๖  มิถุนายน  ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน

 วันจันทร์ที่ ๒๘  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  เข้าสำนักงานเช้านี้แวะสโมสรเพื่อดื่มกาแฟเช่นเคย ท่านรองฯและเจ้าหน้าที่กรูกันเข้ามาพร้อมแจกันดอกไม้แบบไม่ให้ตั้งตัว จุดประสงค์เพื่อแสดงความยินดีกับการจบหลักสูตรและได้รับประกาศนียบัตรกฎหมายปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ตามมาตรฐานที่ ก.ศป.รับรอง  เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ได้กล่าวขอบคุณในน้ำใจไปตามสมควร เพราะปทุมธานีเป็นปริมณฑลของเมืองหลวง ดำเนินชีวิตแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่ค่อยจะยินดียินร้ายต่อกัน เหมือนต่างจังหวัด เมื่อได้เห็นการแสดงน้ำใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็มีคุณค่าประดุจหยดน้ำค้างในทะเลทราย  ขึ้นไปทำงานเอกสารที่ห้องชั้น ๓ จนเกือบเที่ยงชวนท่านรองฯ ได้ ๓ - ๔ คน ไปทานอาหารที่ร้านบ้านสวนริมคลอง ตำบลเชียงรากใหญ่ อำเภอสามโคก ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ติดคลองบ้านพร้าว บรรยากาศบ้านทรงไทยโบราณที่เจ้าของพักอาศัยเอง จัดสวนและส่วนบริการไว้ริมน้ำมีทั้งชั้นบนและชั้นล่าง  โต๊ะเก้าอี้ไม้สักตัวใหญ่ ๆ ทำให้ภูมิฐาน  น้ำในคลองบ้านพร้าวใสสะอาด ช่วยเสริมบรรยากาศให้ร่มเย็นเป็นกันเอง  เจ้าของร้านบริการดี อาหารก็อร่อย  มีห้องประชุมขนาดเล็กไว้บริการด้วย  บ่ายกลับสำนักงานทำงานเอกสารสลับกับการรับแขก

วันอังคารที่ ๒๙ พฤษภาคม  ๒๕๕๕  เช้าทำงานแฟ้มเอกสารและศึกษารายละเอียดของ Tablet ที่รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการจัดซื้อจากประเทศจีน  ผมทำความคุ้นเคยกับTablet มา ๑ ปี พบว่าผู้ใช้มีความสะดวกสบายในการใช้งานตามสมควร หากจะถามถึงความคุ้มค่าจากประโยชน์ใช้สอย นับว่ายังเป็นรอง Notebook แต่ได้เปรียบในเรื่องการพกพา ที่เบาบางไม่เกะกะ ในส่วนของตัวเนื้อหาที่เขาเรียกกันว่า Apps ต่าง ๆ ของฟรีก็มีให้ใช้ในระดับพื้น ๆ หากจะลงลึกต้องเสียงเงินซื้อเอา ผมลองซื้อมาติดตั้งหลายตัว พบว่าไม่เจ๋งเหมือนที่คาดหวัง แต่บางตัวของเขาก็ดี ภาคความบันเทิงมีหลายรูปแบบพวกที่ใช้ Tablet มักจะไปติดอยู่ที่ตรงจุดนี้ ยิ่งเป็นเด็กก็เชื่อว่าหนีไม่พ้นการดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมส์  สำหรับหนังสือสามารถโหลดมาเก็บไว้ได้ไม่หวาดไหว แต่หากเป็นหนังสือดี ๆ ต้องซื้อหาเหมือนกัน กลางปีที่แล้ว สพฐ.ส่งผมและคณะร่วม ๓๐ คน ไปดูการเรียนการสอนด้วย Tablet ที่สหรัฐอเมริกา พยายามลองทำอย่างเขาบ้างก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เช่น การสอนดนตรี แม้จะมี Apps ให้หามาได้ทั้งซื้อและของฟรี แต่ครูต้องมีความช่ำชองเรื่องดนตรีจึงจะสอนได้ บทเรียนอื่น ๆ ก็ต้องเตรียมเนื้อหาที่เหมาะสมจึงจะเกิดการเรียนรู้ สรุปแล้ว Tablet ก็ไม่ต่างอะไรกับคอมพิวเตอร์พีซีทั้งหลายที่โรงเรียนใช้มาหลายปี ไม่สามารถแทนครูได้ แต่หากครูเก่ง เจ้า Tablet นี้ก็จะเก่งตามครูไปด้วย  เที่ยงสั่งข้าวยำมาทานที่ห้องทำงาน เพราะกำลังลดน้ำหนักตัวเองลงมาสู่พิกัดที่เหมาะสม พบว่าตัวเบาขึ้นเยอะ  บ่ายทำงานต่อจน ๑๕ นาฬิกาเดินทางไปพัทยาเพื่อฟังสวดพระอภิธรรมศพผู้ใหญ่ สามทุ่มเดินทางกลับ การขับรถยามค่ำคืนสบายตรงที่ไม่ร้อน แต่ก็เสี่ยงกับการหลับในเพราะร่างกายอ่อนล้ามาทั้งวัน

วันพุธที่ ๓๐  พฤษภาคม  ๒๕๕๕  เช้าแต่งชุดขาวหมายถึงเสื้อซาฟารีสีขาว กางเกงขายาวสีขาวเพราะมีหนังสือจังหวัดขอความร่วมมือมาให้แต่งกายในเทศกาลวิสาขบูชา  เวลา ๐๙.๐๐ น. ไปประชุมหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ที่ศาลากลางจังหวัดชั้นที่ ๕ ท่านผู้ว่าฯ เป็นประธาน มีข้อราชการที่เน้นหนักไปในเรื่องแก้ปัญหาประชาชนประท้วงเรื่องเงินชดเชยค่าเสียหายจากน้ำท่วม  โทรศัพท์มือถือเสียเอาดื้อ ๆ ใช้การไม่ได้ตั้งแต่เช้า พรรคพวกช่วยกันซ่อมก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในที่สุดก็ได้เบาะแสว่าอาจจะเป็นเพราะซิมเสีย  เลิกประชุมท่านธนารักษ์จังหวัดเชิญไปที่ห้องทำงาน ท่านมอบเอกสารสิทธิ์การอนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุสำหรับสร้างที่ทำการสำนักงานเขตที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลงนามเรียบร้อยแล้ว เป็นความสำเร็จบริบูรณ์ในเรื่องพื้นที่ ราคาประเมินทั้งแปลง  ๘๙๒ ตารางวา ๆ ละ ๓๐,๐๐๐ บาท รวม ๒๖.๗๖๐.๐๐๐ บาทถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน พากันไปทานข้าวเที่ยงที่ร้านรชานนท์ร่วมกับเกษตรจังหวัด ประมงจังหวัด และทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมจังหวัด บ่ายมานั่งฟังบรรยายสรุปที่ทำขึ้นเพื่อรับการเยี่ยมชมสำนักงานเขตของคณะกรรมการสภาการศึกษาในวันพรุ่งนี้  เป็นข้อมูลพื้นฐานสั้น ๆ เรียบ ๆ เพียง ๕ นาทีก็จบ  เห็นดีเห็นงามตามที่เขาทำกันมา

วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ พฤษภาคม  ๒๕๕๕  ต้อนรับคณะจากสภาการศึกษาตั้งแต่เช้าตรู่ กรรมการค่อย ๆ ทยอยกันมา มีนายสมบัติ  อุทัยสาง อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอาณัฐชัย รัตตกุล นางสาวหญิงฤดี ภูมิศิริรัตนาวดี นายพิเชษฐ์  พิชัยรัตน์ และอีกหลายท่านจำชื่อไม่ได้ มีรองเลขาธิการสภาการศึกษา ดร.จิรพรรณ ปุณเกษม เป็นหัวหน้าทีม นอกนั้นเป็นสื่อมวลชน ประชุมกันในห้องประชุมเล็กอภิปรายซักถามกันพอรอบวงเพราะเวลาจำกัด เที่ยงสั่งข้าวมาเลี้ยงที่สโมสร บ่ายหลายท่านกลับเพราะติดราชการ ที่เหลือไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี ท่าน ผอ.สิงห์โต  แก้วกัลยา จัดหนักให้เด็ก ๆ แสดงความสามารถกันเต็มที่  จนกรรมการชื่นชมในความสามารถของเด็กไทย เปลี่ยนเจตคติที่คิดว่าเด็กไทยแย่แล้วไปได้มาก

วันศุกร์ที่ ๑  มิถุนายน  ๒๕๕๕  เช้านี้เดินทางไปโรงเรียนชุมชนวัดหน้าไม้เป็นประธานร่วมกับประธานกรรมการบริหารบริษัทไทยบริดสโตนซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่น ในการจัดกิจกรรมดำนาตามโครงการ “บริดจสโตนร่วมใจพลอกฟื้นวิถีไทย ร่วมใจลงแรงดำนา” (ภายใต้ศูนย์การเรียนรู้ตามรอยพ่อกับเศรษฐกิจพอเพียง) เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีการลงแขกดำนา  โรงเรียนชุมชนวัดหน้าไม้ มีที่นาหลายไร่ ปกติผู้ปกครอง ครูและนักเรียนช่วยกันทำ เมื่อปีที่แล้วกลุ่มบริดสโตนได้ร่วมโครงการ เสียดายผลผลิตจมหายไปกับสายน้ำ ปีนี้จึงรวมพลังกันใหม่ มีผู้เข้าร่วมโครงการประมาณ ๓๐๐ คน บ่ายทำงานแฟ้มเอกสารต่าง ๆ เพราะจะมีวันหยุดราชการต่อเนื่องไปถึงวันจันทร์วิสาขบูชา ตั้งใจจะลงปักษ์ใต้เพื่อเยี่ยมบุพการีและญาติมิตรที่พัทลุงและชุมพร

นิทานก่อนลาสัปดาห์นี้ ชายคนหนึ่งเป็นคนขี้เหนียว เขามักจะเอาสมบัติฝังดินไว้รอบ ๆ บ้าน ไม่ยอมนำมาใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์  ต่อมาเขากลัวว่าจะไม่ปลอดภัยถ้าฝังเงินทองไว้หลายแห่ง  เขาจึงขายสมบัติทั้งหมดแล้วซื้อทองคำแท่งหนึ่ง มาฝังไว้ที่หลังบ้านแล้วหมั่นไปดูทุกวัน  คนใช้ผู้หนึ่งสงสัยจึงแอบตามไปดูที่หลังบ้าน  แล้วก็ขุดเอาทองแท่งไปเสีย  ชายขี้เหนียวมาพบหลุมที่ว่างเปล่าในวันต่อมาก็เสียใจ  ร้องห่มร้องไห้ไปบอกเพื่อนบ้านคนหนึ่ง  เพื่อนบ้านจึงแนะนำประชดประชันว่า "ท่านก็เอาก้องอิฐใส่ในหลุมแล้วคิดว่าเป็นทองคำสิ เพราะถึงอย่างไรท่านก็ไม่เอามาใช้อยู่แล้ว"  นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ของมีค่า ถ้าไม่นำมาทำให้เกิดประโยชน์ก็ย่อมเป็นของไร้ค่า

 กำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑