ผมเจอซอฟต์แวร์ดีอยู่ตัวหนึ่งครับ ชื่อว่า TaskPaper ซึ่งเหมาะมากสำหรับการไว้บันทึกวางแผนจัดการงานโครงการเล็กๆ มากทีเดียวครับ ผมชอบมากเพราะผมเป็นคนใช้แป้นพิมพ์มากกว่าใช้ touchpad นั่นคือผมเป็นคนพิมพ์เร็วมากกว่าลากนิ้วนั่นเอง
แต่ราคาซอฟต์แวร์ตัวนี้คือ $29.99 ซึ่งเป็นเงินไทยก็เกือบพันกว่าบาททีเดียว
เมื่อคืนผมเสียเวลามากทีเดียวกับความพยายามในการหาซอฟต์แวร์มาใช้แทน TaskPaper ลองแล้วลองอีกกับซอฟต์แวร์ตัวอื่นๆ ที่ราคาถูกกว่าหรือซอฟต์แวร์ที่ผมมีอยู่แล้วก็ปรากฎว่าไม่ได้ผลที่กระชับและสะดวกอย่างที่ใช้งาน TaskPaper
แต่ในการทดลองนั้นทำให้ผมต้องจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์อื่นๆ ไปสิบกว่าเหรียญ ก็สามร้อยกว่าบาท และสุดท้ายเช้านี้ผมก็ต้องมาซื้อ TaskPaper เพราะประทับใจกับซอฟต์แวร์ตัวนี้จริงๆ
ที่เสียดายนอกจากเงินแล้วก็คือเวลาที่เสียไปกับการทดลองที่ไม่เกิดประโยชน์และออกจะสร้างความเครียดเล็กๆ ในการลองผิดลองถูกนั้นด้วยซ้ำ
ทำให้ได้แง่คิดว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราเจอสิ่งของเครื่องใช้ที่ทดลองแล้วพิสูจน์แล้วด้วยตัวเราเองว่ามันมีประโยชน์ดีจริง หากราคามันจะแพงแต่ยังสมเหตุสมผล ก็จ่ายเงินซื้อไปเถอะ เพราะสิ่งที่เราได้มาคือประโยชน์ของสิ่งนั้น อันจะช่วยให้เราประหยัดเวลาและทรัพยากรอื่นๆ ในที่สุดแล้วก็คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป
หมายเหตุ: ผมซื้อ TaskPaper ควบกับ WriteRoom ซึ่งกลายเป็นซอฟต์แวร์อีกตัวที่ผมชอบมาก และผมใช้การร่างบันทึกนี้นี่เองครับ
คิดถึงความคุ้มค่าก่อนซื้อ คือหลักพอเพียงค่่ะ..
เห็นด้วยครับ ผมคิดว่า "ของดี ราคาถูก" หายากอย่างยิ่ง แต่ "ของดี ราคาสมเหตุสมผล" นั้นคุ้มค่าครับ
สวัสดีค่ะ ชอบชื่อเรื่อง และเนื้อหาจังค่ะ เพราะตัวเองมักซื้อเพราะชอบ มากกว่าจะคิดก่อนว่าจะใช้คุ้มไหม... ขอบคุณที่ทำให้ได้คิดค่ะ
เคยเหมือนกันค่ะที่ซื้อเพราะราคาถูก แต่พอเอามาเปรียบเทียบกับสิ่งที่ราคา
แพงกว่าไม่มากนักแล้วเสียดายทีหลังค่ะ
บางทีซื้้อของถูก ก็เสียดายเงิน ซื้อของดีราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพก็ไม่เสียดายทีหลัง ครับ
ถ้าชอบชื้อเลย ตัดสินใจได้ประโยชน์คุ้มก็ชื้อครับ