ความสนใจเรื่องเกษตรอินทรีย์มีความเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ประเมินจากผลของการจัดงาน Organic And Natural ของกระทรวงพาณิชย์ซึ่งมีคนหลายกลุ่มหลายหน่วยงานให้ความสนใจเข้าร่วมเพิ่มขึ้นทุกปี โดยเฉพาะปีนี้ได้เปลี่ยนชื่ิอเป็น Organic And Natural ASEAN EXPO. โดยเพิ่มคำว่า ASEAN เข้ามาและเชิญผู้ชำนาญการในแต่ละประเทศเพื่อนบ้านมานำเสนอแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้งสิงคโปร์, มาเลเซีย, ลาว, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์. และที่อดแปลกใจไม่ได้ก็คือ พม่าหรือเมียนมาร์ ที่เพิ่งจะเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนได้ไม่นานก็ได้ให้ความสนใจเกี่ยวเกษตรอินทรีย์ด้วยเช่นกัน ซึ่งอีกไม่นานการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคงจะก่อให้เกิดความร่วมมือในด้านต่างๆ ในทางบวกได้มากขึ้นกว่าปัจจุบัน
ที่น่าห่วงคือเกษตรกรในบ้านเรายังให้ความสนใจในเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์กันค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับจำนวนทั้งหมดของผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมโดยรวมคาดว่ามีไม่ถึง 5% เรียกว่าถ้าขับรถไปจอดในหมู่บ้านแล้วสอบถามหาผู้ปลูกข้าวอินทรีย์นั้นคิดว่ายี่สิบสามสิบหลังคาเรือนอาจจะมีเพียงหลังหรือสองหลังหรือในบางหมู่บ้านอาจจะไม่มีเลยก็เป็นได้ โลกเริ่มเปลี่ยนทิศทาง ประเทศของเราซึ่งมีผลงานเป็นอันดับหนึ่งหลายเรื่องในด้านการเกษตรทั้งเรื่อง ข้าว อ้อย ยางพารา มังคุด ทุเรียน แต่เกษตรกรกลับให้ความสนใจในเรื่องที่โลกให้ความสนใจน้อยมาก ยังมีการนำเข้าสารเคมีกำจัดโรคและศัตรูพืชในอัตราและปริมาณสูงเป็นหมื่นล้าน (16,816 ล้านบาท ฝ่ายวัตถุมีพิษ สำนักควบคุมและวัสดุการเกษตร กรมวิชารการเกษตร ปี2552)
ถ้าเกษตรกรให้ความสนใจในการผลิตเกษตรแบบอินทรีย์ชีวภาพก็จะช่วยประเทศชาติลดการนำเข้าสารเคมีในปริมาณมหาศาล ช่วยให้ผู้บริโภคภายในประเทศมีทางเลือกในการบริโภคพืชผักที่ปลอดภัยไร้สารพิษ เมื่อมีผู้ผลิตมากขึ้นราคาก็จะไม่สูงมากเกินไปชวนให้เกิดความสนใจแก่ผู้บริโภคที่หลากหลายกลุ่มหลายอาชีพเข้ามาเลือกใช้บริการ แต่สิ่งสำคัญจะต้องทำด้วยใจ ไม่มีการแอบใช้สารเคมีที่เป็นพิษในแปลงเกษตรอย่างเด็ดขาด เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจมากขึ้น เมืองไทยเป็นเมืองเกษตรมาช้านานประชาชนทุกหมู่เหล่าน่าจะร่วมแรงร่วมใจส่งเสริมประเทศแห่งการเกษตรที่ยาวนานมาเป็นประเทศแห่งเกษตรอินทรีย์ที่ยิ่งใหญ่ให้เป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com
ประเทศเกษตรอินทรีย์
ที่น่าห่วงคือเกษตรกรในบ้านเรายังให้ความสนใจในเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์กันค่อนข้างน้อย
4 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
คนบ้านไกล · 29 พ.ค. 2555
CK · 29 พ.ค. 2555
นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม · 29 พ.ค. 2555
ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร · 29 พ.ค. 2555
ว่าที่ พ.ต.ดร. ณัฏฐพล ตันมิ่ง · 29 พ.ค. 2555
ภูสุภา · 29 พ.ค. 2555
อ่านแล้วทำให้คิดถึงอาจารย์ตะวัน คนไทยคนหนึ่งที่พยายามอย่างมากที่จะให้เกษตรกรหันมาปลูกพืช ทำนา เลี้ยงสัตว์ แบบเกษตรอินทรีย์ปลอดสารพิษ และใช้คำพูดที่จำได้เสมอว่า บางพื้นที่บางจังหวัด การเปลี่ยนแปลงยากมากเพราะ "กระแสเคมีแรงมาก" แล้วเกษตรปลูกพืชขายเพื่อให้ได้ผลดีขายได้ แต่มีกี่คนที่นึกถึงสุขภาพผู้ที่กินพืชที่เขาปลูก-เลี้ยง
น่าสงสารผู้ซื้อสุดท้ายแล้วมาทำอาหารบ่อยๆโดยหลีกเลี่ยงไม่ได้ เลือกมากก็ไม่ได้ใช้ โดยเฉพาะผู้อยู่ในเมือง ก็เจ็บป่วย สะสมโรค ฯ จริงๆแพทย์น่าจะมาช่วยกันรณรงค์ ด้วยนะ ต่อไปหมอจะได้ไม่เหนื่อยมากขึ้นกว่าที่เหนื่อยอย่างทุกวันนี้ คนป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการกินอาหารไม่ระวังมากเหลือเกิน สิ่งเหล่านี้เราทราบดีแต่การช่วยเหลือต้องอาศัยหลายๆฝ่ายหลายๆแรงช่วยกันอย่างจริงจัง แต่ดูเหมือนฝ่ายที่ควรรับผิดชอบจะมองข้ามไปเลยช่วยไม่เต็มทีอย่างจริงจัง..... ขอบคุณมากนะคะ