วันนี้สภาพัฒน์เรา (ดร.หนุ่มแก่เต็มสภา) ท่านมองไกลทะลุไปถึง ธุรกิจสุขภาพไปแล้ว จะเอาหมอจนๆ แบบไทยๆ ไปรักษาคนต่างชาติรวยๆ ก่อนรักษาคนไทยด้วยกันเองที่แสนขัดสน เพียงเพื่อหวังเศษเงินจากพวกเขา...อุบาทว์จริงๆ
เราคนไทยตาดำๆ ที่ต่ำต้อยก็คงทำได้แต่เพียง “ทำใจ” และเห็นใจท่านสภาพัฒน์ที่เป็นคน “สายตายาว” จนมองไม่เห็นหัวแม่เท้าตนเองไปแล้ว
...ส่วนพวกสายตาสั้นแบบเราๆ ที่มองเห็นแต่เรื่องใกล้ตัว วันนี้ผมขอให้หันมามอง ขนุน (จากที่ผมได้เสนอ “มันพร้าว” และ “มันเลือด” ไปแล้ว)
ขนุนนั้นถ้าคัดเลือกพันธุ์ให้ดี จะเห็นว่าเป็นไม้ที่ทรงพุ่มแคบ ต้นเปลาตรง ที่แปลกคือออกลูกที่ลำต้น หรือโคนกิ่ง ไม่ได้ออกที่ปลายพุ่มแบบมะม่วง เงาะ ลำไย ....ซึ่งที่ต้องทำแบบนั้นก็เพราะลูกขนุนหนักมาก ถึง 20 กก. ต่อลูกโดยเฉลี่ย ถ้าไปออกปลายกิ่ง ก็หักหมด และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมขนุนถึงไม่ต้องการทรงพุ่มกว้าง (หลักการวิศวกรรมศาสตร์ แสดงว่าขนุนนี้ชาติก่อนคงเป็นวิศวกรที่ทำงานด้านประหยัดพื้นที่)
ผมคะเนว่า สามารถปลูกขนุนแบบ 2x2 เมตร ได้สบาย ถ้าออกได้ต้นละ 20 ลูกต่อปี ลูกละ 20 กก. ดังนั้นสามารถผลิตขุนได้นน. 160 ตัน ต่อไร่ต่อปี ...ในขณะที่ปลูกมันสำปะหลังได้ 3 ตันต่อไร่ต่อปี ขณะที่มันสปล. กก.ละ 2 บาท แต่ขนุน กก.ละ 10 บาท แสดงว่าปลูกขนุนได้เงินมากกว่าปลูกมันสปล. ไร่ละ 266.66 เท่า
ถามว่าแล้วเราไปโง่ทำไร่ ทำนาอยู่ทำไม แถมร้อน เหนื่อยยากกว่ากันมากหลาย
ไอ้พวกสภาพัฒน์มันจบนอก เห่อเหิมตามฝรั่ง มันคิดได้แต่จะเอาประเทศเราไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง แต่ฝรั่งมันต้องกินเหมือนเรา ถ้าเราสอนมันให้หันมากินขนุนล่ะ โดยเฉพาะขนุนดิบ ที่เอามาทำอาหารได้อร่อยมาก รสชาติเหมือนเนื้อสัตว์ (ใครไม่เคยกินยำขนุน แกงขนุน ไทยใหญ่คงไม่รู้) ถ้าวิจัยสักหน่อย อาจออกมาเป็น เสต็กขนุนได้เลย เป็นการปฏิวัติโลก แถมได้บุญ ไม่ต้องฆ่าสัตว์มาก
ถ้าไม่ทำอาหาร เพียงแค่เอามาหมักทำเอทานอลก็รวยเละแล้ว เพราะวันนี้เอามันสปล.มาทำยังกำไรเลย แล้วถ้าเอาขนุนมาทำจะรวยกว่านี้ 266.7 เท่า มันจะไปถึงไหน
เอาหละ เซลลูโลส ลิกนิน จากเนื้อขนุนอาจย่อยยากกว่าแป้งจากมันสปล. (นักวิชาการกรรมารอที่เสียประโยชน์รีบยกมือค้าน) ......ธ่อ..มรึงก็ “วิจัย” หาทางให้มันย่อยง่ายสิฟะ จะยากอะไรหนักหนา ก็จุลินทรีย์เมืองไทยเรามันมีเป็นพันล้านสายพันธุ์ ก็ค้นหากันให้เจอสิ มัวคิดแต่ตามกรอบเดิมๆ ถือแฟ้มตามที่ปรึกษาฝรั่ง แล้วแบบนี้เมื่อไหร่จะเสมอฝรั่งได้ อย่าว่าแต่เป็นนายฝรั่งเลย
...คนถางทาง (๒๖ พฤษภาคม ๒๕๕๕)
1) ...ขนุนนี้ชาติก่อนคงเป็นวิศวกรที่ทำงานด้านประหยัดพื้นที่... I think jack fruit trees still are sufficiency engineers -- they do just enough for just required.
2) Medical services "exports" from Thailand will happen because of "high gearing" revenue anticipated. (Thailand) government need not provide financial injection at all, but must provide legislative assurance to "users of medical services" that Thailand has regulators of world standard "in place".
3) Once again you have made us think more -- about what we see around us every day! Thank you.
อย่าลืมด้วยนะครับว่าขนุนเป็นไม้ยืนต้น ไม่ต้องลงทุนลงแรงปลูกใหม่ทุกปี ให้ความร่มเย็นแก่ธรรมชาติอีกด้วย ไม่ร้อนตับแตกเหมือนทำไร่ พวกคนจีนชอบซื้อมันเส้นเราไปหมักทำเหล้าราคาถูก ต่อไปกินเหล้าขนุนแทน เราสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์มากหลายทั้งจากขนุนดิบ และ ขนุนสุก ขนุนดิบกินแทนแป้งได้ ขนุนสุกเป็นน้ำตาลไปแล้ว
ใต้ต้นขนุน ปลูกมันเลือดได้ครับ มันเลือดชอบแดดรำไร และพันต้นไม้อื่นอยู่แล้ว ใบน้อยมากๆ ไม่แย่งเสงแดดเท่าไร แต่หัวสิครับ ในหนึ่งปีได้กอละ 50 โลสบายๆ (มันเลือดหัวใหญ่มากๆ น่ากลัว หัวละ 10 โลสบายๆ กอละ 4-5 หัว ก็ได้มันอีก 20 ตัน ....รวยกันไม่รู้เรื่องจริงๆ ...เสียแต่ว่าแผ่นดินนี้มีสภาพัฒน์ไทยมาอยู่เป็นกุนซือ เท่านั้นเอง
ปัญหาขององค์กรอย่างสภาพัฒน์ฯ คือคนเหล่านี้ไม่ใช่คนไทยครับ อาจจะมีสัญชาติไทยก็จริง แต่เขาโตในกรุงและต่างประเทศ ผมคิดว่าเขาไม่รู้จักต้นขนุนด้วยซ้ำครับ ดังนั้น vision ที่จะทำให้เขาเห็นได้อย่างอาจารย์นั้นเป็นไปได้ยากครับ
บ้านผมปลูกต้นขนุนไว้หนึ่งต้น โตเร็วง่ายและให้ร่มเงาดีครับ
จริงครับ ขนุนดูแลง่ายๆ ทิ้งขว้างก็ให้ลูกทุกปี แต่มะม่วงยากครับ ทิ้งขว้างบางปีไม่ให้ลูก หรือให้แต่ไม่ดก