เมื่อสมัยที่ชลัญจบพยาบาลใหม่ ๆนั้น ตั้งแต่ ปี  2537 ก็ได้ไปรับราชการที่สถานีอนามัยแห่งหนึ่ง  เป็นอำเภอชายแดนในเขตจังหวัดนครราชสีมา  ครั้งนั้นจบไปเป็นพยาบาล 3 คน และ จพ.สธ.อีก 2 คนนี่เป็นผู้ชาย  หนึ่งในนั้น ก็เป็นอดีตหวานใจของชลัญธร  เขาเป็นคนพื้นที่  เรียกว่าจบแล้วได้ไปอยู่บ้านตัวเอง  ดีจังเลย  ด้วยตอนนั้น ชลัญธรก็ออกจะงาม หุ่นอรชร อ้อนแอ้น  เสียอย่างว่ากระโดกกระเดก เหมือนม้าดีดกระโหลกทีเดียว  แต่ด้วยความเป็นคนที่นอบน้อมก็เลยทำให้ผู้ใหญ่ รัก อดีตหวานใจของชลัญคนนี้ ชื่อ เจน (นามสมมติ) เจนเป็นคนที่คล่องตัว  นิสัยดี  เอื้อเฟื้อ  ให้เกียรติผู้หญิง  ใครอยู่ใกล้มักหลงรักเขาโดยไม่ยาก 

       อยู่ที่นั่นเจน คอยดูแลเทคแคร์  ชลัญตลอด  รู้สึกอบอุ่นที่มีคนดูแล  อีกทั้งพ่อแม่เขาก็รักชลัญมาก  แต่มีอยู่สิ่งที่ชลัญรู้สึกอึดอัดมาก กับเจนคือ เจน “สูบบุหรี่”  แต่ด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน  ชลัญก็ทน  ในช่วงแรก  แต่ต่อมา  ก็มา ชลัญก็เริ่มรู้สึกว่า  ความรักน่าจะสามารถเปลี่ยนแปลง คนได้ถ้าเขารักเราเขาต้องทำเพื่อเรา  ชลัญเริ่ม ขอร้อง ในวันเกิดของชลัญที่เขาอุตสาห์มากินอาหารที่ร้านในอำเภอ  

       ชลัญ :  เจน เจนรู้สึกอย่างไรกับเรา

       เจน : ทำไมถามอย่างนั้น เราคบกันมาจะเป็นปีแล้ว  ยังจะให้เจนพูดอะไรอีก

       ชลัญ : วันนี้เป็นวันเกิดเรา ขออะไรเจนอย่างได้มั๊ย

       เจน : ไม่ต้องขอ  เจนให้

  จากนั้น เจนก็ หยิบบางสิ่งในกระเป๋าออกมา มีเป็นสร้อยข้อมือ ทองน่ารักเส้นหนึ่ง ซึ่งเจนเตรียมมา ให้ชลัญในวันเกิด

       เจน : เราเตรียมให้ โจ้  น่าจะใส่ได้  ตอนแรกจะซื้อแหวน แต่ กะนิ้วไม่ถูกเดี๋ยวใส่ไม่ได้  เอาเป็นสร้อยข้อมือน่ารักดี

ชลัญ ก็ปลื้มซิค่ะ  แต่ยังไม่ลืมเรื่องที่จะพูดแน่

       ชลัญ : ขอบคุณนะเจน เราชอบ   แต่ยังไงเราก็ขอ

       เจน :  โจ้จะขออะไรเจน  อย่าบอกนะว่าจะขอเจนแต่งงาน

       ชลัญ : บ้า เจนต้องขอเรา  ไม่เอา นอกเรื่องแล้ว (จริงๆน่ะเขิน ) 

       เจน : เอ๊า ว่ามา โจ้จะขออะไรเจน

       ชลัญ : เราอยากให้เจนเลิกบุหรี่  ได้มั๊ย  เราเป็นห่วงเจน นะ

       เจนเริ่มมีสีหน้าตึงเครียด  ขึ้นมา   แล้วเริ่มพูดว่า

       เจน :  โจ้ เราไม่ได้ติดบุหรี่ นะ  สูบไม่กี่ตัวต่อวันเอง

       ชลัญ :  แต่ต่อไปเจนจะติดบุหรี่ แล้วมันจะเลิกอยากนะ

       เจน :  เราสูบบุหรี่แล้วเราเป็นคนไม่ดี เหรอ โจ้

ชลัญ :(อ้าว ซะงั้น )  ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น แต่ถ้าเลิกได้  มันจะเป็นผลดี ต่อตัวเองนะ  อีกอย่างเรารู้สึกอึดอัดทุกครั้งที่อยู่กับคนสูบบุหรี่ (ชลัญมักจะกล้าพูดในสิ่งที่ตรงกับความรู้สึกของตัวเองเสมอ)

       เจน : จริงๆ โจ้ไม่ชอบแค่เพียงเจนกินเหล้าสูบบุหรี่นี่เหรอ

       ชลัญ : มันไม่ใช่อย่างงั้น ไปกันใหญ่แล้ว

       ตอนนี้เจนท่าทางอึดอัด แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำนานทีเดียว  กลับมาอีกครั้งพร้อมกับกลิ่นบุหรี่

       เจน : ไปกลับเถอะ เดี๋ยวจะดึกนี่ก็ จะ 2 ทุ่ม แล้ว  เดี๋ยวยายเป็นห่วง  ( ที่สถานีอนามัยจะมียายคนหนึ่งมักมานอนเป็นเพื่อนชลัญประจำ  ตอนนี้ท่านเสียแล้ว )

       ขณะนั่งรถกลับเจน ไม่พูดอะไรตลอดทาง  พอถึงสถานีอนามัย  ก็ขอตัวกลับ

       ชลัญเพิ่งรู้ว่าเหตุการณ์วันนั้นของชลัญ มันทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด  เจนโกธร  ที่ชลัญ พยายามทู่ซี้ให้เขาเลิกบุหรี่ ทั้งๆที่การสูบบุหรี่กับกินเหล้าของเขามันไม่ได้ทำให้เขาเป็นคนเลว เลย  ก็จริงดังที่เขาว่า  แต่ชลัญคิดไกลกว่านั้น  หลังจากนั้นเจนก็เริ่มตีตัวห่างออก  พี่ที่อยู่สถานีอนามัยเดียวกับชลัญก็มาถาม  ว่าวันนั้นมีอะไรกัน ชลัญก็เล่าเรื่องทั้งหมด ให้พี่อู๊ดฟัง

       พี่อู๊ด : ไอ้เจนมันไปเมาอยู่บ้านพี่ต่อจนเช้า พี่ยังสงสัยว่า อะไรวะวันเกิดโจ้ เสือกเมาคิดว่าทะเลาะกัน  เห็นมันบ่นๆ  กะว่าจะขอแต่งงาน เพราะดูพ่อแม่ก็รักเราไม่เบา เร่งเร้าทีเดียว อ๋อเรื่องแค่นี้เองก็เลยไม่ได้ขอแต่งงาน  ถูกขอให้เลิกบุหรี่ซะนี่

       ชลัญ : พี่อู๊ด เรื่องแค่นี้ได้ไง  อะไรกันแค่ขอให้เลิกบุหรี่ดันโกธร  คิดไปโน่นหาว่าเราว่าเป็นคนเลว โอ๊ยไปกันใหญ่โตเป็นเจ้าหน้าที่สาธารณสุขเรียนก็เรียนมาแล้ว  ขนาดตัว ตัวเองยังไม่รัก  เขาคงไม่รักคนอื่นเท่าไรหรอก ช่างมันเถอะพี่

       จากนั้นเจนก็ทำตัวห่างออกไปเรื่อยๆ  จนมีอยู่วันหนึ่งพี่อู๊ดก็ขอคุยกับชลัญ เพราะอึดอัดในความอึมครึมของทั้งคู่ 

       พี่อู๊ด : โจ้พี่ถามจริงๆ คิดว่าจะเลิกกันกับเจนเหรอ

       ชลัญ : คงงั้น ( ตอบสั้นๆ พร้อมน้ำตาคลอ )

       พี่อู๊ด : พี่ว่า ยอมๆมันหน่อยก็ได้มั๊ง  มันก็ไม่ใช่คนเลวอะไร  แล้วยิ่งตอนนี้มันบอกว่า  มีสาวพยาบาลในโรงพยาบาลขอยอมรับมันที่เป็นมัน คือกินเหล้าสูบบุหรี่ แล้วดูท่ามันจะเอนไปทางนั้นมากด้วย

       ชลัญ : โจ้รู้แล้วพี่อู๊ด  แต่ชีวิตโจ้จะต้องเจอแต่คนสูบบุหรี่ตลอดชีวิตเลยเหรอ  พ่อก็สูบ แล้วโจ้ก็เป็นโรคภูมิแพ้ และหอบหืดเพราะบุหรี่  แล้วถ้ามีลูกเกิดมาล่ะ  ลูกจะต้องเป็นแบบนี้อีกใช่มั๊ย

       ชลัญฟูมฟายทั้งน้ำตา จำได้ว่าตอนนั้นเสียใจที่สุดฝากสร้อยข้อมือไปคืนเจน   จากนั้นเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย  เจอกันเฉพาะประชุม และ ในงานเท่านั้น  ชลัญตัดสินใจย้ายกลับภูมิลำเนา

       อีกสองปีทราบข่าวว่า เจนแต่งงานกับพยาบาลสาวนั่น   และเจนก็ยังไม่เลิกบุหรี่  ยังสูบจัดกว่าเดิม  แล้วก็ไม่ได้ติดตามข่าวของเจนอีก  จนกระทั่งเมื่อ  1 เดือนที่ผ่านมา น้องที่เคยทำงานที่เดียวกันนั้น มาให้เซ็นค้ำประกันสหกรณ์ให้มาหาที่บ้าน  ก็ได้เล่าเรื่องของเจนให้ฟัง

       มะเดี๋ยว : พี่โจ้ ได้ข่าวพี่เจนมั๊ย

       ชลัญ :  เปล่าไม่ได้ติดตามข่าวเลยนานแล้ว รู้แต่ว่ามีลูก 2 คน  ตอนหลังนี่มีกิ๊ก เป็นรุ่นน้อง ระหองระแหงกับแฟนบ่อยๆ  (นี่ขนาดไม่ได้ติดตามข่าวนะนี่ )

       มะเดี๋ยว : พี่เจนเพิ่งออกจากโรงพยาบาลน่ะพี่  สักปีหนึ่งที่ผ่านมานี่ พี่เจนหอบบ่อย  ลูกแก 2 คน ก็เป็นโรคหอบนะ ผลัดกันเข้า รพ.เป็นว่าเล่น  พี่อ้อย (นามสมมติภรรยาเจน) แกก็บ่นตลอด แต่พี่เจนก็เลิกบุหรี่ไม่ได้  เข้าโรงพยาบาลหลังสุดนี่ หมอบอกถุงลมโปร่งพองแล้ว แกคงต้องเลิกแล้วแหล่ะ  ไม่งั้น เดสมอเร่แน่

       ชลัญก็ได้แต่รับฟัง และเศร้าใจกับอดีตหวานใจ   เฮ้ย! รอดแล้วเรา   ชลัญตัดสินใจถูกที่ไม่เลือกเจน  ความรักของคนสามารถเปลี่ยนอะไรได้หลายอย่าง  แต่บางอย่างเปลี่ยนไม่ได้เลย  เพราะคนเรา มัก ไม่สามารถเอาชนะใจ หรือ กิเลสของตัวเองได้   ตอนที่ทำคลินิกเลิกบุหรี่นั้นรู้เลยว่า  การเลิกบุหรี่มันยาก มีคุณหมอเคยมาแซว

”พี่โจ้พูดจนน้ำลายหมดปากเขาก็ไม่เลิกหรอก ต้องบอกว่า “คุณเป็นมะเร็งปอด” นั่นแหล่ะ หยุดแน่”

ท่าจะจริงของหมอ  

แต่ตอนนี้ชลัญก็รอดแล้วแหล่ะ เพราะคุณป๊าไม่กินเหล้าไม่สูบบุหรี่  พ่อก็เลิกบุหรี่มาได้ 20 กว่าปีแล้ว 

เดี๋ยวตอนต่อไปจะมาเล่าว่าพ่อเลิกบุหรี่ได้อย่างไร

ชลัญตั้งใจจะเล่าให้ครบทุกมิติ   แรกเลยก็คือในฐานะพยาบาล  ที่ทำคลินิก เลิกบุหรี่  เขียนไปแล้ว คือ

  1. คลินิกเลิกบุหรี่
  2. เห็นอย่างนี้แล้วยังจะสูบอยู่มั๊ย

เรื่องนี้ก็เป็นในมิติของ  ความรู้สึกของผู้หญิงต่อคนสูบบุหรี่ และอีกมิติคือผู้ป่วยที่มาเข่าคลินิกเลิกบุหรี่ แบบรายบุคคล และรายกลุ่ม   ซึ่งจะทยอยเขียนต่อไป