.....รอยยิ้มและเสียงหัวเราะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา.......


โดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชอบเรื่องเบาๆขำๆและมองทุกอย่างรอบตัวให้เป็นเรื่องเล็กๆอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่าการใช้ชีวิตแบบนี้จะช่วยให้ผ่อนคลายและการทำงานของทุกส่วนใน ร่างกายดีขึ้น รวมทั้งการไหลเวียนของโลหิตที่กระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างกายด้วย

พอมาอ่านเจอเรื่องการเปิดโรงเรียน " ตลกบำบัด " แบบจริงจังในประเทศอิตาลี ที่มีจุดประสงค์ที่จะสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลโดยเฉพาะเด็กๆเพื่อช่วยให้เด็กฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้นแล้ว ยิ่งเกิดความมั่นใจในการใช้ชีวิตของตัวเองมากยิ่งขึ้น


หลักสูตรการอบรมของโรงเรียนนี้ก็มีหลายระดับ ตั้งแต่ระดับจิตอาสาไปจนถึงขั้นตลกระดับคุณหมอ ตัวตลกทั่วๆไปและคุณหมอตัวตลกชั้นสูง ซิ่งจะมีหน้าที่บำบัดผู้ป่วยเด็กโรครุนแรงที่อาจเสียชีวิตเมื่อไหร่ก็ได้ โดยจะต้องระมัดระวังค่อนข้างสูงและที่สำคัญตัวตลกเหล่านี้ต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่จะถ่ายทอดความรู้และพลังที่ได้เรียนมาไปยังตัวผู้ป่วยรวมถึงครอบครัวของผู้ป่วยด้วย เนื่องจากผู้ป่วยจะเกิดอาการซึมเศร้าหากขาดกำลังใจและแน่นอนรวมถึงครอบครัวที่เกิดความเครียดหากเกิดปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่ง

ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ชัดเจนว่าเสียงหัวเราะจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้จริง แต่อย่างน้อยผู้คนส่วนใหญ่ก็ยอมรับในเรื่องนี้ เพราะมีการนำวิธีบำบัดแบบนี้ไปใช้กับทั้งผู้ป่วยและคนทำงานทั่วไปตามหน่วยงานต่างๆ ทำให้ความเครียดลดลง เกิดปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้ร่วมงาน แล้วอย่างนี้เราจะช่วยบำบัดตัวเองก่อนป่วยหรือจะให้คนอื่นมาช่วยบำบัดเมื่อสายไปเสียแล้วกันล่ะ.......
ขอบคุณบทความจากที่นี่ดอทคอมและภาพประกอบจาก Google
Image

สวัสดีค่ะน้องติ๋ม
บำบัดตอนยังสบายดีเพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน ดีกว่ามาให้คนอื่นบำบัดให้เมื่อ
ตอนป่วยเพื่อรักษานะคะ
สบายดีแถว FB อิอิ
สวัสดีค่ะน้องบุษ
สบายดีมากมายเช่นเคยค่ะ แต่ห่างหายไปนานมากเพราะมัวไปตั้งแก๊งค์อยู่ใน
FBกับพวกที่หายหน้าหายตาไปนั่นแหละค่ะ เดี๋ยวจะชักชวนให้กลับมาเยี่ยมบ้าน
นี้นะคะ
ไปเที่ยวกลับมาหวังว่าคงมีอะไรดีๆมาเล่าสู่กันฟังบ้างนะ
คิดถึงเช่นกันค่ะ.....
น่าสนใจมาก เมืองไทยเราถ้ามีโรงเรียนแบบนี้บ้าง คงมีคนสมัครเข้าเรียนเยอะ เพราะชีวิตในสถานการณ์ปัจจุบันออกแนวเครียดเกือบทุกเรื่อง
สวัสดีค่ะ
ไทยเราก็มีการจัดการแบบนี้เพียงแต่ยังไม่ถึงขั้นตั้งเป็นโรงเรียนสอนขึ้นมา
เห็นด้วยค่ะที่ว่าคนเราเดี๋ยวนี้เครียดมากขึ้นความอดทนน้อยลง
ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ถึงทำให้วุ่นวายไม่รู้จักจบสิ้นค่ะ
สวัสดีค่ะ
ตั้งเป็นแค่ชมรมก็ยังดีนะคะ ถ้าจะให้ดีมากขึ้นควรจัดตั้งเป็นโรงเรียนแบบ
ของเขาแล้วจะได้ประโยชน์ตรงจุดนี้ตามมาอีกมากมาย
เพราะใช้ได้กับคนทุกระดับทุกประเภทไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ป่วยอย่างเดียว
เสียดายที่ไม่ได้เจอกันที่หางดงนะคะ คงได้แวะไปบ้านถวายแล้วนะคะ
ดอกไม้สวยเป็นกำลังใจจาก
@@@
@@@
@@@
ได้รับแล้วด้วยความขอบคุณมากมายค่ะ