก   ประเทศญี่ปุ่นก็ได้แสดงน้ำใจตอบแทนมาเช่นกัน 


              animated gif  Images         Leprechaun2.gif (4340 bytes)

                            
ก่อนได้ศึกษาเรื่องแผ่นดินไหว จากการอบรมฯ   มีโอกาสได้รับประสบการณ์ตรงโดยไม่ได้ตั้งตัว … โชคดีที่ระดับของการสั่นสะเทือนอยู่แค่ 4ริกเตอร์กว่าๆ  ประมาณว่ามีคนโยกชิงช้าให้นั่ง  ความรู้สึกยามนั้น บอกได้ว่าตื่นเต้น- แปลกใจ  แต่ไม่ได้เกิดความตระหนกตกใจเกินไปกว่าเหตุ   สังเกตดูอากัปกิริยาของชาวญี่ปุ่น  ไม่ได้มีความกังวลใดๆ ปรากฏให้เห็นเช่นกัน   คงคุ้นชินจนถือเป็นเรื่องปกติวิสัย



 

                                รายงานข่าวแบบฉับไวแทบจะทันทีที่เกิดแผ่นดินไหว

           
หลังจากนั้นอีกหนึ่งสัปดาห์  แผ่นดินไหวก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ที่จุดศูนย์กลางเดิม  แต่ระดับของการสั่นสะเทือนเพิ่มขึ้นไปในระดับ 5ริกเตอร์  เวลาตีหนึ่งครึ่งของเช้าวันใหม่   ดูเหมือนครั้งนี้ชาวญี่ปุ่นเริ่มมีปฏิกิริยาสนองตอบเพิ่มขึ้น  แต่ผู้เขียนหลับอุตุไม่ได้รับรู้ใดๆ ทั้งที่ความแรงเพิ่มมากขึ้นจนเตียงโยก  เพื่อนๆจากประเทศไทยล้วนเป็นห่วงบอกให้กลับประเทศไทยเถอะ   โห… ประสบการณ์แบบนี้ใช่จะหาได้ง่ายๆ  นะขอบอก

           

 地震画像

震央 震央  震度1 震度1  震度2 震度2  震度3 震度3  震度4 震度4  震度5弱 震度5弱  震度5強 震度5強  震度6弱 震度6弱  震度6強 震度6強  震度7 震度7 



ประสบการณ์ตรงจากแผ่นดินไหวครั้งนี้  เปรียบเสมือนการนำเข้าสู่บทเรียนที่เข้ากับสถานการณ์จริงราวกับสร้างบทบาทสมมุติ   เป็นการศึกษาที่มีชีวิต-ชีวา น่าสนใจยิ่งนัก  เคยหันไปมองหมวกกันน็อกสีขาว   สภาพแข็งแรงแขวนไว้ในห้องพัก พลางคิดในใจว่า  “ จะมีโอกาสได้ใส่ไหมนะ   ”

   

                                                          ได้สวมใส่ดังคำถามในใจ
   

 
 
ให้ความรู้เรื่องการป้องกันตนจากภัยธรรมชาติ / นักศึกษาสังเกตการณ์การสอนแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง
 

อาจารย์ที่นี่ล้วนคัดสรรรมาเป็นอย่างดี  จึงสามารถสอนเรื่องเคร่งเครียด- ยากๆให้สนุกและเข้าใจง่าย  มีการใช้สื่อ-อุปกรณ์สมัยใหม่ให้เป็นประโยชน์  อย่างหลากหลาย  (ไม่ใช่ใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือผิดกาละเทศะ อย่างเช่นเล่นเกมหรือแอบดูภาพโป๊ในช่วงประชุมฯลฯ
         


                 
         
                                               สื่อหลายแขนง  ช่วยกันเผยแพร่- ให้ความรู้


หลายประเทศที่ให้ความใส่ใจในเรื่องความปลอดภัย มักจะทำการฝึกซ้อมการหนีไฟ  การช่วยตนเองให้รอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุต่างๆ เป็นประจำทุกปี โดยหน่วยงานต่างๆ เช่น บริษัท / โรงเรียน  ผู้เขียนเองเคยมีประสบการณ์ซ้อมการหนีไฟที่ ประเทศสหรัฐอเมริกาถึงสองครั้ง  ต่างโรงเรียนกันไป  เขาฝึกซ้อมกันอย่างจริงจัง  พาเด็กๆ เดินไปหลบภัยไกลจากที่สมมุติว่าเกิดเหตุเกือบ 500 เมตร


               
                               ห้างสรรพสินค้า  โฆษณาขายสิ่งของจำเป็นที่ต้องใช้ยามคับขัน ในราคาพิเศษ
             

สำหรับประสบการณ์ที่ประเทศไทยทำสถิติได้ 2 ครั้งเช่นกัน  เมื่อ 14 ปีที่แล้ว  ที่ศูนย์ภาษามูลนิธิญี่ปุ่นกรุงเทพฯ  หลายคนบอกว่าเขาฝึกซ้อม  ไม่ต้องปฏิบัติตามก็ได้  มีการประกาศให้หนีไฟ  แต่ไม่ให้ใช้ลิฟต์  3 ภาษาด้วยกัน คือภาษาไทย  ภาษาญี่ปุ่น และภาษาอังกฤษ   แต่เมื่อมองเห็นเปลวไฟสีแดงและควันไฟจริงๆ ลอยขึ้นเหนือบานกระจกชั้นที่ 10 ที่นั่งอบรมฯอยู่  ต่างก็รีบวิ่งลงบันไดหนีไฟกันอย่างไม่คิดชีวิต .... ยังจดจำความรู้สึกยามนั้นได้อย่างแม่นยำ  ณ นาทีวิกกฤต...แค่นึกเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้ร่ำลาใคร...หากต้องจบชีวิตลง …. การณ์ครั้งนั้นทำปากกาแบรนด์ดังหล่นหายไปอย่างไร้ร่องรอย

 

  
                        
                                       ยิ้มแย้มอย่างสดชื่น  เพราะรับรู้ว่าเป็นเพียงการฝึกซ้อมเท่านั้น

          
มีการนัดหมายฝึกซ้อมหนีไฟกันอย่างเป็นทางการ  แจกหมวกทรงแปลกที่ทำด้วยวัสดุกันไฟให้สวมใส่ และปฏิบัติตามคำประกาศจากส่วนกลางฯ เป็นภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ  ครั้งแรกให้เก็บสัมภาระฯ และใส่หมวกป้องกันไฟ รอที่ห้องเรียน  ครั้งที่สองให้อพยพลงบันไดไปที่สวนฯ ด้านนอกอาคาร  และอาจารย์ประจำชั้นทำการตรวจสอบจำนวนคนของตนครบหรือไม่

  



                                                  เรียกหา-ตรวจสอบนักเรียนของตน



                                                       ทุกคนสวมหมวกป้องกันภัย


ต่อจากนั้นเป็นสถานการณ์จำลอง  โดยนัดหมายตัวแทนจำนวน 4 คนไปปีนบันไดลิงหลบหนีที่ชั้น 5  ลงมาด้านล่าง   ในระหว่างชั้นต้องใช้เท้าถีบที่กั้นและหาทางปีนบันไดลงมา   ผุ้เขียนเป็น 1 ใน 4 ของอาสาสมัครที่ทดลองปฏิบัติการฯครั้งนี้   " ครั้งแรกที่ยังไม่ได้ดึงบันไดลิงลงมา  รู้สึกเสียววาบ...  นึกว่าจะให้โรยตัวลงมาแบบ ไม่มีอุปกรณ์ช่วย  แต่พอเห็นบันไดลิง  ถึงกับมองว่าเป็นเรื่องเด็กๆ ไปเลย...เพราะช่วงวัยเด็กชอบเล่นอะไรผาดโผน เช่น ปีนหลังคาไปไล่จับแมงดา  ไต่ขึ้นไปอ่านหนังสือบนกิ่งไม้  ฯลฯ "  

        

 
         
                        ปีนไต่บันไดลิงแบบสบายๆ จากชั้นที่ 5 ลงมาแค่ชั้น 4  เป็นการฝึกซ้อมไม่เต็มรูปแบบ


มีคำถามว่า...ประเทศไทยมีการฝึกซ้อม-ป้องกันภัยบ้างไหม  ตอบไปว่า  มีเฉพาะบางหน่วยงาน / บางบริษัทใหญ่ๆ   คำถามต่อไป :  หากเกิดภัยพิบัติเหล่านี้ขึ้นมาจะทำอย่างไรเมื่อไม่มีการซักซ้อมให้ทั่วถึง…แน่นอน… คำตอบนั้นต้องเป็นภาพรวมที่ช่วยรักษาหน้าตาของประเทศชาติด้วย  สถาบันการศึกษา(โรงเรียน) มีการให้ความรู้พื้นฐานเรื่องเหล่านี้ และฝึกทักษะอันใกล้เคียงทดแทนในกิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี 


                                         ***... ขอขอบคุณผู้เข้ามาเยี่ยมชมทุกท่านนะคะ ...***  
                                     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แลกเปลี่ยน-เรียนรู้ กิจกรรมการเรียนการสอน



ความเห็น (1)

เขียนเมื่อ 
       ***... ขอขอบคุณ "  คุณ Natni "   และเพื่อนสมาชิกจาก FB ที่กดไลท์ให้นะคะ ...***