• เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ

อุปกรณ์สำหรับขาที่พ่อประดิษฐ์เพื่อรักษาการเป็นอัมพฤกษ์ด้วยตนเอง

พ่อเป็นคนช่างคิดช่างทำ เวลาพ่อประดิษฐ์อะไรแปลกๆ ดิฉันมักบอกพ่อว่า "แหม! หัวไอ้เรือง อีกแล้วครับท่าน"

เมื่อพ่อต้องล้มป่วยด้วยโรคหลอดเลือดสมองทำให้เป็นอัมพฤกษ์ซีกซ้าย เห็นพ่อร้องไห้หลายต่อหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยท้อแท้หมดกำลังใจ เมื่อพอจะดูแลตนเองได้บ้างแล้ว พ่อก็เอาหัวไอ้เรืองมาคิดประดิษฐ์อุปกรณ์เพื่อรักษาขาข้างซ้ายที่เป็นอัมพฤกษ์

เดือนที่แล้ว พ่อมาหาหมอที่ มอ. ตามนัด ดิฉันบอกพ่อว่า มาร่วมคุยกับผู้ป่วยคนอื่นไหมที่หน่วยเบาหวาน รพ. หาดใหญ่ แต่พ่อเค้าไม่อยากร่วม คงขี้เกียจไปมั่งค่ะ แต่พ่อก็อุตส่าห์หอบหิ้วอุปกรณ์รักษาขาติดตัวมาด้วยจากนครฯ เพื่อให้ดิฉันถ่ายรูปไว้นำมาเผยแพร่ในบล็อก เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยแกว่งขาได้ทั้งด้านซ้ายขวาและบนล่าง

อุปกรณ์ประกอบหลักๆ ได้แก่

  • คาน
  • สปริง
  • ผ้าผืนกว้างๆ (จะได้ไม่เจ็บขา)
  • ตะขอไว้เกี่ยวกับกางเกง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

  หมายเลขบันทึก: 48885
  เขียน:  
  แก้ไข:  
  ดอกไม้: 2
  ความเห็น: 18
  อ่าน:
  สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (18)

ขอบคุณอาจารย์จันทวรรณและฝากขอบพระคุณคุณพ่อด้วยค่ะ ดิฉันจะแนะนำสมาชิกเครือข่าย KM เบาหวานให้มาดูรูป เผื่อจะได้นำไปใช้ต่อค่ะ
ในฐานะที่เป็น แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู อยากจะขอแนะนำอย่างนี้นะครับ เนื่องจากการทำให้กล้ามเนื้อของขาแข็งแรงขึ้นนั้น เป้าหมายที่สำคัญสำหรับตัวคนไข้ก็คือเพื่อให้ตนเองเดินได้ดีขึ้นนั่นเอง ซึ่งที่จริงถ้าได้รับการประเมินวิเคราห์ะท่าทางการเดิน (Gait analysis)ก็จะช่วยทำให้ทราบได้ว่า กล้ามเนื้อมัดไหนทำงานน้อย(อ่อนแรง)ในจังหวะใดของการเดิน ซึ่งอาจทำให้ไม่เพียงพอในการรับการถ่ายนำหนักสู่ขาข้างนั้น (เช่น เข่าทรุด) กล้ามเนื้อใดที่ทำงานมากเกินไป(เกร็ง)ในจังหวะใดของการเดินไม่ยอมคลายตัว มักทำให้ควบคุมการ เตะขาเป็นไปได้ไม่เป็นอย่างที่สั่ง ถ้าได้ดูภาพการเดิน ใน view ด้านหน้า ด้านหลัง ด้านข้าง ซ้ายและ ขวา ซัก 5-10 step ผมอาจจะพอแนะนำ ท่าออกกำลังขาท่าใด เพื่อประโยชน์ เพื่อฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ซึ่งจะช่วยย่นระยะถึงเป้าหมายของการรักษาได้เร็วขึ้นครับ ปล.ไม่ได้หมายความว่า ที่คุณพ่อทำนั้น มีประโยชน์น้อยนะครับ ตรงกันข้าม การยอมรับการออกกำลังกายเพื่อการรักษาใดๆ นั้นย่อมต้องเกิดจากตัวคนไข้เองเป็นสำคัญที่สุด

ขอขอบคุณท่านอาจารย์จันทวรรณ...             

  • ขออนุโมทนาในกุศลเจตนาของอาจารย์ที่ดูแลคุณพ่อเป็นอย่างดี จะเรียกว่า เป็นลูกกตัญญูประจำ G2K เลยก็ว่าได้
  • ขอกล่าวสาธุการ > สาธุ สาธุ สาธุ
  • อุปกรณ์แกว่งขาที่เห็นนี้ดูเป็นนวัตกรรมใหม่ครับ > ถ้ามีการพัฒนาต่อไปน่าจะดีมาก คนไข้ท่านอื่นจะได้มีโอกาสนำไปใช้บ้าง

เรียนเสนอให้อาจารย์ถ่ายภาพท่าเดิน (อาจจะเป็น videoclip หรือภาพ) อย่างที่ท่านอาจารย์เชิดพงศ์แนะนำ > อาจารย์เชิดพงศ์จะได้แนะนำเพิ่มเติมต่อครับ...

เป็นกำลังใจให้คุณพ่ออาจารย์ และตัวอาจารย์จันทวรรณนะคะ ให้ต่อสู้ต่อไป ความรักและความเอาใจใส่ บวกกับความมุ่งมั่นและความอดทนของคุณพ่อ จะทำให้หายเร็ววันค่ะ

     ผม Add เข้าแพลนเน็ต นวัตกรรมบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ เพื่อแบ่งปันในการเอาไป Apply ต่อครับ

ขอบพระคุณทุกๆ ท่านค่ะ

ถ้ามีโอกาสกลับไปเยี่ยมคุณพ่อ ดิฉันจะถ่ายเป็น VDO clip ลักษณะท่าทางการเดินของคุณพ่อมาใส่ไว้ในบล็อกค่ะ

 

คุณพ่อของดิฉันก็มีอาการเช่นเดียวกับคุณพ่อของอาจารย์เลยอยากได้วิธีการทำสิ่งประดิษฐ์ทั้งสองอย่างเลยนะค่ะไม่ทราบว่าจะได้หรือปล่าวค่ะ

ดีใจค่ะที่บันทึกนี้จะมีประโยชน์แก่ท่านอื่น คุณปัทมาดูจากรูปก็สามารถประกอบได้เลยค่ะ อุปกรณ์ที่ใช้เขียนไว้ให้แล้วด้านบนค่ะ

เรียนถึง นพ.เชิดพงษ์  หังสลูด  ผมได้เกิดอุบัติเหตุรถชนเมื่อ2ปีก่อนซึ่งกระดูกช่วงลำบาหัก  เส้นปรัสาทขาดเป็นบ้างเส้น พอผ่านไปได้สั้ประมาน4เดือนหัวเข่าข้างซ้ายเริ่มเเกรงได้คับ แต่ข้างขวายังแกรงไม่ได้แต่ตอนนี้ใส่ร้องเท้าโปลิโอก็สามารถก้าวขาได้อยากสอบถามว่าต้องกายภาพแบบไหนถึงให้ฟื้นฟูได้เร็วขึ้นคับ ติดต่อกลับที่อีเมลนี้ด้วยคับ [email protected] ขอบพระคุณคับ

แวะเข้ามาเยี่ยมคะว่าอาจารย์ไปถ่ายclip vdo ท่าทางการเดินมาให้อ.หมอวัลลภดูแล้วยัง หรือการฟื้นฟูก้าวหน้าแล้วยัง

มาอ่านค่ะ มาช้า  แต่ก็ไม่ช้าเกินที่จะรับรู้ได้ถึงความพยายาม,เลือดนักสู้ และ insight (ไม่รู้จะทับศัพท์ว่าอะไร ดี)  ของคุณพ่อ-ตัวคนไข้เอง เห็นแล้วชื่นชมค่ะ

คุณลูกก็น่ารักค่ะ เป็นกำลังใจ พูดขำขัน

คงแข็งแรงขึ้นแล้วนะคะ

ขอบคุณค่ะ บันทึกนี้ทำให้นึกถึงคุณพ่อของตัวเองค่ะ ที่ไม่ยอยใช้เครื่องบริหารขาที่ลูกๆทำให้ค่ะ

เครื่องบริหารขาที่เห็นน่าสนใจมากค่ะ นับเป็นภูมิปัญญาทีเดียวค่ะ

ขอบคุณค่ะ 

สวัสดีค่ะ

ตามมาอีกบันทึกค่ะ

จะนำไปทำให้พ่อใช้บ้างนะคะ

ขอบคุณค่ะ

มีเรื่องอยากถามคะ พอดีหลานชายดิฉันอายุ28 ตอนนี้ป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองตีบร่างกายซีกขวาไม่มีแรง ทั้งขาและแขน พูดไม่ได้ สงสารน้องมาก น้องเริ่มป่วยเมื่อวันศุกร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ 52 นี้เอง ตอนแรกน้องมีอาการทรุดลง แขนขาไม่มีแรง จึงรีบพาไปโรงพยาบาลลำปาง พอไปถึงห้องฉุกเฉินหมอบอกว่าไม่เป็นอะไรมากแค่เป็นลม อ่อนเพลีย ให้กลับบ้านได้ ตอนนั้นน้องยังเดินเองได้บ้างแต่ต้องมีคนพยุง พอกลับบ้านได้2ชั่วโมงดิฉันเห็นอาการไม่ดีขึ้น กฌเลยพาไปโรงพยาบาลอีก หมอถามอาการอย่างละเอียด จึงส่งตัวน้องเข้าเช็คสมองและให้นอนที่รพ.พอมาอีกวันก็เลยทราบผล ตอนนี้น้องกลับมาฟักฟื้นที่บ้านแล้ว ญาติ ๆ ก็สับเปลี่ยนกันทำกายภาพให้ พาไปนวดบ้างที่ไหนใครว่าดี ไปแล้วหายก็พาน้องไปทุกที่ อยากได้คำแนะนำจากอาจารย์คะ และผู้รู้ทึกท่านว่าน้องมีสิทธิ์หายไหม ตอนนี้น้องไม่สามารถเดินได้แล้ว แขนข้างขวาก็ใช้งานไม่ได้ พูดก็ไม่ได้ ยังไงช่วยตอบกลีบที่ที่[email protected] ขอบคุณมากนะคะ

ขอบคุณครับกับเรื่องดีๆ นี่แม่ยายก็พึ่งเส้นเลือดแตกในสมอง ชามือ ขา ด้านขวา ใช้งานไม่ได้ เดินไม่ได้ พอดีเข้ามาอ่านเจอที่นี่ จะลองทำตามดูครับ

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ จะนำข้อมูลนี้ไปแนะนำต่อเพื่อน ๆ ที่ทำงาน เห็นว่ามีเพื่อนที่เขาขายน้ำมันรำข้าว จมูกข้าวค่ะ เขาว่าหายเป็นโรคอัมพฤกต์  อัมพาตได้ เพราะขนาดผู้ป่วยมาสามปีก็กลับมาเดินได้ ตอนนี้กำลังศึกษา เรื่องนี้เพิ่มเติมเหมือนกันค่ะ

แต่ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนสนใจเพิ่ม ลองโทรไปถามที่คุณบิว ได้นะคะ 089 508 8078 เพราะเห็นว่า หลายท่านที่นำให้พ่อแม่ หรือ ญาติทานก็มีอาการดีขึ้นจนเหมือนปกติค่ะ

ลองดูนะคะ

แอน 

ขอบคุณมากสำหรับบทความและการดูแลผู้ป่วย และดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์

คุณแม่ประสบเหตุการณ์เช่นกันคะ ขออนุญาตนำวิธีไปให้คุณแม่ดูแลตัวเองคะ

อนุโมนทนาบุญกับคุณหมอด้วยนะคะ เป็นลูกสุดยอดกตัญญูเลยคะ

ดิฉันมีอาการขาอ่อนแรง เนื่องจากการผ่าตัดเอาก้อนเนื้อที่ไขสันหลังออกไป ดิฉันมีความหวังว่าสักวันหนึ่งดิฉันจะเดินได้เป็นปกติอย่างคนอื่นเขา แต่ความหวังของดิฉันจะเป็นจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เป็นเวลา 3 ปี แล้ว ขาทั้งสองข้างของดิฉันยังไม่ดีขี้นเลย ดิฉันรู้สึกแย่มากๆ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี