โตนี่ - ฟาง. GotoKnow.

*ในหนึ่งวันทุกพระองค์จะมีภารกิจที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นภารกิจส่วนพระองค์ หรือ ภารกิจอย่างเป็นทางการตามตารางที่จัดไว้ ทุกพระองค์จึงไม่ค่อยมีโอกาสพบปะกันอย่างพร้อมเพรียง นอกจากในเวลาที่ทุกพระองค์ต้องมาร่วมเสวยพระกระยาหารค่ำ.

 

๑๓ มิถุนา

อลังการพระกระยาหารค่ำ

ตราตรึงความทรงจำนิรันดร์.

 

๑๓ มิถุนายน ๒๕๔๙ นับเป็นอีกวันหนึ่งที่พระประมุขและผู้แทนพระองค์มีหมายกำหนดการสำคัญคือในเวลา ๑๙.๓๐ น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานเลี้ยงพระกระ ยาหารค่ำแด่พระประมุข และ พระราชวงค์ทุกพระองค์ ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร  ดังนั้นในช่วงเช้าทุกพระองค์จึงมีเวลาส่วนพระองค์ปฏิบัติภารกิจนอกหมายกำหนดการ เช่น การเสด็จฯ ส่วนพระองค์เยี่ยมชมโครงการพระราชดำริ  การเสด็จฯเข้าเฝ้าฯ พระราชวงค์ของไทย และการเข้าเฝ้าฯ ระ หว่างพระราชวงค์ด้วยกันเองเป็นต้น ภารกิจเหล่านี้เป็นงานที่ชุดถวายอารักขา ประจำพระองค์และชุดล่วงหน้าจะต้องประ สานการปฏิบัติหน้าที่กันอย่างใกล้ชิด เพราะการเสด็จฯดังกล่าวหลายพระองค์ได้เสด็จฯ อย่างกะทันหันเร่งด่วนไม่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าดังนั้นเพื่อเป็นการถวายความปลอดภัยโดยมิให้เกิดความผิดพลาดขึ้น   การประสานงานระหว่างผู้เกี่ยวข้องจึงเกิดขึ้น  อย่างปัจจุบันทันด่วน อันเป็นการพิสูจน์ความสามารถของหัวหน้าชุดที่จะต้องสั่งการและปรับรูปแบบ  ให้มีความปลอดภัยอย่างสูงสุด และสอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละสถานการณ์.

ก่อนเวลา ๑๙.๓๐ น. ภารกิจตาม หมายกำหนดการที่สาม ได้เริ่มดำเนินการตามรูปแบบที่กำหนดไว้  รถพระที่นั่งทุกขบวนเข้าสู่ที่หมาย คือ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท และ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร  อันเป็นพระที่นั่งส่วนที่ต่อจากพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทได้อย่างงดงาม เวลาที่เสด็จฯ ถึงที่หมายเป็นเวลาค่ำแล้วพระประมุขและพระราชวงค์จึงได้สัมผัสบรร ยากาศของกรุงเทพฯอันสวยงดงามยามค่ำคืนอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางถนนราชดำเนินไปถึงพระบรมมหา ราชวังและวัดพระแก้ว  ซึ่งได้ประดับประดาแสงสีไว้อย่างน่าประทับใจ และเมื่อถึงเวลาเสด็จฯกลับ ใกล้เวลาเกือบเที่ยงคืน แม้จะดึกมากแล้ว  แต่ไม่น่าเชื่อว่าบรรยากาศยามนี้จะสร้างความประทับใจให้พระประมุข และพระราชวงค์จากแดนไกลได้อย่างอบอุ่น เพราะยังมีประชาชนในชุดเสื้อสีเหลือง รอเฝ้าฯรับเสด็จอย่างเนืองแน่นทั้งสองฝั่งถนน ท่ามกลางซุ้มที่ประดับประดาไว้อย่างสวยสดงดงาม แสงไฟตระการตา  และดูเหมือนว่าฟ้าเป็นใจที่ค่ำคืนนั้นเป็นคืนพระจันทร์เต็มดวงส่องสว่างลงมาทำให้กรุงเทพฯยามราตรีมีสีสันน่าชม  และในระหว่างการปฏิบัติภารกิจอย่างเข้มแข็งท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ แทบไม่น่าเชื่อว่าตำรวจไทยทุกนายจะรู้สึกเหมือนๆกันคือ ทุกคนตกอยู่ในภวังค์ของความปลื้มปิติ  ตื่นเต้น  และน้ำตา ไหลโดยไม่รู้ตัว.

 

 

 

*อย่าว่าแต่ตำรวจไทยเลยครับ ผู้เขียนเองยังรู้สึกเช่นนั้นทุกวินาทีที่นำเรื่องนี้มาลงให้ท่านได้อ่านกัน แถมยังทำให้ย้อนหลังนึกกลับไปถึงที่ เคยทำหน้าที่ถวายอารักขาบ่อยครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จฯประทับ..ที่"ตำหนักทักษิณ" ทุกๆปี.เมื่อหลายปีก่อน.