ปรับพฤติกรรมการออกกำลีงกายกันเถอะ
เล่าเรื่องนี้ต่อจากบันทึกที่แล้วเกี่ยวกับ การปรับพฤติกรรมการกิน เมื่อมารับบริการใน คลินิก DPAC หลังจากที่ได้วางแผนเรื่องการรับประทานแล้ว สิ่งที่จำเป็นและต้องทำร่วมกันคือ การวางแผนการจัดโปรแกรมออกกำลังกายร่วมกัน โดยต้องให้ความเข้าใจเกี่ยวกับการออกกำลังกายก่อน
มักมีคำถามยอดฮิต ว่าออกกำลังกายทำให้น้ำหนักลดจริงหรือไม่ ?
คำตอบ คือ ไม่จริง การออกกำลังกายไม่ทำให้น้ำหนักลด การควบคุมอาหารและการเลือกบริโภคอาหารต่างหากที่ช่วยลดน้ำหนัก การลดพุงให้ได้ผลอาศัยหลักการที่ว่าพลังงานที่กินเข้าไป ต้องน้อยกว่าพลังงานที่ใช้ออกมา ดังนั้น จึงควรกินให้น้อยกว่าที่ควรจะเป็น และควรมีการออกกำลังกายร่วมด้วยเพื่อให้ปริมาณไขมันถูกเผาผลาญมากขึ้น ทำให้ปริมาณไขมันใต้ผิวหนังจึงลดลง กล้ามเนื้อกระชับและได้สัดส่วน มีความแข็งแรงมากขึ้น
หลังจากที่ผู้รับบริการได้รับการประเมินภาวะสุขภาพแล้ว ก็จะได้รับการทดสอบสมรรถภาพทางกาย เพื่อให้ได้รับทราบระดับความแข็งแรงของร่างกาย
เครื่องวัดองค์ประกอบร่างกาย
หรือในผู้รับบริการบางท่านที่ต้องการได้รับการวัดองค์ประกอบต่างๆภายในร่างกาย ก็สามารถเลือกรับบริการเพิ่มได้ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อให้รับรู้เกี่ยวกับ
- ระดับ % ของน้ำในร่างกาย ( Total Body Water)
- ระดับ % ของไขมันในร่างกาย ( Body Fat Percentage)
- ระดับ % ของไขมันในอวัยวะช่องท้อง ( Visceral Fat)
- ระดับ % ของมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ ( Bone Mass & Muscle Mass)
- ระดับสัดส่วนไขมันและกล้ามเนื้อ ( Physical Rating)
- ความแข็งแรงและการเปรียบเทียบความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ แขน ขา และลำตัว
- นอกจากนั้นยังสามารถบอกอัตราการเผาผลาญพลังงานขั้นพื้นฐาน และเปรียบเทียบกับอายุ ( BMR & Metabolic Age)
- และสุดท้ายจะบอกระดับความฟิตของร่างกายว่าอยู่ในระดับใด ควรปรับปรุงแก้ไขในเรื่องใดบ้าง
ตัวอย่างการวิเคราะห์ส่วนประกอบร่างกาย
ตารางการออกกำลังกายที่สามารถจัดโปรแกรมด้วยตนเอง
ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำมาเป็นส่วนประกอบ ในการวางแผนการออกกำลังกายร่วมกัน โดยนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่จะคอยเป็นผู้ให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด และคอยช่วยเหลือในการปรับโปรแกรมการออกกำลังกายให้เหมาะสมกับผู้รับบริการเป็นระยะๆ โดยยึดหลัก ความฟิต คือ
F ( Frequency) หมายถึง ความถี่ในการออกกำลังกายใน 1 สับดาห์ ซึ่งในระยะเริ่มแรกในผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายเลย อาจจะเริ่มที่ 3 วัน / สับดาห์ เมื่อร่างกายมีการพัฒนาเริ่มแข็งแรงมากขึ้นก็จะค่อยๆเพิ่มขึ้น 5-6 วัน หรือเกิดความเคยชินที่ต้องออกกำลังกายทุกวัน
ตารางอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด
I ( Intensity) หมายถึง ความหนัก หรือความเหนื่อยในการออกกำลังกาย ก็จะค่อยๆปรับและเพิ่มไปตามความต้องการและขีดสามารถของแต่ละคน ซึ่งในกลุ่มปกติก็จะเป็นการออกกำลังเพื่อสุขภาพ เพื่อดูแลให้ตัวเองมีสุขภาพดีเช่นเดิมหรือมากกว่าเดิม แต่ในกลุ่มเสี่ยงที่ต้องการลดน้ำหนัก ต้องค่อยๆเพิ่มตามความสามารถ ด้วยการคำนวณจากอัตราเต้นชีพจรสูงสุดดังนี้
T ( Time) หมายถึง ระยะเวลาในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง อาจเริ่มจากน้อยๆในผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกาย ค่อยๆเพิ่มไปตามความสามารถ และเพื่อที่จะให้น้ำหนักลดต้องอย่างน้อย 45 นาทีขึ้นไป




ใช่เลย
การออกกำลังกายไม่ทำให้น้ำหนักลด การควบคุมอาหารและการเลือกบริโภคอาหารต่างหากที่ช่วยลดน้ำหนัก
คิดถึงมาก ๆคะ ไม่ได้เจอและคุยด้วยนานแล้ว ตอนนี้น้องไก่ น้ำหนักขึ้นเยอะมาก 65 กก. พยายามลดลง เหลือ 62 กก. อยากลดลงให้ได้ให้เลือสัก 56-57 กก. มาอ่านแล้ว ขอบคุรพี่เขี้ยว มาก ๆคะ จำนำไปใช้
สวัสดีค่ะพี่เขี้ยวอยากลดน้ำหนัก และพุงมากที่สุด เพราะขาดการออกกำลังกาย ติดตรงที่เหนื่อยจากการงานก็จึง " อิดล่ะบ่าออกล่ะ"