เมื่อภรรยารับโทรศัพท์ที่ดังเข้ามา ประโยคแรกที่เธอได้ยินจากลูกสาวก็คือ
I'm a pharmacist now. I Passed the test.
ภรรยาตอบไปดังๆด้วยความดีใจ ทุกคนในรถได้ยินทั่วถึง
Really. You passed the test.
พอผมได้ยินคำพูดจากภรรยา ผมก็ยกมือขึ้นกราบพระอาจารย์ ซึ่งนั่งรถอยู่ข้างๆว่า ลูกสาวสอบได้แล้ว ขอบพระคุณอาจารย์มากขอรับ
พระอาจารย์ได้ยินก็ยิ้มด้วยความพอใจ ตอบว่า มันเป็นความสามารถของเขาเอง
ตอนนี้เขาอายุเท่าไร
ภรรยาตอบว่ายี่สิบห้า จะขึ้นยี่สิบหกไม่กี่เดือนนี้
พระอาจารย์บอกผมภายหลังว่า ได้ไปพิจารณาให้แล้ว ตอนยี่สิบห้าเธอจะต้องพบกับอุปสรรค เพราะเป็นวัยเบญจเพศ ซึ่งตอนนี้เธอก็ผ่านไปได้สวย ต่อไปการทำงานจะไปได้ด้วยดี จะไม่มีปัญหาอย่างใดแล้ว
มันเป็นประเพณีของบ้านผมว่า ถ้าลูกเริ่มทำงานเช็คแรกของการทำงาน เธอจะนำมาให้แก่พ่อแม่เพื่อเป็นเครื่องหมายของความกตัญญูที่ลูกมีต่อพ่อแม่ ซึ่งพวกเธอก็ทำมาตลอด แต่ก็เป็นเงินจำนวนเล็กน้อย เพราะส่วนมากจะเป็นการทำงาน Part ime.
พอดีภรรยาเธอติดต่อเป็นธุระซื้อตั๋วเครื่องบินให้แก่พระอาจารย์ที่อยู่วัดหลวงตามหาบัวที่โคโลราโดเป็นประจำ เมื่อสองสามวันก่อนหลังจากเสร็จธุระจากตั๋วเครื่องบิน ท่านพระอาจารย์นพดลท่านคงจะรู้อะไรดีเป็นพิเศษ ว่าอะไรเกิดขึ้น ท่านบอกภรรยาผมว่า อย่าลืมให้ลูกสาวให้ทำบุญถวายเช็คแรกของเงินเดือนให้แก่วัดหลวงตามหาบัวที่โคโลราโด
ภรรยาบอกลูกสาวถึงเรื่องนี้ ลูกสาวมีความยินดีอย่างยิ่งที่จะทำบุญให้แก่วัดหลวงตา เธอบอกว่าที่ทำงานเขาจ่่ายเงินเป็นอาทิตย์ จะถวายเช็คแรกได้มั้ย ภรรยาโทรไปบอกท่านพระอาจารย์นพดล ท่านบอกว่าได้
อย่างไรก็ได้
ผมบอกลูกสาวว่า เมื่อเธอมีความตั้งใจดีเป็นบุญเป็นกุศลแล้ว ลูกควรจะส่งเช็คที่สองไปให้แก่ป้าตุ๊ก ผู้สอนกรรมฐานให้แก่เธอเป็นคนแรก ป้าผู้เป็นกัลยาณมิตรคอยให้ความช่วยเหลือตลอด ตอนนี้ไม่สบายต้องการใช้เงินเป็นจำนวนมาก ป้าผู้ที่ให้คำอธิบายธรรมอันยอดเยี่ยม ที่ทำให้เธอเข้าใจได้ และเธอก็ได้นำธรรมเหล่านั้นมาใช้ในชีวิตประจำวัน
เธอตอบว่าได้พ่อ แต่พ่อรู้มั้ยว่ามันเป็นเงินจำนวนมากถึงแม้ว่าจะเป็นเช็คแค่อาทิตย์เดียวก็ตาม
บอกเธอว่าเงินแค่นั้นยังน้อยไป ที่จะตอบแทนพระคุณของครูบาอาจารย์
เธอได้ยินคำตอบก็พอใจ บอกว่าจะติดต่อกับป้าตุ๊กผ่านลูกสาวป้า เพราะตอนนี้ป้ากำลังไม่สบายอยู่เมืองไทย เมื่อได้ที่อยู่แล้วจะส่งเงินไปช่วยป้า
(ป้าตุ๊กเคยบอกผมว่า ลูกสาวผมกับป้าตุ๊กชาติที่แล้วเคยเป็นเพื่อนกันมาก่อน ชาตินี้พอมาเจอกัน ได้มาช่วยเหลือ เวลาพูดกันเหมื่อนกับเพื่อนคุยกัน ไม่เหมือนกับป้ากับหลานคุยกันเลย)
ผมก็คงคล้ายๆกับคุณพ่อของคุณหมอปัทมา ที่บอกคุณหมอว่าเมื่อขายคอมพิวเตอร์ได้แล้วเอาเงินไปทำบุญ
เลยบอกลูกสาวว่า เช็คเงินเดือนแรกของลูกไม่ต้องให้พ่อแม่ก็ได้ เพราะลูกได้เอาเงินเหล่านั้นได้ทำบุญถวายแก่พระอาจารย์ และแก่ป้าตุ๊กแล้ว
แค่นี้พ่อแม่ก็พอใจแล้วลูก.....
เงินเดือนของเภสัชกรที่นี่เริ่มต้นประมาณปีละแสนสองหมื่นเหรียญ์ หรือประมาณสามล้านหกแสนบาทไทยต่อปี เรียกได้ว่านี้คือคุณค่าของการศึกษา เพราะตัวพ่อเองทำงานมาสามสิบกว่าปีแล้ว ก็ยังสู้คุณลูกที่เพิ่งทำงานวันแรกไม่ได้
ตอนลูกสาวเตรียมอ่านหนังสืออยู่ เธอก็ทำสิ่งที่เธอชอบคือซื้อขายของทางอีเทอร์แท็ต ประเภทที่เรียกว่าซื้อถูกแล้วมาขายแพง ซื้อขายเกือบทุกวัน ท้ายรถของเธอจะมีสินค้าอยู่เต็ม เสื้อผ้า รองเท้า Printer มีทุกอย่างที่พอจะขายได้
ผู้เป็นแม่บอกเธอว่าให้พยายามมีอิทธิบาทสี่ ตั้งใจอ่านหนังสือกฏหมายให้มากๆ อย่าห่วงเรื่องการซื้อขายเลย ได้กำไรมาก็ไม่กี่บาท แต่ถ้าสอบไม่ได้จะสูญเสียเงินเป็นล้าน ประเภทที่ว่าเสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย แต่เธอก็ยังทำอยู่นั่นเอง เพราะการค้าขายไปสิ่งที่เธอชอบมากๆ พอได้ทำแล้วเธอมีความสุข
อ่านเรื่องลูกสาวกับป้าตุ๊กได้ที่นี้
http://www.gotoknow.org/blogs/posts/417459
มาติดตามตอนสองต่อด้วยใจจดจ่อค่ะ ดีใจกับน้องด้วยค่ะที่ได้งานที่ใฝ่ฝัน
จริงครับชีวิตต้องสู้..และสู้แบบไม่ถอย
เมื่อเดือนสองเดือนที่แล้ว ไปทั้งค่ายอาสา ไปหาพระอาจารย์
ชีวิตเริ่มมีความหมายมากขึ้น
อาทิตย์หน้าจะไปเซนต์หลุยส์
จะไปกราบนมัสการท่านพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชโย
อยู่เมืองคงไม่มีโอกาส ท่านมาโปรดถึงที่แล้ว
สมัยก่อนหลวงพ่อฤาษีลิงดำ หลวงพ่อทูล มาโปรดเมื่อประมาณยี่สิบกว่าปีก่อน
มัวแต่ทำงาน ไม่หาเวลา โอกาสก็ผ่านไป
ไม่มีโอกาสได้เจออีกแล้วครับ