โคชเป็นฝ่ายบุ๋น ฟาก็เป็นฝ่ายบุ๋น ต่างก็เป็นสิ่งเดียวกัน
การเป็นวิทยากร สิ่งสำคัญที่สุดคือสภาพแวดล้อมของเวที และความพร้อมของผู้ร่วมวงเวที การพัฒนาครู ฟา ครั้งนี้ผู้ที่เข้าร่วมวงย่อมเป็นผู้เยี่ยมยุทธในพื้นที่
บางท่านเป็นเจ้าสำนัก
บางท่านเป็นกระบี่มือหนึ่งของป้อมค่าย สำนักที่สังกัด
และหลายท่านก็เป็นนักศึกษา ผู้เสาะแสวงหาของวิเศษ ในการเข้าสังกัดค่ายพรรค
อาจารย์เอกนำเวทีเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ 21 ที่โลกไร้พรมแดนทั้งการสื่อสาร การค้า และวิชาการต่างๆ ดังนั้นต้องเตรียมพร้อมกันในทุกๆด้าน เหมือนการเข้าสู่ยุคยุค IT โกเบอร์ไลเซชั่นที่ผ่านมา
แต่ผู้เขียนไม่ค่อยกังวลกับการเข้าสู่อะไรๆ ที่ใหม่ๆตามที่เขาเตรียมการกัน เพราะถึงอย่างไรก็มีคนไทยๆ อีกหลายคนก็ยังคงวนเวียนเตรียมพร้อมแบบไทยๆเรา ตามสภาพการที่เห็นและเป็นอยู่
มาถึงคิวโคชปุ้ย เหมือนที่จั่วหัวเรื่องไว้ว่าสภาพแวดล้อมของเวทีต้องเอื้อต่อการเป็นคนชวนคุยตามทักษะของแต่ละคน เพราะทักษะวิชาการโคช ของโคชปุ้ย เป็นไปในลักษณะของการแอคชั่น ให้เห็นด้วยการกระทำ(ยอน)ให้มีพลัง ดังนั้นเมื่อการดับ เซียนโดยการ กินพลางพูดพลาง แล้วยังนั่งพูด แต่ถึงอย่างไรโคชชั้นเทพย่อมเอาอยู่ ไม่เป็นอุปสรรค ทฤษฎีวิชาโคช คนที่ทำมากับมือย่อมเชื่อมั่นและศรัทธา ในวิชาที่คิดค้น โคชปุ้ยก็เช่นกัน ลีลาท่าทางและความมั่นใจเป็นทุนในการชวนคุยได้เกินร้อย
คำถาม แล้วก็มาถึงคำถามที่โคชชวนคุยและถาม ทั้งเรื่องตัวเลข 1000 และตัวหนังสือความแตกต่าง ว่าทุกคนเห็นสิ่งเหล่านี้แล้วนึกถึงอะไร ในคำถามความแตกต่าง ผู้เขียนมองเห็นและคิดถึง ความงาม เพราะมีความแตกต่างคือมีความงาม เป็นความหลากหลายที่สวยงาม โคชปุ้ยบอกว่า การเป็นโคชกับการเป็น ฟา แตกต่างกัน ในประเด็นนี้ ผู้เขียน คิดเห็นว่าเหมือนกัน ต่างกันที่ความแรงและรูปแบบของการเป็นผู้ให้ เปรียบการโคชเป็นฝ่ายบู๊ การ ฟาเป็นฝ่ายบุ๋น
แล้ทำให้ผู้เขียนนึกต่อไปถึงนิทานที่ได้รับฟังมาเมื่อ 50 ปีล่วงมาแล้ว แต่เวลาไมมี ทำให้ไม่ได้เล่านิทานประกอบ จึงนำความคิดมาขยายความต่อทางบันทึก ให้ลองนึกตามว่าที่ผู้เขียนนึกคิดความแตกต่างของโคชกับ ฟาเป็นอย่างไร ....
เรื่องมีอยู่ว่า ลมพายุ กับลมเพ ลมพัด ต่างอวดอ้างถึงความดีวิเศษของตน ลมพายุก็อ้างว่าเขาเป็นพายุมีอานุภาพมหาศาลสามารถพัดทำลายล้างสรรพสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลอง ส่วนลมพัดก็บอกอ้างว่าเขาเป็นลมแห่งการสร้างสรรค์ความสบายให้กับสรรพสิ่ง แล้วลมทั้งสองชนิดก็ท้าทายทดลองความแรงกัน โดยท้ากันว่าหากใครลมไดสามารถ พัดพาให้ลิงตกจากต้นไม้ได้ ก็จะเป็นผู้ชนะ เรียกว่าลมชนะ (ชนะลม ยาหอมยี่ห้อหนึ่ง)
แล้วลมพายุก็อาสา พัดพาก่อน พัดจนต้นไม้ล้มระเนระนาด แต่ลิงพอเห็นพายุมาก็ตั้งตากอดต้นไม้ จนลมหาย ก็ยังกอดต้นไม้อยู่ได้ ฝ่ายลมพัดถึงเวลาก็พัดอย่างแผ่วเบา จนลิงหลับพลัดตกจากต้นไม้
ดังนั้นในความเห็นของผู้เขียน ทั้งโคชและ ฟา ก็ เป็นทั้งฝ่ายบู๊ ฝ่ายบุ๋น เป็นทั้งลมเพ ลมพายุ.....ด้วยประการะฉะนี้แล
ความแตกต่างที่สวยงาม
เป็นผู้ชนะ....ต้องชนะใจตนก่อน
^ ^ คัดลอกบันทึกของบังออกมาบางส่วนดังนี้ครับ
ชอบทั้งบู๊และบุ๋น
ดีใจมาก ๆ ที่พบท่านลุงบังนะคะ ความรู้ ประสบการณ์เพียบจริง ๆ
ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน
มีรูปแบบและวิธีการในแบบของตนเอง...นำมาซึ่งจุดมุ่งหมายเดียวกัน
เสียดายเวลามีน้อย อดฟังนิทานจากลุงบัง
แต่มาตามอ่านเอาในนี้ก็ยังดีคะ
เรียนคุณหมอเปิ้ล ....คมคิดคือ จัดการความรัก ก่อนจัดการความรู้
แล้วไม่ว่าจะ โคช หรือ ฟา ก็จะง่ายในการจัดการ
เรียนอาจารย์ น้องเอก.... จัดการความรัก ก่อนจัดการความรู้ งานนี้มีการจัดการความรัก จากเพื่อนพ้องที่รักกันอย่างดีเยี่ยม
เรียนคุณหมอ ธิรัมภา...มีวาสนามาเจอกัน แต่มีเงื่อนเวลามาขวางกัน ทำให้ ได้คุยกับทหารพรานหญิงน้อยไป
คงต้องไปกินปลาเมี่ยงถึงจะได้คุยกันไม่จำกัดด้วยเงื่อนเวลา
สวัสดีคริสตี้บี... ถ้าเป็นนิทานพื้นบ้าน และปริศนาคำทาย รับรองคืนหนึ่งเล่าไม่จบ
มีวาสนาพบกันก็เป็นบุญ คงมีโอกาสครั้งต่อๆไป
บู๊+บุ๋น.. ถ้าอยู่คู่กัน.. มักไปโลดดดด
สวัสดีค่ะพี่บังวอญ่า
อ้าว...ลมเพลมพายุเหรอคะ นึกว่าลมเพลมพัดซะอีก แหะแหะ
ขอบคุณกับบันทึกมีสาระนะคะ....
สวัสดีคุณ ระพี ...ไม่ว่า ฟา หรือโคช ไปได้โลด เพราะเป็นการคึงศักยภาพในตัวออกมาพัฒนา สู่การเป็น ฟา เพื่อไปพัฒนาต่อ
เรียนครูกี้ เป็นดั่งที่ท่านคิดครับ คือลมเพลมพัด กับลมพายุ น่ะครับ
ครูฟาไปฟาครู ให้ครูมีฟา
ยินดีที่ได้เจอกันอีก เก็บเกี่ยวประเด็นได้เยอะมาก ๆ มาอ่านทบทวนแล้ว ขอบคุณมากคะที่นำมาเล่าขานอีกครั้ง และยินดีด้วยที่ได้เข้ารอบรางวัลสุดคนึง
สวัสดีน้อง ไก่ หลับบ้างตื่นบ้าง เพราะเพลียในการเดินทาง
แต่ก็ยังพอจับประเด็นได้ เอามาขยายสู่กันอ่าน
ขอบคุณที่ช่วยลุ้นเข้ารอบ สุดคนึง
ท่านวอญ่าเล่านิทานได้สนุกชวนติดตาม ไปที่ไหน เวทีนั้นมีสีสันขึ้นทันทีเลย ดีใจที่สุดคนึงมีชื่อบังเข้ารอบด้วย
ธรรมชาติสร้างสมดุล
การทำงานก็ต้องสมดุลเช่นกันค่ะ
สวัสดีน้อง นาง
ขอบคุณที่ชื่นชม ให้ความรัก ให้ความสุข เราก็ได้สุขได้รักคืนมา