โรงเรียนใดที่ สิ้นเทอม สิ้นปีการศึกษา แล้วคณะกรรมการสถานศึกษา นำผลงานจาก ONET NT LAS (คะแนนผลการทดสอบระดับประเทศ เขตพื้นที่ และโรงเรียนของตัวเองมาดู) มาวิเคราะห์วิจารณ์ ให้เกิดปัญญาแล้วนำมาคิดกันว่า จะปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนของตนเองอย่างไรดี และกรรมการสถานศึกษา หาเวลาไปเยี่ยมห้องเรียน กันปีละครั้งสองครั้ง เพื่อซักถามพูดคุย กับเด็ก ก็จะรู้สภาพจริง

ท่านที่ไม่อยู่ในวงการศึกษา อาจไม่ทราบว่าโรงเรียนทุกโรงเรียนจะต้องมีกรรมการสถานศึกษา   และทุกสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาต้องมีกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา   

จึงนำมาให้รู้จัก  ท่านที่รู้จักแล้วจะมีข้อเสนอแนะว่าจะทำอย่างไรให้กรรมการทั้งสองชุดนี้ มีผลงานดีที่จะส่งผลไปถึงความรู้จริงฯ ของนักเรียน

คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน  ประกอบด้วย       

(1) ประธานกรรมการ  (มาจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ)

(2) กรรมการที่เป็นผู้แทนผู้ปกครอง    1  คน

(3) กรรมการที่เป็นผู้แทนครู             1  คน

(4) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน    1  คน

(5) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น  1  คน

(6) กรรมการที่เป็นผู้แทนศิษย์เก่า  จำนวน  1  คน

(7) กรรมการที่เป็นผู้แทนพระภิกษุสงฆ์และหรือผู้แทนองค์กร

บทบาทของกรรมการสถานศึกษา

คณะกรรมการสถานศึกษามีบทบาทหน้าที่ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2543 มีบทบาท ที่ดูแล้วไม่ธรรมดา เช่น

หน้าที่ข้อ 1 กำหนดนโยบายและแผนพัฒนาของสถานศึกษา  

หน้าที่ ข้อ 2 ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการประจำปีของสถานศึกษา

หน้าที่ ข้อ 3 ให้ความเห็นชอบในการจัดทำสาระหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น

หน้าที่ ข้อ 4 กำกับและติดตามการดำเนินงานตามแผนของสถานศึกษา

          ฯลฯ   ดูรายละเอียดในคู่มือที่นี่ ……..

หากท่านพิจารณาองค์ประกอบของคณะกรรมการ จะเห็นว่า ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่ามาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ทรงคุณวุฒิในการเรียนการสอน ซึ่งอาจจะเป็นครูจากต่างโรงเรียนหรือศึกษานิเทศก์ ซึ่งได้รับการคัดสรรค์มาแล้วว่า เก่งในเรื่องการสอน  การให้ความสำคัญกับหลักการนักเรียนเป็นสำคัญจึงน้อยไป ไม่สมราคาที่คุยกันนักกันหนาว่า .”นักเรียนเป็นสำคัญ ๆ”

บทบาทหน้าที่ตามที่ยกมา  ที่สดับตรับฟังมาก็บทบาทหน้าที่เป็นเพียงพิธีกรรม การปฏิบัติอย่างจริงจังตาม 4 ข้อแรก ที่หยิบยกมา ถ้าทำได้จริง    กันทั่ว คิดว่า ONET NT  ที่ตกต่ำติดต่อกันมา  จะไม่มีปรากฏให้เห็นเช่น ปัจจุบัน 

การประชุมกรรมการยอมรับว่ามีการประชุม  โรงเรียนใดที่ สิ้นเทอม สิ้นปีการศึกษา แล้วคณะกรรมการสถานศึกษา นำผลงานจาก ONET  NT  LAS (คะแนนผลการทดสอบระดับประเทศ เขตพื้นที่ และโรงเรียนของตัวเองมาดู) มาวิเคราะห์วิจารณ์ ให้เกิดปัญญาแล้วนำมาคิดกันว่า จะปรับปรุงพัฒนาโรงเรียนของตนเองอย่างไรดี   และกรรมการสถานศึกษา หาเวลาไปเยี่ยมห้องเรียน กันปีละครั้งสองครั้ง เพื่อซักถามพูดคุย กับเด็ก ก็จะรู้สภาพจริง เช่น

- สุ่มเด็กบางคนให้ลุกขึ้นยืนเล่า  วิชาอะไรก็ได้  เรื่องอะไรก็ได้ ที่เรียนมาในรอบ  7 วันที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบว่ารู้จริงฯ หรือไม่  ถ้าตาใส ตอบคล่อง  มองหน้ากรรมการก็พอจะฟังได้  น่าจะรู้จริงฯ

- ขอดูหนังสือเรียน (ถ้ามี) ว่าเรียนมาถึงหน้าไหนแล้ว  แล้วย้อนกลับไปให้อธิบายบางเรื่องที่หยิบยกขึ้นมา ดูซิว่าจะจำได้ รู้เรื่องจริงหรือไม่

- ถือกระดาษไปครึ่งรีม  เข้าในบางห้องของนักเรียนมัธยม มอบให้คนละแผ่น  แล้วให้เขียนอธิบายมาถึงวิชาที่ชอบที่สุด ว่ารู้เรื่องอะไรบ้างสัก 1 เรื่อง  นักเรียนเขียนจบซักลึก  ๆ  ดูซิว่าเข้าใจจริงหรือไม่

ฯลฯ

แล้วนำผลกลับมาเข้าห้องประชุมช่วยกันให้ข้อคิดข้อสังเกต ทั้งความสำเร็จ และปัญหา ก็จะรู้ว่า จะช่วยครู และโรงเรียนอย่างไรดี  เพราะนี่คือของจริงที่ไม่ต้องพึ่งพิงการวัดประเมินผลประจำปี และทุก 4 ปี ที่ สมศ. จะเข้ามาประเมินตามพิธีการทางการบริหารการศึกษา 

 คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ประกอบด้วย

1.  ประธานกรรมการ  (มาจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ)

2.  กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรชุมชน    1  คน

3.  กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน   1  คน

4.  กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   2  คน

              โดยให้มีผู้แทนจากเทศบาล    1  คน 

5.  กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพครู   1  คน

6.  กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา  1  คน

7.  กรรมการที่เป็นผู้แทนสมาคมผู้ปกครองและครู     1  คน

8.  ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา  ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จำนวน  7  คน

9.  ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เป็นกรรมการและเลขานุการ

ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาอาจแต่งตั้งรองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้ช่วยเลขานุการได้ตามความเหมาะสม

 

ดร. สุพักตร์ พิบูลย์ ได้สรุปบทบาทของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาไว้ใน

http://www.gotoknow.org/blogs/posts/181361   ว่า  คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา เกิดขึ้นตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 โดย ในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ให้มีคณะกรรมการและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา  มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแล จัดตั้ง ยุบ รวม หรือเลิกสาถานศึกษาขั้นพื้นฐานในเขตพื้นที่การศึกษา ประสาน ส่งเสริมและสนับสนุนสถานศึกษาเอกชนในเขตพื้นที่การศึกษา ประสานและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้สามารถจัดการศึกษาสอดคล้องกับนโยบายและมาตรฐานการศึกษา ส่งเสริมและสนับสนุนการจัดการศึกษาของบุคคล ครอบครัว องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่นที่จัดการศึกษาในรูปแบบที่หลากหลายในเขตพื้นที่การศึกษา และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ที่ระบุไว้ข้างต้น ทั้งนี้ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

          หากดูองค์ประกอบของกรรมการก็ทำนองเดียวกันกับกรรมการสถานศึกษาที่

“ไม่มีตรงไหนที่ระบุว่ามาจากผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ทรงคุณวุฒิในการเรียนการสอน ซึ่งอาจจะเป็นครูจากต่างโรงเรียน หรือศึกษานิเทศก์ ซึ่งได้รับการคัดสรรค์มาแล้วว่า เก่งในเรื่องการสอน  การให้ความสำคัญกับหลักการนักเรียนเป็นสำคัญจึงน้อยไป ไม่สมกับหลักการ “นักเรียนเป็นสำคัญ”

เมื่อไปดูบทบาทของกรรมการรวม ๆ ก็คือทำให้มีโรงเรียน และคงความเป็นโรงเรียนอยู่ได้   ไม่เห็นชัดเจนว่าจะไปทำอะไรให้เด็กเก่ง ดีขึ้น ทั้งในกระดาษที่เขียนไว้รวมทั้งการปฏิบัติจริง ที่ผมแอบมองเมื่อครั้งยังรับราชการ

เป็นกรรมการของเขตพื้นที่แล้วไม่ไปดูคุณภาพด้วย มันก็สอดรับกับ หลักการนักเรียนเป็นสำคัญอีกใช่ไหมครับ  จะให้ดีขึ้น ก็ต้องมีบทบาทไปเหลียวมองให้ถึงห้องเรียนด้วย อย่างน้อย ๆ แบ่งกันไปปีละสองสามโรงเรียน ก็ยังดี  ที่ได้เห็นสภาพคุณภาพการศึกษา เห็นฝีมือเลขาฯ ของคณะกรรมการ คือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่  มิฉะนั้นท่านก็จะเห็นแต่การเอา เอาใจ  ที่ไม่เห็นผลงานแท้ที่ต้องการ ตามหลักการนักเรียนเป็นสำคัญอีก

ผมยกตัวอย่างมาเห็นพอเป็นแนว หากลงลึกไปอีก ก็ต้องไปดูองค์กรน้อยใหญ่ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

.ค.    http://www.ksp.or.th/ksp2009/th/home/

.ค.ศ. http://203.146.15.33/webtcs/

.ก.ค.ศ. http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/%E0%B8%AD.%E0%B8%81.%E0%B8%84.%E0%B8%A8.

 สภาการศึกษา  http://www.onec.go.th/onec_main/main.php

ก็จะรู้จริงว่า  ระบบบริหารจัดการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยรวมของประเทศเป็นอย่างไร เป็นเอกภาพหรือไม่  ส่งผลต่อคุณภาพการศึกษาที่บอกมา ทาง ONET NT หรือไม่  อย่างไร