เริ่มต้น ค้นคว้า หาเป้า เหลาโจทย์ กำหนดวิธีการ ทำงานภาคสนาม ถามหาความรู้ใหม่ ใช้บทคัดย่อนำทาง นำเสนออย่างสร้างสรรค์ มุ่งมั่นสู่ขั้นเทพ

    วันดีๆ วันนี้  30 พฤษภาคม 2555  R2R โรงพยาบาลหนองคายได้เริ่มต้นและก่อร่างสร้างตัวขึ้นแล้ว  หลังจากที่ดูคลุมๆเครือๆมานาน ต้องให้เครดิต คุณเสาวลักษณ์  สัจจา  ที่เป็นผู้นำทีมในการดำเนินงานครั้งนี้ นำร่องโดยกลุ่มงานเวชกรรมสังคมและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขต CUP อำเภอเมืองเป็นทีมงานที่เข้มแข็งมาก  บรรยากาศในวันนี้จึงเป็นการเรียนรู้  R2R ที่เป็นแบบกันเอง  เรียบง่าย แบ่งปัน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้แบบไม่เคร่งเครียด วันนี้เราเรียนรู้โดยการปฏิบัติ ไม่เน้นทฤษฎี แต่เน้นว่าเราจะทำอย่างไรมากกว่า    

            เริ่มงานด้วยท่านรองผู้อำนวยการด้านการแพทย์(นพ.ศุภชัย จรรยาผดุงพงศ์) กล่าวเปิดงาน มีคุณหมอภรณี  พรวัฒนาเป็นผู้กล่าวรายงาน แม้จะเริ่มต้นแบบเป็นทางการ แต่ผู้บริหารก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย

 

        หลังจากนั้น ปูพื้นความรู้เล็กน้อยโดยคุณเสาวลักษณ์ ซึ่งเธอบอกว่า “องค์ความรู้จากที่ได้เรียนมาจากอาจารย์หลายท่าน ทั้งอ.โกมาตร อ.กระปุ๋ม และท่านอื่นๆ  ประมวลแล้วมาเป็นหลักในการทำแบบง่ายๆ สไตล์เสาวลักษณ์”  ก็นับว่าเข้าทีเลยทีเดียว 

 R2R   R2R - พัฒนางานประจำที่ทำทุกวัน... ให้เป็นผลงานวิจัย

                   - เปลี่ยนปัญหาหน้างาน... ให้เป็นผลงานวิจัย 

R2R  จึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน  เพื่อพัฒนางานขับเคลื่อนองค์กร สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้

  • ควรพัฒนา R2R จากงานที่ทำอยู่ ... ไม่ควรเปิดหน้างานเพิ่มภาระให้ตนเอง  ทำเรื่องยากๆ ให้เป็นเรื่องง่ายๆ..

  • ใช้ concept success story telling มาเป็นเครื่องมือกระบวนการ และ R2R ไม่จำเป็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่

  • เป้าหมายของการทำ R2R คือ การน้อมนำไปสู่สภาวะการทำงานประจำให้เกิดคุณค่าอันทรงพลังและมีความหมาย ทำให้คนหน้างานตื่นและฟื้นจากสภาวะภายในที่ครอบงำจากหลุมดำแปรเปลี่ยนมาเป็นการนำพลังด้านดีงามมาใช้

หลักสำคัญ คือ

1.โจทย์วิจัย R2R  ต้องมาจากปัญหาหน้างาน มาจากงานประจำที่ทำกันอยู่และต้องการพัฒนาให้ดีขึ้น

2.ผู้วิจัย ต้องเป็นผู้ทำงานประจำนั้นเอง และต้องทำหน้าที่หลักในการวิจัยด้วย

3.ผลลัพธ์ของงานวิจัย  ต้อง วัดผลได้จากตัวผู้รับบริการ จากเรา หรือผู้ป่วยโดยตรง เช่น ด้านการทำงานบริการ จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน  การบริการดีขึ้น  แก้ปัญหาภาระงานที่ทำอยู่ได้  ส่วนด้านการดูแลผู้ป่วย ผลการรักษาจะดีขึ้น  ภาวะแทรกซ้อนหรือระยะเวลาในการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลลดลง เป็นต้น

4.  การนำผลการวิจัยไปใช้  สามารถนำไปปรับปรุงการทำงานและการบริการให้ดีขึ้นในบริบทของแต่ละองค์กร

อีกท่านหนึ่งที่เข้ามาแชร์ในวันนี้คือคุณหมอพิสิฐ อินทรวงษ์โชติ ได้เล่าเรื่อง R2R ในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานใน CUP เมือง ทำให้เห็นตัวอย่างการทำ R2R ทำให้งานนี้มีสีสันยิ่งขึ้น

 

     ต่อไปก็เข้ากลุ่ม การฝึกปฏิบัติแบ่ง 3 กลุ่ม มีดิฉัน คุณสุดสวาทและคุณเสาวลักษณ์ เป็นวิทยากรประจำกลุ่ม  คุณสุดสวาทเป็นผู้ดำเนินการหลัก เธอเล่าว่า การศึกษาจากวีดิทัศน์ ของอาจารย์ โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ การทำ R2R มี Keyword สำคัญๆ คือ เริ่มต้น  ค้นคว้า หาเป้า   เหลาโจทย์  กำหนดวิธีการ ทำงานภาคสนาม ถามหาความรู้ใหม่ ใช้บทคัดย่อนำทาง นำเสนออย่างสร้างสรรค์  มุ่งมั่นสู่ขั้นเทพ  

      คุณสุดสวาทได้ยกตัวอย่างการศึกษา จากความสงสัยที่ว่า การใช้กระติกน้ำแข็งในการขนส่งยาจากห้องยาไปหน่วยงานต่างๆนั้น มีอุณหภูมิเท่าไร ได้มาตรฐานไหม จึงไปค้นคว้าว่ามีใครทำอย่างนี้บ้าง และได้ศึกษาต่อ เริ่มต้นจากความสงสัยสู่การพัฒนางาน ที่สำคัญอยากให้รู้สึกว่าทุกคนทำ R2R ได้   R2R เป็นเครื่องมือ ที่ทำให้การทำงานมีความสุข

 

    ในกลุ่มวันนี้ให้ค้นหาประเด็นที่เป็นปัญหาที่เผชิญอยู่ในหน้างานและรู้หลักการค้นหาข้อมูล รู้ว่าใครคิดจะทำเรื่องอะไร ซึ่งผลสรุปออกมาก็มีหัวข้อวิจัยหลายข้อได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยใน จะศึกษาปัญหาเรื่องผ้า  หอผู้ป่วย 60 เตียงชั้น3 เรื่อง อาหารว่างมีผลต่อระดับน้ำตาลในเลือดผู้ป่วยหรือไม่? งานผู้ป่วยนอก เรื่องผู้ป่วย HIV ตั้งครรภ์ไม่พร้อม  รพ.สต.แต่ละแห่งก็มีเรื่อง R2R  กลุ่มงานเวชกรรมสังคม ทำ R2R กันคนละเรื่อง เป็นอย่างนี้แล้ว R2R คงไม่ยากเกินไปใช่ไหมคะ

    พวกเราหวังเพียงว่าผลที่ได้คือ โรงพยาบาลได้มีการพัฒนางานอย่างเป็นระบบ ส่งผลต่อคุณภาพบริการที่ดีขึ้น คนในองค์กรมีคุณภาพ ทำงานอย่างมีคุณค่า ลูกค้าพึงพอใจ ส่วนผลออกมาจะดีแค่ไหนก็อยู่ที่พวกเราทุกคนที่จะสรรสร้างให้งานของเรามีคุณค่า เมื่อผู้ป่วยปลอดภัย การดูแลมีคุณภาพ หวังว่าบุญกุศลคงจะเกิดแก่ผู้ก่อการดีทุกท่านนะคะ

      นัดพบกันใหม่อีกครั้งหน้า  ด้วยเรื่องเล่า ดี ๆ จากคนทำงานและ  ถอดบทเรียน 

       ขอบคุณทีมงานทุกคน คุณน้องปรานต์ศศิ  พิธีกรสาวสวย น้องเกศ น้องตุ๊ก น้องกล้วย และผู้อยู่เบื้องหลังทุกคนที่ทำให้งานนี้สำเร็จด้วยดี

 

                                 บันทึกโดย   มณีวรรณ  ตั้งขจรศักดิ์

                                             30 พฤษภาคม  2555

(สำหรับตัวดิฉันแล้ว ขอขอบคุณพี่แก้วและทีมศรีนครินทร์ ที่เป็นอาจารย์เรื่อง R2R ตั้งแต่แรกเริ่มเรียนรู้ จนถึงวันนี้ ขอบคุณค่ะ)